วิศณุ ม่วงแพรสี หารือปัญหาความล่าช้าในกระบวนการยุติธรรม โดยเฉพาะการตรวจพิสูจน์ดีเอ็นเอที่ใช้เวลานานและมีค่าใช้จ่ายสูง รวมถึงปัญหาการบังคับใช้กฎหมายในคดีที่เกี่ยวข้องกับโซเชียลมีเดียและการค้าสกุลเงินดิจิทัล ซึ่งต้องเผชิญกับข้อจำกัดในการติดตามผู้ต้องหาต่างประเทศ การเข้าถึงข้อมูลไอพีและเส้นทางเงินดิจิทัล ตลอดจนปัญหาข้าราชการตำรวจขาดความรู้ด้านเทคโนโลยีและการสอบสวนคดีไซเบอร์ จึงเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งพัฒนาศักยภาพและเสริมสร้างความร่วมมือทั้งในและต่างประเทศ พร้อมเน้นย้ำความจำเป็นในการถ่วงดุลระหว่างความรวดเร็วและความสมบูรณ์ของพยานหลักฐานในการดำเนินคดี
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม พลตำรวจโท วิศณุ ม่วงแพรสี บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ต่อพระราชบัญญัติกำหนดเวลาดำเนินงาน ในกระบวนการยุติธรรม ซึ่งก็ ครม. เสนอเข้ามาในสภา หลายท่านก็มีความคิดเห็น และมุมมองแตกต่างกันไป ในส่วนของผมในฐานะที่เป็นพนักงานสอบสวนเก่า ผมก็อยากจะ ให้ลงลึกถึงปัญหาของความล่าช้าในกระบวนการยุติธรรม โดยจะโคด (Code) ไปที่พนักงาน สอบสวน พนักงานอัยการ ศาล เป็นหลักนะครับ ความล่าช้านั้นคือมันเกิดในทุก ๆ ขั้นตอน ของการสอบสวนในกระบวนการยุติธรรม แม้ว่าเราจะเอาเวลาทั้งหลายทั้งปวงมาคุมคน คุมระบบ ด้วยเทคนิค ด้วยเนื้อหาของการปฏิบัติมันยังมีความล่าช้าเกิดขึ้นอีกหลายจุดทีเดียว ซึ่งตรงนี้ก็คงต้องฝากทางกรรมาธิการที่จะไปศึกษา แล้วก็แก้ไขปัญหา ผมยกตัวอย่างง่าย ๆ ว่าในส่วนของพนักงานสอบสวน ซึ่งผมก็เป็นพนักงานสอบสวนมาครึ่งชีวิตว่าสมัยก่อนเราใช้ ลายนิ้วมือตรวจพิสูจน์ความผิดของผู้ต้องหา ตรวจเปรียบเทียบลายนิ้วมือแฝง แต่ปัจจุบันนี้ หัวใจของการตรวจเปรียบเทียบอยู่ที่ ดีเอ็นเอ (DNA) เพราะฉะนั้นหน่วยงานที่จะรองรับ การตรวจ ดีเอ็นเอ (DNA) ของพนักงานสอบสวน ซึ่งจะตรวจเปรียบเทียบ ดีเอ็นเอ (DNA) ของผู้ต้องหากับที่ทิ้งไว้ในที่เกิดเหตุอะไรต่าง ๆ มันก็เป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลา วันนี้เท่าที่คุยกับ พนักงานสอบสวน บางคดีก็เป็นเดือนสองเดือนกว่าจะได้ตรงนี้มา เพราะฉะนั้นตรงนี้ มันก็คือเนื้อหาหลัก ๆ ของความล่าช้า ยิ่งในคดีที่ผู้ต้องหาหลายคน ผู้ต้องหาไปทิ้ง ดีเอ็นเอ (DNA) ไว้หลายที่ ทำความผิดต่อเนื่องกันหลายแห่งทั้งหลาย อันนี้ยิ่งช้าไปใหญ่ครับ แล้วการ ตรวจ ดีเอ็นเอ (DNA) ก็มีค่าใช้จ่าย ซึ่งตรงนี้ก็คงเป็นเรื่องที่รัฐต้องสนับสนุน เพราะว่า เคส (Case) หนึ่ง ๓,๐๐๐ บาท อย่างคดีฆ่าแหม่มที่เกาะเต่า ผมเคยคุยกับท่าน ผบ.ตร. ครั้งที่แล้วบอกว่าใช้ ๒ ล้านบาท งบประมาณในการตรวจ ดีเอ็นเอ (DNA) นะครับ ซึ่งตรงนี้ ก็คงเป็นเรื่องที่จะต้องไปดูในรายละเอียดของกรรมาธิการนะครับ
ประเด็นที่ ๒ วันนี้มีคดีเกี่ยวกับความผิดที่กระทำผ่านทางโซเชียล มีเดีย (Social Media) เยอะมาก โดยเฉพาะความผิดเกี่ยวกับการค้าสกุลเงินในคริปโท เคอร์เรนซี (Crypto currency) อะไรทั้งหลาย ซึ่งตรงนี้ปัญหามันก็คือว่ามันเป็นการกระทำความผิด ซึ่งผู้ต้องหาอยู่ในต่างประเทศ ในที่สุดคดีก็ต้องมาอยู่ในมือของพนักงานสอบสวนที่เป็น พนักงานอัยการและพนักงานสอบสวนที่เป็นตำรวจ กลายเป็นอะไรครับ กลายเป็นว่ามันต้อง เป็นเรื่องของการประสานความร่วมมือระหว่างกระทรวงการต่างประเทศของไทยกับของ ประเทศที่ผู้ต้องหามีถิ่นที่อยู่ หรือว่าหลบหนี หรือว่าอะไรต่าง ๆ ทั้งหลายทั้งปวงนี่นะครับ นอกจากนั้นยังเป็นเรื่องขององค์การตำรวจสากล นี่เป็นความล่าช้าโดยเนื้อหาและโดย ข้อจำกัดของมัน ซึ่งตรงนี้มันก็ต้องเป็นเรื่องระหว่างประเทศแล้ว ผมฝากคณะกรรมการไปดู ตรงนี้ด้วยแล้วกันครับ
ในส่วนที่ ๒ ในประเทศเองนี่นะครับ การสืบสวนหาเขาเรียก ไอพี แอดเดรส (IP Address) คือหาตัวของผู้กระทำความผิด ถามว่าจากไหนครับ พนักงานสอบสวนก็จะทำ หนังสือขอไปที่ทาง กสทช. หรือทางบริษัทที่ให้บริการโทรศัพท์ อันนี้นอกจากจะช้าแล้วบางที ไม่ให้อีกครับ นี่มันก็เลยกลายเป็นทำให้อาจจะพยานหลักฐานที่สำคัญ หรือที่จะสืบสวนขยาย ผลต่อนี่เสียไป อันนี้น่าจะเป็นเรื่องของทาง กสทช. แล้วก็ภายใต้การดูแลของกระทรวง ดีอีเอส (DES) อันนี้ก็เป็นความล่าช้าอีกอย่างหนึ่งครับ นอกจากนั้นยังมีเรื่องของการติดตาม เงินทั้งหลาย คือมันโอนเป็นระบบสกุลเงินดิจิทัล (Digital) ซึ่งมีกระบวนการที่ซับซ้อนจาก กระเป๋าหนึ่งไปกระเป๋าหนึ่ง วอลเลต (Wallet) หนึ่งไปวอลเลต (Wallet) หนึ่ง นี่มัน ยิ่งยุ่งใหญ่เลยครับ เพราะมันต้องไปตามกับสกุลเงินที่อยู่ต่างประเทศ เพราะตอนนี้ความผิด ปัญหาทั้งหลายทั้งปวงเหล่านี้ ผู้กระทำความผิดเองก็อยู่ในต่างประเทศ
ประเด็นต่อมาครับ คือเรื่องของพนักงานสอบสวนเอง วันนี้ทางกรรมาธิการ ตำรวจ ซึ่งผมเป็นกรรมาธิการอยู่ด้วย เคยเรียกกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิด เกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีมาให้ข้อมูล ปรากกว่าปัญหาของเราก็คือว่า ข้าราชการ ตำรวจเอง ซึ่งเป็นพนักงานสอบสวนนี่ขาดความรู้ความสามารถในเรื่องนี้ หรือแม้แต่ผู้ที่มี ความรู้ความสามารถในกองบังคับการทั้งหลายที่รับผิดชอบก็มีน้อยครับ อันนี้ก็เป็นเรื่องที่ มันก็จะต้องแก้ไข อันนี้ก็เลยช้าไปโดยเนื้อหาสาระของมันนะครับ
ผมย้อนกลับไปนิดหนึ่งเมื่อสักครู่นี้ที่เรื่อง ดีเอ็นเอ (DNA) วันนี้กลายเป็นว่า อะไรรู้ไหมครับ เรามีศูนย์พิสูจน์หลักฐานอยู่ตามภาคต่าง ๆ น้อย คนก็น้อย นักวิทยาศาสตร์ ก็น้อย อันนี้ก็คงเป็นเรื่องที่ผมเรียนให้ทราบว่าต้องไปแก้ไขครับ
สุดท้ายครับ ก็คือช้าไปก็ไม่ดีใช่ไหมครับ แต่ว่าเร็วไปนี่ผมคิดว่ามันก็จะ ก่อให้เกิดความเสียหายตามมาได้ คือถ้าช้าไปมันก็ไม่เกิดความยุติธรรม แต่ถ้าเร็วไปจนกระทั่ง ไปทำอะไรลวก ๆ หยาบ ๆ ความเสียหายก็จะตามมา คนร้ายก็จะหลุดเงื้อมมือของกฎหมาย ไป เพราะเราไม่สามารถที่จะรวบรวมพยานหลักฐานมาพิสูจน์ความผิดของเขาเหล่านั้นได้ เพราะฉะนั้นตรงนี้กรรมาธิการต้องไปดูครับว่ามันควรเร็วขนาดไหน เพราะว่า ถ้าช้าไม่ได้อยู่แล้ว แต่ถ้าเร็วไปความสมบูรณ์ของพยานหลักฐานของสำนวนการสอบสวน อะไรก็จะเสียไปด้วยครับ ขอบคุณมากครับ