อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล อภิปรายสนับสนุนร่าง พ.ร.บ. กำหนดระยะเวลาในกระบวนการยุติธรรม แต่เสนอให้ปรับปรุงมาตราที่เกี่ยวกับการเยียวยาความเสียหายจากความล่าช้า และเน้นย้ำปัญหาการเลื่อนนัดศาลโดยไม่แจ้งล่วงหน้า รวมถึงการปิดกั้นสิทธิการเข้าฟังคดีและขาดความโปร่งใสในกระบวนการพิจารณาคดี โดยเฉพาะคดีการเมือง ซึ่งขัดหลักนิติธรรมและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ดิฉัน อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ในฐานะสมาชิกรัฐสภา จากจังหวัดนครปฐม ดิฉันขออภิปรายในญัตติร่างพระราชบัญญัติกำหนดระยะเวลา ในการดำเนินการในกระบวนการยุติธรรม ก็เพราะว่าความอยุติธรรมเป็นสารตั้งต้นของ ความขัดแย้งทั้งปวงในประเทศนี้แล้วก็ในสังคมมนุษย์ รวมทั้งเราก็ทราบกันดีอยู่แล้วนะคะว่า ความยุติธรรมที่ล่าช้าก็คือความอยุติธรรมนั่นเองนะคะ ดิฉันจึงยินดีที่ได้เห็นร่างนี้ซึ่งเสนอโดย ครม. เข้ามาที่รัฐสภาในวันนี้ แล้วก็ถือว่าเป็นร่างกฎหมายที่มีความก้าวหน้า แต่เจตนารมณ์ ของกฎหมายนั้นดีค่ะ อย่างเช่น ในมาตรา ๔ วัตถุประสงค์เพื่อให้หน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมได้กำหนด ระยะเวลาในขั้นตอน ในกระบวนการต่าง ๆ อย่างไม่ล่าช้า กำหนดให้ชัดเจนว่าจะต้องเสร็จ เมื่อไร แล้วก็สามารถจะติดตามตรวจสอบได้ว่าคดีของตัวเองไปถึงขั้นไหนแล้ว อันนี้โอเค (OK) ในขั้นรับหลักการและเหตุผลดิฉันก็เห็นด้วย แต่ในมาตรา ๗ มีข้อสังเกตนิดหนึ่งนะคะ ว่าเมื่อไม่ได้เป็นไปตามหลักการ ในกรณีที่การพิจารณาในขั้นตอนต่าง ๆ เกิดล่าช้า แล้วผู้บังคับบัญชาก็เห็นว่าไม่ได้เป็นไปตามสิ่งที่ควรจะเป็น ไม่ได้มีโทษในเรื่องการเยียวยา แล้วก็เยียวยาความเสียหายในความล่าช้านั้นกับผู้ที่เกี่ยวข้อง มีโทษเพียงการลงโทษทางวินัย เท่านั้น ดิฉันจึงขอฝากกรรมาธิการที่จะศึกษาเรื่องนี้ด้วยนะคะว่า ถ้าเกิดเป็นการพิจารณา แค่โทษทางวินัยก็ไม่น่าจะเกิดผลอะไร ที่จริงแล้วในรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ก็ได้กำหนดอยู่แล้ว ว่าจะต้องมีการพิจารณาคดีด้วยความรวดเร็วและด้วยความต่อเนื่อง จริง ๆ หลักการนี้ก็เป็น หลักการที่มีกำหนดมาในรัฐธรรมนูญอย่างต่อเนื่องอยู่แล้ว มันมีปัญหาในการปฏิบัติ เท่านั้นเองค่ะ ท่านประธานคะ กระบวนการยุติธรรม โดยที่กฎหมายนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งของ กฎหมายปฏิรูปประเทศในด้านการยุติธรรม ไม่ได้มีเฉพาะในขั้นตอนศาลนะคะ แต่มีตั้งแต่ ขั้นสอบสวน ขั้นอัยการ แล้วก็อย่างเช่นปัญหาที่เกิดขึ้นที่ดิฉันอยากจะยกตัวอย่างว่า ไม่ใช่ เฉพาะระยะเวลาเท่านั้นนะคะที่เป็นเรื่องสำคัญ แต่มีเรื่องอย่างอื่น เช่น ความโปร่งใสของ ขั้นตอนการตรวจสอบได้ก็สำคัญไม่แพ้เรื่องระยะเวลาที่เราอยู่ในร่างนี้เช่นเดียวกันค่ะ ท่านประธานคะ ดิฉันขึ้นศาลบ่อยค่ะ บางครั้งหลาย ๆ ครั้งเจออัยการเลื่อนคดีโดยที่มาบอก กันหน้างาน ไม่ได้มีการแจ้งล่วงหน้า อันนี้จะเห็นได้บ่อยมาก แล้วบางคดีมีผู้ต้องสงสัย มีผู้ต้องหารวมกันถึง ๕๐ คน ๖๒ คน อย่างเช่น คดีคนอยากเลือกตั้งที่ออกมาเรียกร้องให้มี การเลือกตั้ง มีผู้ต้องหาคนหนึ่งเดินทางมาจากสหรัฐอเมริกา เสียค่าเครื่องบินไป ๗๐,๐๐๐ กว่าบาท เพื่อที่จะมาที่ศาลแขวงดุสิต เพื่อที่จะมาฟังที่หน้างานที่ศาลแขวงดุสิตว่าอัยการ ขอเลื่อนนัดค่ะ ค่าเสียหายตรงนี้ใครจะเป็นคนชดเชยแล้วก็รับผิดชอบ ดิฉันก็อยากจะให้ กรรมาธิการช่วยเอาใจใส่ในประเด็นนี้ด้วยนะคะว่าการที่อัยการจะเลื่อนนัด เลื่อนอะไร ทั้งหลายควรจะมีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้า บางคนเดินทางมาจากเหนือ จากใต้ จากใน ทุกภาค เพื่อจะมาที่ศาลด้วยความยากลำบาก มีค่าใช้จ่ายในการเดินทาง แต่มาพบที่หน้างาน ว่ามีการเลื่อน แล้วก็เลื่อนอย่างนี้ค่ะท่านประธาน ไม่ได้แค่ครั้งเดียวนะคะ บางคดีเลื่อน ซ้ำแล้วซ้ำอีกโดยไม่มีเหตุผลที่เพียงพอ และคดีก็ไม่ได้ซับซ้อน บางคดีเป็นแค่คดีผิด พ.ร.ก. ฉุกเฉิน หรือคดีแค่ขึ้นศาลแขวง มันไม่มีเหตุผลรองรับที่เพียงพอ ท่านประธานคะ รวมทั้งการปิดกั้นเสรีภาพในการมีส่วนร่วมในการเข้าฟังการพิจารณาคดีที่ศาล ซึ่งดิฉัน ก็พบบ่อย โดยเฉพาะที่ศาลอาญาค่ะ มีการปิดกั้นให้ประชาชนต้องรออยู่ภายนอกรั้วของ ศาลอาญา ตากแดด ตากฝน ตากร้อนอยู่อย่างนั้นที่ฟุตพาท (Footbath) หน้าศาล อันนี้ ผิดกับหลักการเรื่องศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ค่ะท่านประธาน บริเวณในศาลก็กว้างใหญ่ มีสนาม มีร่มไม้ให้พักพิง แต่ก็มีการตรวจสอบอย่างเข้มงวด แล้วก็ไม่อนุญาต ผิดหลักการ การโปร่งใสในการพิจารณาคดีในห้องพิจารณาคดีด้วยค่ะ รวมทั้งการอำนวยความสะดวกใน ห้องพิจารณาคดีก็มีการปิดกั้น โดยเฉพาะในยุครัฐบาลเผด็จการนี้นะคะ ปิดกั้นไม่ให้เข้าฟัง การพิจารณาคดี เราทราบอยู่แล้วว่าบางคดีเป็นคดีที่คนให้ความสนใจมาก สื่อมวลชนให้ ความสนใจ แต่ก็ไม่ได้จัดห้องพิจารณาคดีให้มีความใหญ่เพียงพอที่จะมีสื่อมวลชน หรือประชาชนที่สนใจเข้าไปเป็นสักขีพยาน โดยเฉพาะคดีเกี่ยวกับมาตรา ๑๑๒ นะคะ ท่านประธาน ก็จะปิดกั้นไม่ให้เข้าไปฟัง ให้เป็นความลับ แล้วคนภายนอกก็ไม่มีสิทธิที่จะรู้ว่า ตกลงแล้วมันเป็นการพิจารณาคดีที่มีความเป็นธรรมหรือไม่ อย่างไร รวมทั้งมาตรฐานค่ะ มาตรฐานในห้องพิจารณาคดีก็เช่นเดียวกัน อันนี้ดิฉันประสบมาด้วยตัวเองนะคะ ก็คิดว่า กรรมาธิการน่าจะเอาเรื่องพวกนี้ไปพิจารณาด้วยนะคะ จะเล่าให้ฟังว่าในห้องพิจารณาคดีที่ ศาลอาญาค่ะ ที่หน้าบัลลังก์มีติดป้ายเอาไว้ว่าห้ามถ่ายรูป ห้ามถ่ายวิดีโอ (Video) ที่บัลลังก์ หรือในห้องพิจารณาคดี ทุกคนเชื่อฟังค่ะท่านประธาน อันนี้เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงเมื่อไม่นานมานี้ รวมทั้งดิฉัน ด้วยนะคะ เราไม่ใช้มือถือ ปิดโทรศัพท์มือถือทั้งหมด แต่ปรากฏว่าเราใช้กระดาษโน้ต (Note) แผ่นเล็ก ๆ แล้วก็ปากกาเพื่อที่จะจดนัดหมายว่าจะนัดกันต่อไปอย่างไร คดีมีความ เป็นอย่างไร ดิฉันโดนผู้พิพากษาดุเอาค่ะว่าห้ามจด ผิดระเบียบ อันนี้ถือว่าเป็นการละเมิด เสรีภาพส่วนบุคคลในการที่จะจดบันทึก แล้วก็ไม่ได้มีข้อบังคับกำหนดอะไร ไม่ได้มีข้อห้าม ด้วยค่ะท่านประธาน เพราะฉะนั้นความยุติธรรมไม่ได้เกี่ยวกับระยะเวลาอย่างเดียว แต่เกี่ยวกับวิธีปฏิบัติต่อผู้ที่เกี่ยวข้องในการดำเนินคดีด้วยนะคะ รวมทั้งการที่ศาลไม่ได้ พยายามทำตัวเป็นที่พึ่งของประชาชน แล้วก็เหินห่างอย่างมาก การไปประกันตัวผู้ต้องหาใน คดีทางการเมือง มีการเปลี่ยนระเบียบ เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา ซ้ำแล้วซ้ำอีก ไม่ว่ามีใบรับรอง เงินเดือนแล้ว มีใบแสดงเงินเดือนแล้ว มีใบรับรองจากเลขาธิการศาลแล้ว ก็ยังต้องการสลิป (Slip) เงินเดือน สลิป (Slip) เงินเดือนก็ต้องย้อนหลังไปถึง ๖ เดือน มีการเปลี่ยนระเบียบ ไม่ว่าจะเป็นศาลแขวง ศาลอาญา ไม่ได้มีมาตรฐานในการพิจารณาให้ประกันตัวในมาตรฐาน เดียวกันด้วย อย่างเช่น ศาลแขวง จะต้องเป็นญาติเท่านั้น ที่ประกันได้ แต่ในศาลอาญาใคร ก็สามารถประกันได้ แต่ก็มีเงื่อนไขที่เพิ่มขึ้นมายุบยับตลอดเวลา เพราะฉะนั้นก็ฝาก คณะกรรมาธิการชุดนี้เอาเรื่องประเด็นเหล่านี้ ไม่ใช่ประเด็นระยะเวลาอย่างเดียว ขอให้ดำรง ความเป็นธรรม ถ้าเกิดเราจะมีการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมจริง ๆ ก็ไม่อยากให้ปฏิรูป เฉพาะระยะเวลา ซึ่งก็ไม่ได้มีบทลงโทษที่ชัดเจน และดิฉันก็ไม่เชื่อว่ามันจะได้ผล ถ้าเราไม่ได้ กำหนดบทลงโทษ หรือกำหนดความรับผิดชอบของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องอย่างเป็นรูปธรรม แล้วก็ชัดเจน ขอบคุณมากค่ะ