สมคิด สนับสนุนร่าง พ.ร.บ.ยุติธรรมไม่ล่าช้า ชี้เพิ่มความโปร่งใส

รัฐสภา · ครั้งที่ ๕ · ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕

สมคิด เชื้อคง หารือร่าง พ.ร.บ. กำหนดระยะเวลาดำเนินการในกระบวนการยุติธรรม โดยเห็นด้วยกับเจตนารมณ์เพื่อความยุติธรรมโดยไม่ล่าช้า แต่กังวลต่อการขาดมาตรฐานเวลาดำเนินคดี ความล่าช้าของกระบวนการ และการไม่กำหนดโทษชัดเจนต่อเจ้าหน้าที่ที่ไม่ปฏิบัติตาม พร้อมเสนอให้ปฏิรูปทั้งระบบตั้งแต่ล่างถึงบน รวมถึงการแต่งตั้งผู้พิพากษาที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข

นายสมคิด เชื้อคง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อุบลราชธานี

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายสมคิด เชื้อคง พรรคเพื่อไทยจากอุบลราชธานี ในฐานะ สมาชิกรัฐสภา ต้องขอบพระคุณครับท่านประธาน วันนี้ขอให้เหตุผล แล้วก็ให้ความเห็น เกี่ยวกับร่าง พ.ร.บ. กำหนดระยะเวลาดำเนินการในกระบวนการยุติธรรม ความจริงผู้ที่เขียน กฎหมาย ร่างกฎหมายก็ดึงเอามาจากรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๕๘ ซึ่งรัฐธรรมนูญฉบับนี้ก็คือ เขียนเรื่องการปฏิรูปนะครับ เพราะฉะนั้นเวลาท่านเขียนก็เอามาก็ไม่เป็นไร สิ่งหนึ่งก็เขียน มาจากรัฐธรรมนูญก็คือว่า ในกระบวนการปฏิรูปด้านกฎหมาย ด้านอื่น ๆ ในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๕๘ นั้นเขียนไว้เยอะ ไม่ว่าจะเป็นด้านการเมือง ด้านการศึกษา และกระบวนการ ยุติธรรม สิ่งหนึ่งที่ขอเอ่ยไปถึงกระบวนการปฏิรูปกฎหมายก่อนนะครับว่า วันนี้กระบวนการ ยุติธรรมก็เข้าใจว่ามีกฎหมายเข้าไปฉบับหนึ่งคือของตำรวจ และด้านปฏิรูปศึกษาก็ พ.ร.บ. การศึกษา ซึ่งไม่รู้เมื่อไรจะเสร็จ แต่สังเกตว่าเรื่องนี้ กระบวนการยุติธรรมเราไปพูดถึง ๑๐ หน่วยงาน ในมาตรา ๕ ซึ่งเราบอกว่าจะต้องไปออก กฎหมายลูกหรือไปออกระเบียบ กฎกระทรวงอะไรก็แล้วแต่ ให้ดำเนินการตามร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ เพราะว่าหลักการและเหตุผลของท่านก็คือว่า ทุกขั้นตอนกระบวนการยุติธรรม ที่ชัดเจนเพื่อให้ประชาชนได้รับความยุติธรรมโดยไม่ล่าช้า เรื่องนี้ละครับสำคัญ รายละเอียด อย่างอื่นมันตามมาเอง สังเกตนะครับว่ากระบวนการยุติธรรมบ้านเรานี้ เวลาใครรออะไร ตั้งแต่ศาลชั้นต้น ศาลฎีกา หรือเรื่องอะไรก็แล้วแต่ ท่านสังเกตไหมว่ากระบวนการต่าง ๆ มันหากำหนดเวลาไม่ได้ ซึ่งก็ดีครับ ท่านเสนอหลักการนี้มาแล้วจะให้หน่วยงานไปออก หลักการเหล่านี้จะทำให้ประชาชนได้ทราบขั้นตอน พี่น้องประชาชนที่บอกว่าขึ้นศาลแล้ว เมื่อไรจะจบ บางคดี ๑๐ ปี บางคดี ๑๕ ปี บางคดี ๖ ปี ๗ ปี หรือบางคดีก็แปลกนะครับ ท่านประธาน คดีอะไรที่โด่งดัง คดีอะไรที่เป็นที่สนใจประชาชน ทั้ง ๆ ที่มันก็คดี สาหัสสากรรจ์ ปีเดียวก็จบ ๖ เดือนก็จบ อย่างนี้เอาอะไรเป็นมาตรฐาน มันหามาตรฐาน ยังไม่เจอ เพราะฉะนั้นกฎหมายฉบับนี้เข้ามา โดยหลักการผมเห็นด้วย เพราะอย่างน้อย ๆ จะได้เป็นข้อกำหนดว่าพี่น้องประชาชนติดตามได้ ผมสนใจอีกเรื่องหนึ่งนะครับ เรื่องปฏิรูป ขอเอ่ยกับท่านประธานนิดหน่อย เราเขียนปฏิรูปหลายเรื่องแล้วท่านประธานครับ ในรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ มันหายไปอยู่เรื่องหนึ่งที่ผมคาใจ ไม่ปฏิรูปศาลหรือครับ ที่มาของ ผู้พิพากษา ที่มาอะไรต่าง ๆ เหล่านี้ เราทำไมไม่ทำให้มันครบถ้วนกระบวนความ ผมบ่นกับ ท่านประธานไปอย่างนั้นละครับ เพื่อให้ได้รับรู้ว่าหลายเรื่องมันยังข้องใจกันอยู่ อย่างอื่น ก็พยายามปฏิรูปกัน แต่เรื่องเดียวที่เราไม่เห็นปฏิรูปคือศาล แล้วก็ไม่กำหนดมาเลย ไม่กำหนดมาเลย เอาแค่ที่มาผู้พิพากษา ถ้าจะเอากันจริง ๆ มาอย่างไร ขั้นตอนเป็นอย่างไร ศึกษามาอย่างไร เรียนนิติศาสตร์มาแบบไหน เหล่านี้ถ้าเราจะให้กระบวนการมันครบถ้วน ผมพูดแถมไปเฉย ๆ แต่มันทำไม่ได้หรอก แต่อยากจะบอกว่า มันควรจะมีเรื่องเหล่านี้ ในสังคมบ้านเราด้วยนะครับ ในมาตรา ๗ ก็บอกให้เจ้าหน้าที่ทำ ท่านประธานครับ ถ้าไม่ทำ ก็จะบอกให้มีโทษทางวินัย หลักการที่ให้หน่วยงานไปออกจะกำหนดวันเวลาอะไรก็แล้วแต่ สุดท้ายประชาชนก็จะต้องเหนื่อยอยู่ดี เพราะถ้าไม่เสร็จก็ต้องไปไล่กันอีกทีว่า เจ้าหน้าที่คนนี้ ไม่เสร็จนะ อันนี้ไม่เสร็จนะ คนนั้นไม่พร้อมนะ แล้วก็ให้รายงาน แล้วก็ให้ดำเนินการ เจ้าหน้าที่อีกว่าถ้าคุณทำไม่เสร็จตามหลักการนี้ คุณต้องผิด สุดท้ายมันก็คือว่าทุกอย่าง เวลาไปออกกติกาแล้วมันเข้าไปอยู่ในระบบราชการ เหมือนเดิม ประชาชนเวลาจะไปดึง ระยะเวลาอะไรออกมานี้ยากครับ ระบบราชการมันก็เหมือนว่าประชาชนไปดึงอ้อยออกจาก ปากช้าง ถ้าบอกว่าวันนี้ ๑๒๐ วัน คุณไม่เสร็จ เขาก็มีเหตุผลต่าง ๆ นานาอีก จะดำเนินการ อย่างไร ฝากกรรมาธิการนะครับ ถ้าท่านใดไปนั่งกรรมาธิการ เอาเจตนารมณ์เลยว่าคดี ก นี้ เขาบอกว่า ๑ ปีเสร็จ คุณรายงานว่า ๑ ปีไม่เสร็จ เพราะ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ แต่ว่าต้องบอกให้ ชัดเจนในเจตนารมณ์ของกฎหมายว่าถ้าไม่เสร็จจะดำเนินการลงโทษอย่างไร อย่าเขียน ลอย ๆ เพราะถ้าเขียนลอย ๆ เมื่อไรเจ้าหน้าที่ของรัฐจะสบาย จะไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบ อะไรเลย และกว่าจะสอบสวนความผิดเจ้าหน้าที่รัฐเหล่านั้นได้ เกษียณแล้วก็ยังมีเลย บางที คู่คดีตายไปแล้วก็มี เหล่านี้ไม่อยากให้เกิด เพราะไหน ๆ จะทำเรื่องปฏิรูปกระบวนการ ยุติธรรมแล้ว ควรจะเล่นมาตั้งแต่ล่างยันบนทั้งหมดนะครับ แม้กระทั่งเรื่องตำรวจ โอเค (OK) กฎหมายตำรวจเข้าไปผมก็อ่านพอคร่าว ๆ ไปพูดถึงเรื่องตำแหน่งตัวเองเสียเยอะเลย แทนที่ จะพูดเรื่องความต้องการประชาชน แทนที่จะพูดเรื่องอื่นเยอะ ๆ กลับว่าตำแหน่งนี้จะได้ อย่างไร ไม่อยากให้กฎหมายเหล่านั้นไปรองรับระบบราชการมากจนเกินไป แน่นอนระบบ ราชการต้องมี แต่ว่ามันต้องบังคับในกรอบกติกาที่ปฏิรูป ไม่อย่างนั้นเราต่างคนต่างทำ ต่างคนต่างเอารัฐสภาเป็นสแตมป์ (Stamp) ออกไป และทำอย่างไรก็ได้ เพราะฉะนั้นตัว เจตนารมณ์ของกฎหมายที่ร่างต้องฝากไปยังท่านผู้ชี้แจงและท่านกรรมาธิการว่าควรจะ ชัดเจน อย่าให้มาตีความกันอีก ไม่อย่างนั้นปัญหามันจะตามมา ขอกราบขอบพระคุณครับ