นิรมิต สุจารี แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติกำหนดระยะเวลา ดำเนินงานในกระบวนการยุติธรรม โดยมีข้อกังวลเกี่ยวกับกระทรวงมหาดไทยที่มีอำนาจเกี่ยวข้องกับพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะเรื่องการมีกรรมสิทธิ์ในที่ดิน และขอให้กำหนดให้มากขึ้นกว่านี้ และให้รัฐสภาแก้ไขเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายนิรมิต สุจารี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัด ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ต่อร่างพระราชบัญญัติกำหนดระยะเวลา ดำเนินงานในกระบวนการยุติธรรม กระผมใคร่ขออนุญาตท่านประธานแสดงความคิดเห็น ต่อร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ เนื่องจากรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๒๕๘ ง. ได้กำหนดการปฏิรูปประเทศให้มีการกำหนดในด้านกระบวนการยุติธรรม โดยกำหนด ระยะเวลาดำเนินงานในกระบวนการยุติธรรมให้มีความชัดเจน ซึ่งจะก่อเกิดประโยชน์ ต่อพี่น้องประชาชนเจ้าของอำนาจอธิปไตย เป็นกฎหมายที่ปกป้องคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ และผลประโยชน์ของประชาชนโดยทั่วไป ท่านประธานที่เคารพครับ กฎหมายฉบับนี้ เป็นกฎหมายที่กำหนดระยะเวลาดำเนินการในกระบวนการยุติธรรม ได้กำหนดไว้เป็น แนวทางให้หน่วยงานที่รับผิดชอบถึง ๑๐ หน่วยงาน ซึ่งกระผมเห็นว่าหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องไม่ว่าที่จะกำหนดไว้ในมาตรา ๕ ก็ยังไม่เพียงพอในการที่จะปกป้องสิทธิ และผลประโยชน์ของประชาชน ควรที่จะกำหนดให้มากขึ้นกว่านี้ โดยเฉพาะอย่างกรณี ของกระทรวงมหาดไทย กระทรวงมหาดไทยผมเห็นว่าเป็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับพี่น้อง ประชาชน โดยเฉพาะในเรื่องการมีกรรมสิทธิ์ในที่ดิน ปัญหาเรื่องที่ดิน การครอบครองที่ดิน ของประชาชนเป็นปัญหาที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากผู้ใช้อำนาจรัฐในการกำหนด ให้ประชาชนมีสิทธิหรือมีกรรมสิทธิ์ในที่ดิน โดยเฉพาะประชาชนที่ถูกกล่าวหาว่าบุกรุก ที่สาธารณประโยชน์ที่ดินของรัฐ หรือที่ดินที่ไม่มีเอกสารสิทธิ หลายคนต้องเข้าสู่กระบวนการ พิสูจน์สิทธิตามข้อกำหนด หรือข้อกฎหมายของกระทรวงมหาดไทยกำหนดไว้ แต่การพิสูจน์ สิทธิของประชาชนนั้นเป็นตัวอย่างที่ผ่านมาหลาย ๆ ครั้ง หลาย ๆ คราวจะเห็นว่าประชาชน ไม่ได้รับการกำหนดระยะเวลาในการพิสูจน์สิทธิ บางคน บางเรื่องใช้เวลาถึง ๕ ปี ถึง ๑๐ ปี ก็ยังไม่มีคำตอบ และท้ายที่สุดก็ต้องส่งเรื่องไปพิสูจน์ที่ศาลยุติธรรม หรือศาลปกครอง กันต่อไป กระบวนการดังกล่าวนั้นเป็นกระบวนการที่ประชาชนเขามีความหวังที่จะใช้จ่าย ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่เขาลงทุนไป แต่ไม่ได้รับผลตอบแทน ไม่ได้รับความยุติธรรม และความ ล่าช้าในการที่จะเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในที่ดิน เพราะฉะนั้นการที่พระราชบัญญัติฉบับนี้ กำหนดออกมาให้เฉพาะกระทรวงมหาดไทย มีอำนาจในการที่จะออกกฎระเบียบ หรือการดำเนินการในกระบวนการดังกล่าวนี้ให้แก่พี่น้องประชาชนก็ยังไม่เพียงพอ เพราะมัน ไปเกี่ยวข้องกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หลาย ๆ กระทรวงที่มีอำนาจเกี่ยวพันกัน เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้เป็นข้อบกพร่องที่ทางผู้เสนอ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เข้ามารัฐสภา ควรที่จะมีการแก้ไข เพิ่มเติมเข้าไป เพื่อที่จะให้ เกิดประโยชน์สูงสุดต่อพี่ประชาชน ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เป็นร่างพระราชบัญญัติที่กล่าวถึงการกำหนดอำนาจให้หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องที่กำหนดไว้ในร่างพระราชบัญญัติถึง ๑๐ หน่วยงาน ให้มีอำนาจในการ ออกกฎหมาย ออกระเบียบที่เหมาะสมและถูกต้องเพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมมีข้อสังเกตว่าการที่ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ให้อำนาจแก่ หน่วยงานทั้ง ๑๐ หน่วยงานมีอำนาจในการออกกฎระเบียบ การออกกฎระเบียบเพื่อที่จะใช้ ในการบริหารราชการแผ่นดิน ที่ผ่านมาเป็นการออกกฎระเบียบเพื่อที่จะแสดงให้เห็นว่า กระบวนการขั้นตอนในการทำงานนั้นไปถึงไหน แต่เจ้าหน้าที่ที่ทำงานไม่สำเร็จ ไม่ลุล่วง หรือไม่ผ่านกระบวนการดังกล่าวนี้เขาไม่รายงานไป ผลสุดท้ายความเสียหายก็เกิดขึ้นแก่ พี่น้องประชาชนไม่สามารถดำเนินการได้ กระบวนการการขอออกเอกสารสิทธิดังกล่าวนั้น เป็นกระบวนการที่ประชาชนทั่วประเทศได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก การยื่นต่อ กรมที่ดิน สำนักงานกรมที่ดินเริ่มตั้งแต่การขอยื่น ส.ค. ๑ เพื่อที่จะออกโฉนดหรือ น.ส. ๓ ท่านเชื่อหรือไม่ครับ หลายพื้นที่ได้มีปัญหาว่าจะต้องส่งให้หน่วยงานอื่นทำการตรวจสอบ แนวเขตให้ชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นสำนักงาน ส.ป.ก. หรือสำนักงานที่ดินของรัฐที่หน่วยราชพัสดุ ต่าง ๆ ทำการตรวจสอบเพื่อยืนยัน สิ่งเหล่านี้จะต้องกำหนด แล้วก็มีบทลงโทษให้แก่ เจ้าหน้าที่รัฐผู้ที่ทำงานล่าช้าหรือละเลย ไม่จำเป็นต้องให้ประชาชนต้องไปยื่นฟ้องต่อ ศาลปกครอง หรือศาลที่เกี่ยวข้องกันต่อไป เพราะฉะนั้นอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่า ผมเป็นห่วงอย่างยิ่ง การที่จะกำหนดว่าให้หน่วยงานมีอำนาจในการกำหนดวันเวลา ในการทำงาน เพื่อให้กระบวนการรวดเร็วนั้น ผมคิดว่าน่าจะให้สภาแห่งนี้กำหนดระยะเวลา กลางให้เกิดขึ้นเพื่อที่จะให้หน่วยงานนั้นออกกฎหมายลูกหรือกฎระเบียบให้สอดคล้องกับ หลักกฎหมายกลางซึ่งผ่านจากสภาผู้แทนราษฎรหรือรัฐสภา กราบขอบคุณท่านประธาน ที่เคารพครับ สวัสดีครับ