เจตน์ ศิรธรานนท์ หารือร่างกฎหมายกำหนดระยะเวลาดำเนินงานในกระบวนการยุติธรรม พร้อมเสนอแนวทางปฏิรูป 5 ด้านเพื่อให้ประชาชนเข้าถึงความยุติธรรมอย่างรวดเร็วและทั่วถึง โดยเน้นการจัดหมวดหมู่คดีให้เหมาะสม สนับสนุนการใช้เทคโนโลยี เช่น บิกดาต้า คลาวด์ คอมพิวติ้ง และปัญญาประดิษฐ์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการพิจารณาคดี พร้อมเสนอให้มีการเก็บข้อมูลและเผยแพร่ผลการดำเนินงานของหน่วยงานยุติธรรมรายปีผ่านระบบแดชบอร์ดแบบเรียลไทม์ เพื่อให้ประชาชนและรัฐสภาสามารถตรวจสอบได้ แม้จะแสดงความเสียดายที่รายงานต้องส่งต่อวุฒิสภาแทนที่จะเป็นรัฐสภา
กราบเรียนท่านประธาน รัฐสภาที่เคารพ กระผม นายแพทย์เจตน์ ศิรธรานนท์ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ผมฟังเพื่อนสมาชิกรัฐสภาอภิปรายมาตลอดตั้งแต่แรกจนถึงวินาทีนี้ ก็มีความหลากหลาย แล้วก็มีประเด็นที่น่าสนใจมากมาย ผมคิดว่าคณะกรรมาธิการที่จะ ตั้งขึ้นก็น่าจะเก็บเอารายละเอียดที่สมาชิกอภิปรายไปใช้ประกอบการพิจารณา ในหลักการ ของร่างกฎหมายฉบับนี้เขียนสั้น ๆ ว่าให้มีกฎหมายว่าด้วยกำหนดระยะเวลาดำเนินงาน ในกระบวนการยุติธรรม สั้น ๆ นะครับ ระยะเวลา ดูในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๕๘ ง. ปฏิรูปประเทศ ในหมวด ๑๖ ด้านกระบวนการยุติธรรมซึ่งมี ๔ ข้อ
ข้อที่ ๑ เขียนว่า ให้มีการกำหนดระยะเวลาดำเนินงานในทุกขั้นตอนของ กระบวนการยุติธรรมที่ชัดเจน เพื่อให้ประชาชนได้รับความยุติธรรมโดยไม่ล่าช้า และมีกลไก ช่วยเหลือประชาชนผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ ให้เข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้ รวมตลอด ทั้งการสร้างกลไกเพื่อให้มีการบังคับการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ และความไม่เป็นธรรมในสังคม ท่านประธานครับ มีการตั้งคณะกรรมการปฏิรูปประเทศ ซึ่งการปฏิรูปประเทศด้านกระบวนการยุติธรรมอยู่ในคณะที่ ๔ จาก ๑๓ คณะ ซึ่งคณะกรรมการปฏิรูปประเทศทุกคณะจะมีอายุจนถึง ๑๔ สิงหาคม ๒๕๖๕ เท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นก็มีการเสนอบิกร็อก (Big Rock) เพื่อให้การขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศเป็นไป อย่างรวดเร็ว บิกร็อก (Big Rock) ด้านกระบวนการยุติธรรมมี ๒ ประเภท ประเภทที่ ๑ คือ กิจกรรมปฏิรูป ประเภทที่ ๒ คือข้อเสนอในการมีหรือแก้ไขปรับปรุงกฎหมาย ในกิจกรรม มี ๕ ข้อ
ข้อแรก การให้ประชาชนสามารถติดตามความคืบหน้าขั้นตอนการดำเนินงาน ต่าง ๆ ในกระบวนการยุติธรรม
ข้อ ๒ การรับแจ้งความร้องทุกข์ต่างท้องที่
ข้อ ๓ การจัดหาทนายความอาสาประจำสถานีตำรวจให้ครบทุกสถานี ทั่วประเทศ
ข้อ ๔ ปฏิรูประบบการปล่อยชั่วคราว
กิจกรรมปฏิรูปที่ ๕ การบันทึกภาพและเสียงในการตรวจค้นจับกุมและการ สอบปากคำในการสอบสวน
ส่วนข้อเสนอในการมีหรือแก้ไขปรับปรุงกฎหมายมีข้อเดียว กฎหมาย ฉบับเดียวคือฉบับนี้ เพราะเวลาทำงานของคณะกรรมการปฏิรูปประเทศก็จะหมดแล้ว ในเวลาถึงเดือนสิงหาคมนี้เท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นในประเด็นเรื่องของร่างกฎหมายฉบับนี้ ก็คงไม่ใช่มีปัญหาในการที่จะรับในวาระรับหลักการในวาระแรก ในส่วนที่ผมจะอภิปราย ในข้อสังเกต ก็พยายามจะหลบในประเด็นที่เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายไปแล้ว ในเรื่องของ มาตรา ๕ ซึ่งมันมีหน่วยงานต่าง ๆ ๑๐ หน่วยงาน ก็คงจะมอบให้กับทางคณะกรรมการ วิสามัญซึ่งจะตั้งขึ้นไปพิจารณา แต่ว่าในส่วนของรายละเอียดของร่างมาตราต่าง ๆ เนื่องจาก ในหลักการเขียนว่า ให้กำหนดระยะเวลา แต่ว่าการกำหนดระยะเวลามันจะมีปัญหาในเรื่อง ของลักษณะสภาพหรือประเภทคดี ในแต่ละคดีก็จะมีความแตกต่าง เพราะฉะนั้นการจัดหมวดหมู่ของประเภทคดีมันจะมี ความสำคัญ เพราะว่าทุกคดีมีความแตกต่างแล้วก็ไม่เหมือนกัน บางคดีที่ผมหมายถึงศาล ยุติธรรมเป็นหลัก แล้วก็ประกอบกับในหน่วยงานอื่น ๆ ด้วย ในการพิจารณาคดี บางคดี มันสลับซับซ้อนก็ต้องใช้เวลาในการพิจารณายาวนานกว่าปกติ บางคดีมันเป็นคดีง่าย เมื่อเป็นคดีง่ายก็ใช้เวลาในการพิจารณาคดีสั้น เพราะฉะนั้นความแตกต่างในการจัดหมวดหมู่ ตรงนี้จึงเป็นหัวใจ แล้วก็จะทำให้การกำหนดระยะเวลาเป็นไปได้ค่อนข้างยาก แต่ในมาตรา ๖ นี้เขียนว่า ให้กำหนดระยะเวลาแล้วเสร็จเท่าที่จะสามารถกระทำได้ในการพิจารณาเรื่อง ในขั้นตอนต่าง ๆ ซึ่งตรงนี้ก็กำหนดไว้กว้าง ถามว่าแล้วเราจะขมวดให้มันกระชับขึ้นได้ อย่างไร มันก็อยู่ในมาตรา ๑๐ มาตรา ๑๐ เขียนว่าให้หน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมตาม มาตรา ๕ เก็บรวบรวมข้อมูลสถิติระยะเวลาของการดำเนินงานในกระบวนการยุติธรรมใน แต่ละขั้นตอน วัดผลการดำเนินงานเทียบกับขั้นตอน และกำหนดระยะเวลาดำเนินงานตาม มาตรา ๖ พร้อมทั้งเผยแพร่ข้อมูลดังกล่าวให้ประชาชนทราบทุกปี ให้ประชาชนเป็น ผู้ตรวจสอบ ถามว่ามีประสิทธิภาพหรือไม่ ก็น่าจะมีประสิทธิภาพมากที่สุดเท่าที่กฤษฎีกา แล้วก็ทางรัฐบาลคิดได้ว่าวิธีนี้จะเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพและมีประสิทธิผลสูงสุด เพราะฉะนั้น ในประเด็นเรื่องของค่าตัวกลางของคดีที่จัดหมวดหมู่ไว้แล้ว จึงมีความสำคัญ การจัดหมวดหมู่ มันขึ้นกับหน่วยงานต่าง ๆ เขาจะรู้ดีถึงปัญหาของหน่วยงานเขาเองทั้ง ๑๐ หน่วยงาน ทั้ง ๑๐ กลุ่มงาน เพราะฉะนั้นในประเด็นนี้ผมเห็นว่า ถ้าหากว่าการเผยแพร่ข้อมูลเข้ามาถึง รัฐสภา มีช่องทางให้รัฐสภาสามารถตรวจสอบได้ ผมก็คิดว่ามันก็จะเป็นประโยชน์ในการ ชี้แนะ การปฏิรูปประเทศผมเสียดายนิดเดียวว่าให้รายงานนี่ รายงานต่อวุฒิสภาไม่ใช่รายงาน ต่อรัฐสภา
ประเด็นสุดท้ายขอเวลาสั้น ๆ แค่นาทีเดียวครับท่านประธาน ในเรื่องของการ ใช้เทคโนโลยี การใช้เทคโนโลยีในต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นประเทศจีนหรือประเทศยุโรป ปัจจุบันเขาใช้อินเทอร์เน็ต (Internet) บิก ดาต้า (Big Data) คลาวด์ คอมพิวทิง (Cloud computing) เพิ่มประสิทธิภาพและความโปร่งใสของการพิจารณาคดี หากว่าคดีมีเยอะ เจ้าหน้าที่มีน้อยไม่สามารถเพิ่มบุคลากรได้ก็จะทำให้ปริมาณงานค้าง หรือการพิจารณาคดี ล่าช้า จำเป็นที่จะต้องใช้เทคโนโลยีซึ่งก็เกิดขึ้นตามมาตรา ๘ ประเด็นเพียงแต่ว่าให้ ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องคือคู่ความกับคู่กรณี ผู้ต้องหาและผู้เสียหาย แต่ไม่มีประเด็นเรื่องของให้ เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานมีการพัฒนาเทคโนโลยีซึ่งผมกล่าวมาแล้วเพื่อช่วยให้เขา มีประสิทธิภาพ อาจจะเป็นเรื่องของกรณีที่มีแดชบอร์ด (Dashboard) ซึ่งจะช่วยให้ทาง หน่วยงานที่อยู่ส่วนกลางทราบถึงปริมาณของคดีต่าง ๆ ติดตามได้เป็นวินาที อย่างที่ ประเทศจีนเขาแดชบอร์ด (Dashboard) ขนาดใหญ่ ตรงนี้ก็สามารถทำได้ หรือให้ เอไอ (AI) มาประมวลในคดีที่ง่าย ๆ ซ้ำ ๆ กันอันนี้ก็ทำได้ ตรงนี้ก็อยากจะให้ทางคณะกรรมาธิการ ที่พิจารณาช่วยพิจารณาในประเด็นนี้ด้วยว่าการใช้ในเรื่องของเทคโนโลยีมาช่วยผู้ปฏิบัติงาน ผมว่าจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งครับ ขอบคุณครับ