ทวี สอดส่อง หารือถึงปัญหาความไม่เป็นธรรมในกระบวนการยุติธรรมที่เกิดจากลักษณะอำนาจนิยมในกฎหมายและข้อบกพร่องของบุคคลในระบบ พร้อมเรียกร้องให้ปรับปรุงร่างกฎหมายให้ครอบคลุมหน่วยงานความมั่นคงและกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในเพื่อเพิ่มความโปร่งใส ขณะเดียวกันได้ยกประเด็นปัญหาการทับซ้อนพื้นที่ ส.ป.ก. กับที่ดินอำเภอ การขาดแคลนเจ้าหน้าที่ และความล่าช้าของกฎหมาย โดยเสนอให้เพิ่มกำลังพลในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวมถึงปรับปรุงมาตรา 6 เพื่อคุ้มครองสิทธิและความเป็นธรรมของประชาชนอย่างแท้จริง
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานที่เคารพครับ พระราชบัญญัติกำหนดระยะเวลาดำเนินการในกระบวนการยุติธรรม ผมถือว่าเป็นกฎหมาย ที่มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง โดยการออกกฎหมายทุกฉบับเราต้องมีเป้าประสงค์เดียว คือเป้าประสงค์เพื่อประโยชน์สำหรับปวงชนที่มากที่สุด ที่เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตย แล้วในบทบัญญัติของกฎหมายเราจะต้องให้คำนึงว่าประชาชน ต้องใช้ประโยชน์จากกฎหมาย และประการที่ ๒ ที่สำคัญคือ ประชาชนต้องได้รับ การคุ้มครองโดยกฎหมาย ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้ในรัฐธรรมนูญที่เรามาทำมาตรานี้ เขาบอกไว้เรื่องเดียวก็คือ เพื่อประโยชน์ของประชาชนให้ได้รับความเป็นธรรมในเวลาที่ รวดเร็ว แล้วอีกประการหนึ่งก็คือ เรื่องการเยียวยาประชาชน และอีกส่วนหนึ่งก็คือลด ความเหลื่อมล้ำในกระบวนการยุติธรรม ท่านประธานที่เคารพครับ ปัจจุบันเมื่อประโยชน์ของ ประชาชนได้รับความเป็นธรรม ในกระบวนการยุติธรรมปัญหาใหญ่เราเคยตั้งโจทย์ไว้ว่า ปัญหาอยู่ที่ระยะเวลาในกระบวนการยุติธรรม หรือปัญหาเกิดจากกฎหมาย หรือบุคคล ในกระบวนการยุติธรรม หรือเจ้าหน้าที่ในกระบวนการยุติธรรม ซึ่งต้องกราบเรียนว่า ผมเองผมให้น้ำหนักไปในเรื่องของกฎหมายไม่เป็นธรรม แล้วประการที่ ๒ ก็คือบุคคลใน กระบวนการยุติธรรมจำนวนมาก ผมใช้คำว่า จำนวนมาก ที่ไม่มีความซื่อสัตย์และเที่ยงธรรม แล้วก็ไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ท่านประธานที่เคารพครับ ในกรณีของกฎหมายในกระบวนการ ยุติธรรม เราต้องยอมรับว่าปัญหาของกฎหมายที่มากที่สุดก็คือ กฎหมายเป็นลักษณะ อำนาจนิยม เช่น กฎหมายฉบับนี้ทุกท่านอาจจะมีความหวังดี แต่ท่านซ่อนไว้เรื่องอำนาจนิยม คือท่านยังไม่ได้เริ่มต้นที่ปฏิรูปกฎหมายว่าประชาชนเขาไม่ได้รับความเป็นธรรมจากกฎหมาย ท่านสมาชิกรัฐสภาหลายท่านได้พูดไปก่อนหน้านี้ ผมขอยกตัวอย่าง ท่านสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ที่ท่านได้พูดว่า การออกพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติเมื่อปี ๒๕๖๒ เมื่อเร็ว ๆ นี้ ที่ประกาศไปยกเลิกฉบับก่อนที่เรามีปัญหาเรื่องการพิพาทระหว่างประชาชนกับรัฐ โดยประชาชนมีที่ดินประมาณ ๔.๗ ล้านไร่ทั่วประเทศ ระบุว่าการประกาศอุทยานแห่งชาติ ก่อนนั้นเป็นการประกาศมาทับที่ประชาชน แล้วก็ให้มีกระบวนการพิสูจน์สิทธิ ซึ่งกระบวนการพิสูจน์สิทธิพิสูจน์มาถึงเวลา ๒๒ ปี หลายพื้นที่ก็พิสูจน์แล้วว่ารัฐไปบุกรุก ประชาชน หลายพื้นที่โดยเฉพาะภาคใต้ทางหน่วยความมั่นคงสูงสุด เช่น แม่ทัพภาค ศอ.บต. และผู้ว่า ก็ไปแจกเอกสารว่าที่ดินดังกล่าวรัฐไปบุกรุก แต่วันดีคืนดีพระราชบัญญัติอุทยาน แห่งชาติ ๒๕๖๒ ก็มาสรุปว่าประชาชนเป็นผู้บุกรุกรัฐ ประชาชนจะอยู่ได้ต้องมาแสดงตัว ภายใน ๒๔๐ วัน แล้วคุณก็อยู่เป็นผู้อาศัย ทั้งที่มีจำนวนแปลงพบว่าเขาอยู่มาก่อน พ.ร.บ. กฎหมายที่ดิน พ.ร.บ. อุทยานแห่งชาติ อย่างนี้เป็นต้น ถ้าเราเริ่มต้นไม่ไปปฏิรูปกฎหมายให้ ความเป็นธรรม เราเริ่มต้นให้มีการบังคับใช้กฎหมายโดยเคร่งครัด ประชาชนไม่มีสิทธิมีเสียง ก็จะต้องถูกดำเนินการ เพราะว่าเขาไม่สามารถสู้ได้ เพราะหลังจากนี้ในการเขียนใน แต่ละมาตรา เรามักจะลืมว่าเพื่อความยุติธรรมให้กับประชาชน ท่านประธานที่เคารพครับ ในกฎหมายมี๑๒ มาตรา ผมให้การสนับสนุนว่ากฎหมายนี้มีความสำคัญ แต่ในการไป พิจารณาถ้อยคำ หรือการพิจารณาข้อความ ผมอยากจะฝากท่านสมาชิกที่เป็นกรรมาธิการ ผมจะไปขอสรุปสั้น ๆ คือกรณีมาตรา ๕ ที่ท่านบอกว่าหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมที่มี ๙ หน่วยงานและ ๑๐ หน่วยงาน คือให้กำหนดเป็นพระราชกฤษฎีกา ท่านประธานที่เคารพ ผมอยากจะหยิบสักหนึ่งประเด็นคือ อันที่ ๑ กระทรวงมหาดไทยไม่เป็นอะไร อันที่ ๒ กระทรวงยุติธรรม สามารถคุมทั้งกรมสอบสวนไปถึงกรมบังคับคดีและกรมราชทัณฑ์ อันที่ ๓ กรมพระธรรมนูญ ผมอยากให้เปลี่ยนเป็นกระทรวงกลาโหม ปัจจุบันเราจะพบว่า อย่างเหตุการณ์ที่สื่อได้ลงมาว่า ในช่วงปีที่แล้วมีการวิสามัญฆาตกรรมพี่น้องในจังหวัดชายแดนภาคใต้ อ้างว่าเป็นผู้ก่อเหตุ มากกว่า ๕๐ กว่าศพ คนที่ไปวิสามัญฆาตกรรม ภาพก็ออกแล้วว่าเป็นคนในกองทัพ ดังนั้น คือการตัดตอนไม่ให้คนเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมชั้นศาล ผมถือว่าเป็นความขี้ขลาดชนิดหนึ่ง แม้แต่ว่าผมเห็นใจข้าราชการ แต่ในหลักสิทธิมนุษยชนควรจะเปิดโอกาสให้เขาไปต่อสู้ชั้นศาล ดังนั้นถ้าท่านไปกำหนดแค่กรมพระธรรมนูญอย่างเดียว ผมคิดว่าน้อยไป ควรจะใช้คำว่า กระทรวงกลาโหม และอีกประการหนึ่ง ผมก็อยากให้กำหนดเป็นกองอำนวยการรักษา ความมั่นคงภายในเข้าไปด้วย เพราะว่าวันนี้กฎหมายที่บังคับใช้กฎหมายทั้งหมด กอ.รมน. จะเข้าไปผนวกเอามาเป็นอำนาจของตัวเองเกือบทั้งหมด
และอีกประการหนึ่งก็คือ อยากให้มีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ อยากให้มี กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์นี่เป็นสิ่งที่น่าเจ็บปวดมาก วันนี้ คุณไปประกาศที่ ส.ป.ก. ยังทับที่อำเภออยู่อีก ๑๐๐ กว่าอำเภอ พอเรียกมาชี้แจง ปัญหา ไม่ใช่ว่าไม่รู้ว่าผิด แต่รู้บอกว่าเจ้าหน้าที่ไม่พร้อม เมื่อมันมีกฎหมายว่าเราทำผิดแล้วทำไมเรา ไม่ยอมแก้ ซึ่งทำให้คนเสียสิทธิ ดังนั้นผมจึงอยากขอเพิ่มกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แล้วอีกอันหนึ่ง กกต. นี่พูดไปแล้ว แล้วที่สำคัญอันหนึ่งคือคณะกรรมการแข่งขันทางการค้า เป็นความน่าเจ็บปวดมากที่คณะกรรมการแข่งขันทางการค้าได้มีคำวินิจฉัยอยู่ในหลายเรื่อง ท่านประธานที่เคารพครับ อันนี้ก็เป็นส่วนหนึ่ง และที่สำคัญอย่างยิ่งก็อยากจะให้ไปเติมใน มาตรา ๖ หน่อยว่า การกำหนดระยะเวลาให้แล้วเสร็จนี่ให้ขยายไปนิดหนึ่ง เพื่อให้ประชาชน ได้รับความเป็นธรรม เพราะมันจะทำให้เวลานี่ถ้าแล้วเสร็จเร็ว มันก็คือความอยุติธรรม ชนิดหนึ่งที่ผมยกตัวอย่างมาครับ กราบขอบพระคุณมากครับ