นิยม ชี้ร่างกฎหมายยุติธรรมดี แต่มาตรา 5 ขัดเจตนารมณ์

รัฐสภา · ครั้งที่ ๕ · ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕

นิยม เวชกามา อภิปรายร่างพระราชบัญญัติกำหนดระยะเวลาดำเนินงานในกระบวนการยุติธรรม โดยเห็นด้วยกับหลักการแต่ทักท้วงจุดที่อาจกระทบความอิสระของกระบวนการ และเสนอให้แก้ไขมาตราที่กำหนดให้หลายองค์กรร่วมรักษาการ ซึ่งอาจทำให้การบริหารงานช้าและขาดความชัดเจนในอำนาจของรัฐบาล

นายนิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สกลนคร

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตอ่าน ร่างพระราชบัญญัติกำหนดระยะเวลาดำเนินงานในกระบวนการยุติธรรมบางช่วง บางตอน บางมาตรา เพราะผมมีความจำเป็นจะต้องอภิปรายถ้อยคำบางถ้อยคำ บางมาตรา ซึ่งต้อง ฝากผู้ชี้แจง ฝากกรรมาธิการเข้าไปแก้ไข เพราะท่านจะอ้างว่าผิดหลักการไม่ได้ เพราะหลักการ เหตุผลของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ผมเห็นด้วยทุกประการ พร้อมที่จะ โหวตให้ท่าน เพียงแต่ว่าผมอยากจะพูดในประเด็นซึ่งท่านเขียนไว้แล้วควรแก้ไข ความจริง หลักการและเหตุผลที่ท่านอ้างในมาตรา ๒๘๕ ง. กระบวนการยุติธรรม (๑) กระบวนการของ ท่านที่เขียนอ้างหลักการและเหตุผลท่านนำไปใส่ในมาตรา ๔ เรียบร้อยแล้ว ผมเห็นด้วย เพียงแต่ว่าผมก็อ่านเป็นบางช่วง ซึ่งเป็นประเด็นถูกใจผมมากครับ ท่านบอกว่ากระบวนการ ยุติธรรม โดยให้มีกำหนดระยะเวลาดำเนินการในทุกขั้นตอนของกระบวนการที่ชัดเจน กำหนดระยะเวลาดำเนินงานในกระบวนการยุติธรรมขึ้น แล้วมีท้าย ๆ บอกว่าให้เสร็จสิ้น รวมทั้งตรวจสอบความคืบหน้า อันจะยังประโยชน์ให้ประชาชนได้รับความยุติธรรโดยสะดวก รวดเร็ว จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ พระราชบัญญัตินี้ผมไปดูแล้วก็คงใช้มาตรา ๕ เป็นหลัก ผมจึงกราบเรียนว่าผมเห็นด้วย เพราะท่านนำหลักการ เหตุผลไปใส่ไว้ในมาตรา ๔ ชัดเจน เพียงแต่วันนี้ผมต้องบอกผู้ชี้แจง บอกผู้ที่จะเป็นกรรมาธิการว่าในมาตรา ๔ ชัดเจน ส่วนมาตรา ๕ ผมพูดถึงพรรคพวก ท่านสมาชิกพูดแล้วในคำนิยามเกี่ยวกับศาลต่าง ๆ ผมไม่พูด ผมจะบอกว่ามาตรา ๔ ผมอ่านไปแล้วเมื่อสักครู่นี้ คือหลักการและเหตุผล แต่ผม ต้องฝากกรรมาธิการและผู้ชี้แจงว่า ผมเสียใจนะ ท่านเขียนมาอย่างดี แต่สุดท้ายท่านไปเขียน ยกเลิก ทำไมผมถึงบอกเขียนยกเลิก ผมเห็นด้วยกับท่านผู้ทรงคุณวุฒิ ส.ว. ท่านพูดไปแล้ว ท่านเขียนมาดี ๆ แล้วก็บอกว่าวิธีการตรวจสอบโดยผ่านสื่อทุกช่องทางหลายช่องทาง แต่ท่านไปเขียนว่าท่านนี้จะกำหนดระยะเวลาดังกล่าวเพื่อให้เกิดผลกระทบต่อความอิสระ ในการอำนวยการยุติธรรม ท่านหักเลยนะครับ ที่เขียนมาทั้งหมดในหลักการนั้นท่าน ยกเลิกหมด มันก็เหมือนกับกฎหมายประกันชีวิต เขียนมา ๒ หน้าสุดท้ายบอกยกเลิกหมด เหมือนกันครับท่านไปดูเลย ผมจะฝากท่านว่าข้อความนี่ท่านไปแก้ไขใหม่เสีย ถ้าท่านเขียน แบบนี้ประชาชนไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย ผมเห็นด้วยกระบวนการยุติธรรมมันเป็นเรื่องยุ่งยากมาก ยุ่งยากจนว่าประชาชนเข้าไม่ถึง เริ่มต้นแต่ตำรวจแล้วครับ ตำรวจ อัยการ ศาล ประชาชนไม่กล้าแตะหรอกครับ พี่น้อง บ้านผมปัญหาก็แบบนี้ละครับ ผมจึงบอกว่าไม่ได้หรอกครับ ท่านต้องไปแตะ โดยเฉพาะ มาตรา ๖ ผมเห็นด้วยเลยท่านจะใส่ไว้ ในมาตรา ๕ ท่านใส่ตั้ง ๑๐ กระบวนการว่า กระบวนการยุติธรรมทั้งหมดท่านบอกว่าโน่นนี่นั่นถูกต้อง ผมเห็นด้วย ผมจึงบอกว่ากฎหมาย ฉบับนี้เป็นกฎหมายก้าวหน้าที่ท่านคิดจะปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม แต่ท่านอย่าเขียน แทงกั๊ก ฝากให้กรรมาธิการไปแก้ไข แล้วท่านไม่ต้องบอกในที่ประชุมว่าผิดหลักการ ไม่มีครับ หลักการท่านในมาตรา ๔ ไปดูเลยถูกหมด เพียงแต่ท่านเขียนยกเลิกไว้ในตอนปลายว่า ทำไม่ได้ อันนี้ต้องเป็นประเด็นท่านประธานครับ ผมเวลาสั้น ๆ ผมกลัวมันจะหมดไป ในมาตรา ๗ ท่านก็บอกว่าคดีไม่แจ้งอะไรนี่ ท้าย ๆ ท่านเขียนคล้าย ๆ ว่าแทงกั๊ก ผมไม่อยาก ให้เห็นกฎหมายฉบับนี้ประชาชนสุดท้ายแล้วไม่ได้ประโยชน์อะไร อันนี้ผมต้องพูดถึงเลยคือ ในมาตราสุดท้ายท่านประธานคือ มาตรา ๑๒ ท่านเขียนผู้รักษาการในพระราชบัญญัตินี้ ท่านใส่มาเลย ๑๐ องค์กร ๙ องค์กรเลยท่านประธาน ผมไม่เห็นด้วย ในจุดนี้ไม่เห็นด้วย ทำไมไม่เห็นด้วย ท่านใส่มาหมดเลย นายกรัฐมนตรี ประธานศาลฎีกา ศาลปกครองสูงสุด ศาลรัฐธรรมนูญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ป.ป.ช. อัยการสูงสุด ใส่มาหมดเลย แสดงว่าประเทศนี้ บ้านเมืองนี้ปกครองกันด้วยองค์กรของใครของมันหรืออย่างไร ไม่ใช่บริหารประเทศโดย รัฐบาลใช่ไหม อันนี้คือต้องถาม ท่านใส่กันมาหมดเลย ป.ป.ช. อะไร รักษาการไปหมด แต่มี ผู้รู้กฎหมายบอกว่าเพื่อไปออกกฎหมายได้ ออกข้อบังคับได้ นี่ล่ะคือปัญหาครับ มันจะล่าช้า ก็ตรงนี้ ทุกคนที่ว่ารักษาการแล้วไปออกระเบียบออกกฎของตัวเอง แล้วก็ช้าเหมือนเดิม ผมยืนยันว่าต้องแก้ไข นายกรัฐมนตรีต้องมีอำนาจในการจัดการบริหารบ้านนี้เมืองนี้ เห็นไหมครับ ยกตัวอย่างสหรัฐอเมริกา ประธานาธิบดีเขาสั่งการให้ทหารไปไหนก็ได้ ไปรบ ไปอะไรทำได้เลย แล้วทำไมต้องกลับไปอยู่ใน ๙ องค์กรนี้ แสดงว่าทุกคนเป็นอิสระ ไม่ต้องขึ้น ต่อรัฐบาลนี้ใช่ไหม อันนี้ต้องถามท่านประธาน ถามไปยังผู้ชี้แจงว่ากรรมาธิการต้องตรวจสอบ และแก้ข้อความได้ ผมไม่เห็นด้วยนายกรัฐมนตรีต้องมีอำนาจในการจัดการ เพราะกฎหมายนี้ ไม่ได้ใช้วันนี้วันเดียว จะใช้ไปชั่วลูกชั่วหลาน ท่านนายกรัฐมนตรีไม่มีอำนาจต้องให้ องค์กรอิสระทั้งหลายนี้ทำ ป.ป.ช. อะไรก็มีอำนาจการจัดการหมด ป.ป.ช. เองวันนี้ก็ถูกมอง ถูกเขม่นตาอยู่ แล้วจะมาให้เป็นผู้มีอำนาจจัดการได้อย่างไร ขอบคุณท่านประธานครับ