รัฐสภา · ครั้งที่ ๕ · ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕

ณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ หารือเรื่องร่างพระราชบัญญัติระยะเวลาดำเนินงานในกระบวนการยุติธรรม โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการแก้ไขปัญหาคดีที่ไม่คืบหน้าและคดีล่าช้า และเรียกร้องให้หน่วยงานทั้งหมดเข้าไปพิจารณาและแก้ไขปัญหา

นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สงขลา

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา เขตเลือกตั้งที่ ๗ อำเภอนาทวี สะบ้าย้อย สำนักแต้ว สำนักขามของอำเภอสะเดา พรรคภูมิใจไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ วันนี้ในการปฏิวัติรัฐประหาร เมื่อ พ.ศ. ๒๕๕๗ ผลพวงครั้งนั้นก็คือคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านการยุติธรรมนะครับ สภาพัฒน์เองในฐานะเลขานุการก็ได้ร่างกฎหมายฉบับนี้ยื่นให้กับท่านวิษณุ เครืองาม ในฐานะรองนายกรัฐมนตรี ยื่นให้กับกฤษฎีกา ร่างฉบับนี้เราเรียกว่าร่างของรัฐบาล ท่านประธานครับ ร่างพระราชบัญญัติระยะเวลาดำเนินงานในกระบวนการยุติธรรม เมื่อชาวบ้านไม่ได้รับความเป็นธรรมในเรื่องกฎหมายก็จะนึกถึง ส.ส. ครับท่านประธาน หนึ่งในเรื่องที่เป็นปัญหาสำคัญก็คือในเรื่องของคดีไม่คืบหน้าหรือคดีล่าช้า เป็นปัญหาระดับ รากหญ้าครับ จนถึงระดับในเรื่องของความยุติธรรมระดับประเทศ ที่เป็นเรื่องของความยุติธรรม สรุปแล้ว ร่างฉบับนี้เป็น พ.ร.บ. กำหนดระยะเวลาการดำเนินงานในเรื่องของความยุติธรรม วันนี้ในการยกระดับในเรื่องของกฎหมาย รัฐสภาแห่งนี้จะทำหน้าที่เป็นตราประทับ ท่านประธานครับ ร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้มีทั้งหมด ๑๒ มาตรา แต่วันนี้ผมขอพูดแค่ ๒ มาตรา มาตรา ๔ ก็คือให้ประชาชนได้รับความยุติธรรมโดยไม่ล่าช้า ชัดเจนครับท่านประธาน ระบุไว้ ชัดเจนก็คืออย่างไรก็ให้เร็วที่สุด และให้ผู้ที่มีส่วนร่วมเกี่ยวข้องได้ทราบว่าหน่วยงานใน กระบวนการยุติธรรมจะได้พิจารณาเรื่องที่มีอยู่ระหว่างการดำเนินงานเสร็จสิ้นเมื่อใด รวมทั้ง ตรวจสอบความคืบหน้า สรุปประชาชนจะได้รู้ว่ากระบวนการทั้งหมดดำเนินการไปถึงไหน นี่ก็คือเป้าหมายของ พ.ร.บ. ฉบับนี้ในมาตรา ๔ มันไม่ยากครับ เพราะฉะนั้นในมาตรา ๕ เพื่อนสมาชิกได้ลุกขึ้นเป้าหมายก็คือมีหน่วยงาน ๑๐ หน่วยงาน แต่หลายคนบอกว่ามันไม่มี เท่านี้ครับท่านประธาน ร่างฉบับนี้บอกว่ามีกระทรวงมหาดไทย กระทรวงยุติธรรม กรมพระธรรมนูญ ป.ป.ช. ศาล มีทั้งหมด ๑๐ ครับ แต่กรรมาธิการร่วมต้องไปคิดว่ามันมี มากกว่านี้ครับท่านประธาน ยกตัวอย่าง ท่านประธานสภาที่เคารพครับ มันมีมากกว่านี้ ยกตัวอย่างเกิดขึ้นที่บ้านผมที่นาทวีปรากฏว่านายก อบต. ไปสมัคร อบต. เมื่อ ๒-๓ เดือน ที่ผ่านมา ไปถามคุณสมบัติกับ กกต. บอกว่าสมัครได้ไหมครับ บอกได้ครับ ปรากฏว่า มีคดีความเรื่อง กปปส. ครับ ไปถาม กกต. ว่าได้ครับ ไปถามศาลได้ครับ เมื่อไปสมัคร ไม่มีคู่แข่งครับท่านประธาน ผลปรากฏว่าชนะการเลือกตั้งไม่มีคู่แข่ง วันดีคืนดีครับ ผลออกมาชนะการเลือกตั้ง รอประกาศวันที่ ๒๗ มกราคม ครบ ๖๐ วัน ๖๐ วันอย่างไร กกต. ต้องประกาศครับ ถ้าไม่ประกาศผิดกฎหมายภายใน ๖๐ วัน นายก อบต. คนนี้ ตำบลนาหมอศรี อำเภอนาทวี รอประกาศ โชคร้ายครับท่านประธาน คืนวันที่ ๒๖ กกต. ประกาศตัดสิทธิทางการเมืองขึ้น นี่คือความเลวร้ายของกระบวนการยุติธรรมมาตัดสิทธิ คืนสุดท้ายประกาศให้มีการเลือกตั้งใหม่ มีการสอบถามไปยังศาล มีการสอบถามไปยัง กกต. แต่ กกต. ส่วนกลางตัดสิทธิเที่ยงคืนวันที่ ๒๖ รอมา ๓-๔ เดือนครับ และมีเหตุการณ์เหล่านี้ เกิดขึ้นหลายพื้นที่ครับท่านประธาน ก็เลยจะฝากกรรมาธิการไปพิจารณาความเกี่ยวโยงกับ หน่วยงานทั้งหมดที่เกิดขึ้นว่า นี่คือระยะเวลาที่เกิดขึ้นกับกระบวนการยุติธรรม ๑๐ หน่วยงานที่เกิดขึ้นกับองค์กรอิสระที่ไม่ได้อยู่ในนี้ วันนี้ฝากไปยังกรรมาธิการร่วม ทั้งสองสภาที่ผมได้อภิปรายไปเมื่อสักครู่ นี่คือการยกตัวอย่าง การรับฟังความคิดเห็นชาวบ้าน อย่าลืมนะครับ การรับฟังความคิดเห็นเจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติการที่ต่างจังหวัด ท่านต้องไปรับฟังความคิดเห็น ท่านอย่ารับฟังความคิดเห็นหน่วยงานระดับผู้หลักผู้ใหญ่ อย่างเดียว เพราะฉะนั้นการออกกฎหมายฉบับนี้จะเป็นประโยชน์กับคนไทยทั้งประเทศ เป็นการแก้ปัญหาเรื้อรังของกระบวนยุติธรรมที่พี่น้องประชาชนเฝ้ารอคอย ผมเองในฐานะที่ เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผมได้แก้ปัญหาให้กับคนไทยเยอะมากครับ ล่าสุดครับ ท่านรู้ไหมครับว่าที่นาทวีของผมโดนขายทอดตลาด ๒๒ ปีครับท่านประธาน มันเกิดอะไรขึ้นกับกระบวนการยุติธรรม ผมเองต้องไปช่วยชาวบ้านที่นาทวีว่าโดนขาย ทอดตลาด ๒๒ ปีไม่มีคนไปช่วย วันนี้จบกระบวนการแล้วครับ กระบวนการทั้งหมดวันนี้ กฎหมายต้องรวดเร็ว ต้องเข้าไปแก้ ฝากกรรมาธิการต้องเข้าไปดูกระบวนการทั้งหมด นอกจาก ๑๐ หน่วยงานที่กล่าวทั้งหมด กรมบังคับคดี หน่วยงานองค์กรอิสระที่เล็ดลอด นอกเหนือจาก ๑๐ หน่วยงาน ท่านต้องไปขมวดให้หมด ขอบคุณมากครับ