ดิเรกฤทธิ์ เจนครองธรรม สนับสนุนร่าง พ.ร.บ.กำหนดระยะเวลาดำเนินงานในกระบวนการยุติธรรม ชี้เป็นก้าวสำคัญในการแก้ปัญหาคดีล่าช้า ความไม่โปร่งใส และการเข้าถึงความยุติธรรมที่ไม่เท่าเทียม โดยเสนอให้กฎหมายนี้เป็นพื้นฐานผลักดันให้กระบวนการยุติธรรมโปร่งใส ตรวจสอบได้ มีประชาชนมีส่วนร่วม และเปลี่ยนแนวคิดจากอำนาจอิสระของเจ้าหน้าที่เป็นหน้าที่รับผิดชอบต่อเวลาและผลการดำเนินงาน
ท่านประธาน รัฐสภาที่เคารพ กระผม ดิเรกฤทธิ์ เจนครองธรรม สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา วันนี้เป็นวันสำคัญของการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม เพราะเหตุว่ากฎหมายฉบับนี้ ร่างพระราชบัญญัติกำหนดระยะเวลาดำเนินงานในกระบวนการยุติธรรม พ.ศ. .... ได้เข้ามา สู่การพิจารณาของรัฐสภา กฎหมายฉบับนี้เป็นกฎหมายพื้นฐานที่สำคัญที่จะทำให้ กระบวนการยุติธรรมของไทยที่มีปัญหามานานได้ถูกแก้ไขครับ ผมสนับสนุนร่างฉบับนี้เต็มที่ เพราะว่ามีประโยชน์มาก เราขออภิปรายสนับสนุนว่ากฎหมายฉบับนี้จะทำให้เกิดอะไรขึ้น กฎหมายฉบับนี้จะมีประโยชน์อย่างไร และมีข้อเสนอแนะความคิดเห็นเพิ่มเติมครับ เพื่อว่าในชั้นของกรรมาธิการ ในชั้นของการพิจารณาปรับปรุงกฎหมายให้ดีขึ้นจะได้เกิด ประโยชน์ครับ ผมเรียนท่านประธานอย่างนี้ว่า ภาพใหญ่ของกระบวนการยุติธรรมมีปัญหา มากครับ ปัญหาใหญ่ ๆ ได้แก่ ๑. คดีล่าช้า ไม่ว่าจะเป็นคดีอาญา คดีแพ่งหรือคดีปกครอง เรามีตัวอย่างให้เห็น เรามีความเดือดร้อนมากมายครับ มีคดีค้างมาก ค้างนานในกระบวนการ ยุติธรรม ๒ ล้านกว่าคดีนะครับ ซึ่งก็ว่ากันไป อันนี้เป็นปัญหาแรก ปัญหาที่ ๒ ก็คือว่า ปัญหา การเข้าถึงได้ยาก เข้าถึงไม่สะดวก มีค่าใช้จ่ายไม่ทั่วถึง นำไปสู่ปัญหาที่เป็นปัญหาทางสังคม ปัญหาความเหลื่อมล้ำ ความไม่เท่าเทียม คนรวยไม่ติดคุกอะไรอย่างนี้เป็นต้น หรือว่า การพิจารณาไม่ได้รับความเป็นธรรม นาย ก นาย ข นาย ค ถูกปฏิบัติต่างกัน ปัญหาเหล่านี้ สาเหตุที่สำคัญก็คือ เจ้าหน้าที่ของรัฐที่ทำงานในกระบวนการยุติธรรม ไม่ว่าจะเป็นผู้พิพากษา ตุลาการ เจ้าหน้าที่ตำรวจ อัยการ หรือเจ้าหน้าที่อื่น ๆ ที่อยู่ในกระบวนการยุติธรรมที่ได้ กล่าวถึงนั้น ท่านทำงานอยู่ในกล่องดำ ผมใช้คำว่า กล่องดำ ก็คือกระบวนการที่ไม่โปร่งใส ตรวจสอบไม่ได้ ประชาชนไม่มีส่วนร่วม กล่องดำคือกล่องที่มองไม่เห็น กล่องดำ คือกล่องที่ไม่ รู้ว่าคนที่ทำงานอยู่ ณ ขณะนั้นทำอะไรอยู่ นี่คือเรื่องใหญ่ครับ ปัญหากล่องดำนี้เอง เป็นปัญหาที่เราต้องแก้ไข แล้วก็ทำอย่างไรกระบวนการยุติธรรมจึงจะโปร่งใส จึงจะ ตรวจสอบได้ กระบวนการยุติธรรมต้องให้ประชาชนมีส่วนร่วม นั่นก็คือทำให้กระบวนการ ยุติธรรมไม่เป็นกล่องดำอีกต่อไป ให้เป็นกระบวนการที่โปร่งใส กฎหมายฉบับนี้ผมคิดว่าเป็น กฎหมายฉบับแรกที่เป็นพื้นฐานที่จะแก้ปัญหาทำให้กระบวนการยุติธรรมเป็นกล่องใสครับ เป็นกระบวนการที่โปร่งใสตรวจสอบได้ และประชาชนมีส่วนร่วม ได้ประโยชน์มากครับ ในกฎหมายฉบับนี้สาระมีไม่เยอะครับ ถ้าพี่น้องประชาชนจะได้ติดตามนะครับ มีกำหนดไว้ว่า บังคับให้หน่วยงานเจ้าหน้าที่กำหนดขั้นตอนและระยะเวลาดำเนินงาน ส่วนที่ ๒ ให้มีช่องทาง ให้ประชาชนได้ตรวจสอบได้ว่า ศาลองค์กรต่าง ๆ ได้ทำงานตามระยะเวลาเหล่านั้นหรือไม่ เรื่องที่ ๓ คือให้มีช่องทางร้องเรียนได้ครับ ถ้าไม่ทำตามสิ่งที่ประกาศไว้ ไม่ทำตามเงื่อนไข กำหนดเวลาที่ได้ประกาศต่อสาธารณะเราก็ร้องเรียนได้ มีช่องทางร้องเรียน เรื่องที่ ๔ ก็คือว่า บังคับให้หน่วยงานได้ทบทวนทำสถิติว่าสิ่งที่ประกาศไปแล้ว จะทำเรื่องนั้นเรื่องนี้ตัดสินคดี ประเภทนั้นประเภทนี้ให้เสร็จในเวลาเท่าใด ถ้าได้ดำเนินการไปแล้วทำได้หรือไม่อย่างไร แล้วก็นำมาสู่เรื่องที่ ๕ ที่กำหนดให้หน่วยงานต้องมีการปรับปรุง เรื่องใดที่ทำให้ขั้นตอน สั้นขึ้น ระยะเวลามันทำเร็วขึ้นได้ เรื่องอะไรที่จะเพิ่มเติมเข้ามาให้เป็นเงื่อนไข ในการกำกับ การทำงานของหน่วยงานตัวเอง ทั้ง ๕ เรื่องเป็นเรื่องที่ดีมากครับ เลยทำให้กฎหมายฉบับนี้ มีความหมายแล้วก็มีประโยชน์นะครับ ประโยชน์ที่เราจะได้จากกฎหมายฉบับนี้ นอกจากจะ ทำให้เราสามารถตรวจสอบการทำงานของบุคคลในกระบวนการยุติธรรม ผมเรียนอย่างนี้ว่า ปัญหาบ้านเราก็คือว่า เมื่อมีหน่วยงานของรัฐ เจ้าหน้าที่ของรัฐ มีตำแหน่งมีเงินเดือนแล้ว ส่วนใหญ่ท่านจะคิดว่าท่านมีอำนาจที่เป็นอิสระ เมื่อมีอำนาจที่เป็นอิสระแล้วแต่ท่านจะใช้ อำนาจที่เป็นอิสระให้คุณให้โทษ ให้ประโยชน์ ทำตามหน้าที่ของท่าน ซึ่งตรงนี้ต้องเปลี่ยน คอนเซ็ปต์ (Concept) ใหม่ ต้องเปลี่ยนแนวคิดใหม่ครับ กฎหมายฉบับนี้พยายามเปลี่ยน เรื่องอำนาจอิสระของท่าน ซึ่งเราไม่ได้ก้าวล่วงนะครับว่า ตุลาการ ผู้พิพากษา เจ้าหน้าที่ ตำรวจ อัยการ ท่านจะมีความเห็นในคดีอย่างไร ท่านก็เห็นอย่างเป็นอิสระ แต่สิ่งที่ประชาชน จะติดตาม จะตรวจสอบท่านก็คือว่า ท่านได้บริหารจัดการคดีบริหารจัดการเรื่องร้องเรียน ร้องทุกข์ ในกำหนดเวลาที่ควรจะเป็นหรือไม่ เพราะฉะนั้นเปลี่ยนเรื่องอำนาจอิสระของท่าน ให้เป็นหน้าที่ครับ ท่านมีหน้าที่ที่จะต้องทำเรื่องนั้นเรื่องนี้ในกำหนดเวลาที่ควรจะเป็น เพื่อให้ เป็นประโยชน์กับประชาชน เพราะฉะนั้นเราตรวจสอบได้ทั้งคน เกิดอะไรขึ้นครับ เกิดระบบงานที่ดีครับ ถ้าเรามีระยะเวลาชัดเจน มีเนื้องานที่ควรจะเป็นในระยะเวลาที่ เป็นไปได้ เราก็จะสามารถที่จะจัดระบบคน เพื่อทำให้งานมีประสิทธิภาพมากขึ้น จัดระบบงานได้ดีขึ้น หน่วยงานก็จะมีประสิทธิภาพมากขึ้น อันนี้คือสาระสำคัญที่ขอ สนับสนุนนะครับ แล้วก็มีเรื่องตั้งข้อสังเกตเพิ่มเติม ถ้าเป็นไปได้สั้น ๆ ครับท่านประธาน นาทีเดียว ก็คือว่าหน่วยงานที่อยู่ภายใต้การบังคับใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ อยากให้พิจารณา เพิ่มเติมให้ครบกระบวนการยุติธรรม อื่น ๆ ด้วย แล้วก็หน่วยงานอื่นที่ใช้อำนาจเหล่านี้ ในเรื่องของยกตัวอย่างเช่น เรื่องของ กกต. ให้คุณให้โทษ ให้ใบเหลือง ใบแดง ท่านจะ พิจารณาระยะเวลาแค่ไหน อย่างไร เรื่องของกรมราชทัณฑ์ที่เป็นความยุติธรรมปลายน้ำ ท่านต้องโปร่งใส่มากขึ้น ต้องบอกได้ว่าใครต้องข้อหาคดีอะไร ต้องดำเนินการลงโทษอย่างไร จำคุกกี่ปี ขณะนี้เราติดตามได้ ดำเนินการไปแล้วกี่ปี ใครได้รับยกเว้นหรือไม่ได้รับยกเว้น เราสามารถมีข้อมูลเปิดเผยสาธารณะ เหล่านี้จะทำให้กฎหมายฉบับนี้มีความสมบูรณ์ แล้วก็ เป็นประโยชน์ในการปฏิรูปประเทศด้านกระบวนการยุติธรรม กราบขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ