รัฐสภา · ครั้งที่ ๕ · ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕

เฉลิมชัย เฟื่องคอน หารือเรื่องร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยกระบวนการยุติธรรม โดยมีข้อกังวลเกี่ยวกับชื่อร่างพระราชบัญญัติ มาตรา ๑ และบทนิยามในมาตรา ๓ ที่ไม่สอดคล้องกับ บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ และขอให้คณะกรรมาธิการพิจารณาเพิ่มเติม นอกจากนี้ยังหารือเกี่ยวกับมาตรา 6 ในร่างพระราชบัญญัติ และเสนอแก้ไขถ้อยคำเพื่อให้แน่ใจว่าหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมตามมาตรา 5 จะมีระยะเวลาที่ชัดเจนในการดำเนินการ

นายเฉลิมชัย เฟื่องคอน สมาชิกวุฒิสภา กลุ่มการบริหารราชการแผ่นดิน และความมั่นคง

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพครับ ผม เฉลิมชัย เฟื่องคอน สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมขออภิปรายตั้งข้อสังเกตร่างพระราชบัญญัติ กำหนดระยะเวลาดำเนินงานในกระบวนการยุติธรรม พ.ศ. .... ฝากไปยังคณะกรรมาธิการ ที่จะแต่งตั้งขึ้น ดังนี้

ประการที่ ๑ ชื่อร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ในมาตรา ๑ ยังไม่สอดคล้องกับ บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๕๘ ง. ด้านกระบวนการยุติธรรม (๑) อย่างครบถ้วน กล่าวคือรัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ว่า ให้มีการกำหนดระยะเวลาดำเนินงานในทุกขั้นตอน ผมย้ำว่าในทุกขั้นตอนของกระบวนการยุติธรรมให้ชัดเจน แต่ชื่อร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ข้อความที่ขาดหายไปก็คือทุกขั้นตอน ถ้าไม่ใส่คำนี้ หน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมตาม มาตรา ๕ อาจไม่กำหนดรายละเอียดในทุกขั้นตอนก็ได้ครับ

ประการที่ ๒ บทนิยามในมาตรา ๓ การดำเนินงานในกระบวนการยุติธรรม หมายความว่า การดำเนินงานทางแพ่ง ทางอาญา ทางปกครองรวมถึงการดำเนินงาน ในกระบวนการยุติธรรมของศาลรัฐธรรมนูญ อยากจะทราบว่าจะให้หมายความรวมถึง การดำเนินงานของคณะกรรมการการเลือกตั้งด้วยหรือไม่ เพราะองค์กรนี้เป็นองค์กรที่สำคัญ

ประการที่ ๓ บทนิยามในมาตรา ๓ เหมือนกันครับ คำว่า ศาล หมายความว่า ศาลยุติธรรม ศาลปกครอง ศาลทหาร ศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งกำหนดไว้ในบทบัญญัติ ของรัฐธรรมนูญ หมวด ๑๐ และหมวด ๑๑ ศาลรัฐธรรมนูญ แต่ทำไมไม่มีบทนิยามของคำว่า พนักงานอัยการ ซึ่งเป็นใครบ้าง เพราะองค์กรตามรัฐธรรมนูญเช่นเดียวกัน ในหมวด ๑๓ มาตรา ๒๔๘

ในส่วนที่เกี่ยวข้องในบทนิยาม มาตรา ๓ หมายความว่า คู่ความ คู่กรณี ผู้ต้องหา และผู้เสียหาย พิจารณาแล้วพบว่าผู้มีส่วนเกี่ยวข้องของบทนิยามดังกล่าว ยังไม่ครอบคลุมผู้มีส่วนเกี่ยวข้องที่ควรจะได้รับทราบ ถึงขั้นตอนและระยะเวลาในการ ดำเนินงานในกระบวนการยุติธรรม ซึ่งได้แก่ ผู้กล่าวหา ผู้ถูกกล่าวหา ผู้ต้องขัง และอาจจะ ต้องรวมถึงทนายความ และผู้รับมอบอำนาจในการกระทำการแทนด้วย

ประการที่ ๕ ที่สำคัญคือหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมในมาตรา ๕ ซึ่งมีอยู่ ๑๐ อนุมาตรา ขอทราบและฝากไปทางกรรมาธิการที่จะตั้งนะครับว่า เพราะเหตุใด คณะกรรมการการเลือกตั้งจึงไม่เป็นหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมตามมาตรา ๕ ทั้งที่ กกต. มีอำนาจในกระบวนการยุติธรรมเบ็ดเสร็จ ทั้งอำนาจนิติบัญญัติ อำนาจบริหาร และอำนาจตุลาการ อำนาจนิติบัญญัติคือสามารถออกระเบียบกฎเกณฑ์มาบังคับใช้ อำนาจบริหารคือตัดสิทธิผู้สมัคร ยกเลิกการเลือกตั้ง ร้องทุกข์กล่าวโทษผู้สมัคร ส.ส. ส.ว. ได้ รวมทั้งอำนาจตุลาการมีสิทธิเสนอศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรคการเมืองได้ตาม พ.ร.บ. พรรคการเมือง มาตรา ๙๒ ทั้งนี้ผู้เสนอกฎหมายอาจจะบอกว่า สามารถที่จะเพิ่ม ในหน่วยงานกระบวนการยุติธรรมใน (๑๐) โดยออกเป็นพระราชกฤษฎีกา แสดงว่าผู้ร่าง กฎหมายไม่ได้ให้ความสำคัญกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง และไม่ให้ความสำคัญกับ ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองด้วย โดยเฉพาะคณะกรรมการการเลือกตั้งเป็นผู้ดำเนินการ พิจารณาคัดเลือกผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองมาบริหารประเทศชาติในขั้นตอนสุดท้าย ก่อนที่จะประกาศผลการเลือกตั้ง จึงควรกำหนดความสำคัญให้คณะกรรมการการเลือกตั้งอยู่ ในมาตรา ๕ ด้วยนะครับ

ข้อสุดท้าย มาตรา ๖ ที่จะพูดถึงก็คือ มาตรา ๖ กำหนดให้หน่วยงาน ในกระบวนการยุติธรรมตามมาตรา ๕ กำหนดระยะเวลาแล้วเสร็จเท่าที่จะสามารถทำได้ ในการพิจารณาเรื่องในขั้นตอนต่าง ๆ ของการดำเนินการ เว้นแต่มีการกำหนดระยะเวลาไว้ เป็นอย่างอื่น ผมยังสงสัยว่าที่กำหนดไว้ว่าถ้อยคำที่ว่า เท่าที่จะสามารถกระทำได้ เป็นถ้อยคำ กำกวม ค่อนข้างกว้าง หน่วยงานต่าง ๆ อาจตีความถ้อยคำนี้ต่างกัน จะทำก็ได้ ไม่ทำก็ได้ โดยอ้างเหตุผลดังกล่าว อาจจะไม่กำหนดระยะเวลาแล้วเสร็จเลยก็ได้ถ้าใช้คำนี้ และถ้อยคำ สุดท้ายก็คือ เว้นแต่มีกฎหมายกำหนดระยะเวลาไว้เป็นอย่างอื่น ถ้าเขียนข้อความไว้อย่างนี้ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้จะไม่มีสภาพบังคับเลย เป็นหมันตั้งแต่ยังไม่คลอด เพราะไม่จำเป็นต้องมีกฎหมายฉบับนี้ก็ได้ เพราะแต่ละหน่วยงานเขามีระเบียบภายในกำหนด ไว้หมดแล้ว แต่มันไม่มีสภาพบังคับ เพราะไม่ได้เป็นกฎหมาย แต่ถ้าทุกเรื่อง ทุกขั้นตอน เรากำหนดระยะเวลามาอยู่ในกฎหมายกลางฉบับนี้ จะทำให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องสามารถ ทราบได้ว่าเรื่องของตนจะเสร็จเมื่อไร ล่าช้าเพราะอะไร คาดว่าจะแล้วเสร็จเมื่อไร และมี บทลงโทษทางวินัยด้วยในกฎหมายฉบับนี้ ผมจึงเสนอควรแก้ไขถ้อยคำว่า เว้นแต่มีกฎหมาย กำหนดระยะเวลาไว้เป็นอย่างอื่น ควรแก้เป็น ทั้งนี้ ในกรณีที่หน่วยงานในกระบวนการ ยุติธรรมตาม มาตรา ๕ มีกฎหมายกำหนดระยะเวลาไว้เป็นอย่างอื่นแล้ว ให้ถือว่าเป็นการ กำหนดระยะเวลาแล้วเสร็จตามพระราชบัญญัตินี้ด้วย ขอบคุณมากครับ