ณัฐวุฒิ ตั้งข้อสังเกต ร่างกฎหมายยุติธรรม-สมรสเท่าเทียม ชี้ชัดเจนไม่พอ

รัฐสภา · ครั้งที่ ๕ · ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕

ณัฐวุฒิ บัวประทุม ตั้งข้อสังเกตถึงร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรม โดยเฉพาะประเด็นความสมดุลระหว่างความรวดเร็วและความเป็นธรรม พร้อมกังวลต่อการนิยามคำว่า "ศาล" ที่อาจขัดรัฐธรรมนูญ และเรียกร้องให้ชี้แจงหลักการและกลไกการดำเนินการอย่างชัดเจนเพื่อให้เกิดความยุติธรรมอย่างแท้จริง ทั้งยังย้ำถึงความจำเป็นในการรักษาความเป็นอิสระของกระบวนการยุติธรรม และผลักดันความยุติธรรมในบริบทสังคม เช่น การรับรองการสมรสเท่าเทียม ตามเจตจำนงของประชาชน

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ

ขอบคุณครับ ท่านประธานที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล คนจังหวัดอ่างทอง ในฐานะสมาชิกรัฐสภาครับ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตใช้เวลาที่มีอยู่อย่างจำกัดในการพิจารณาขั้นรับหลักการของร่างพระราชบัญญัติ กำหนดระยะเวลาดำเนินงานในกระบวนการยุติธรรม พ.ศ. .... ซึ่งเป็นฉบับที่มิใช่มีการแก้ไข เพิ่มเติม แต่เป็นกฎหมายฉบับใหม่ครับ ผมมีอยู่ ๓ ประเด็นหลัก ๆ ด้วยกันครับ ที่จะขอ ใช้เวลาดังกล่าว

ในประการที่ ๑ นักเรียนที่เรียนกฎหมายทุกคนย่อมได้ยินประโยคหนึ่งใน ภาษาอังกฤษที่เรียกว่า จัสทิซ ดีเลย์ อีส จัสทิซ ดีนายด์ (Justice delayed is Justice denied) นั่นหมายถึงว่ากระบวนการยุติธรรมที่ล่าช้าเท่ากับเป็นการปฏิเสธความยุติธรรม แต่ท่านพูดประโยคนั้นแบบเดียวไม่ได้ครับ เพราะคำว่า ความรวดเร็ว มิได้หมายถึง หรือเท่ากับความเป็นธรรม หรือความยุติธรรมเสมอไป แต่ในขณะเดียวกันความล่าช้า ในหลายกรณี ถ้ามันจำเป็นบนพื้นฐานพยาน เหตุผล หรือสิ่งที่อ้างอิงได้ ก็อาจจะให้ ความเป็นธรรมที่ไม่ได้แตกต่างกัน

อีกหลักการหนึ่งครับ ที่เราไม่เห็นในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ก็คือหลักการ ที่เรียกว่า จุดิเชียล อินดีเพนเดนซ์ (Judicial Independence) หรือหลักความเป็นอิสระของ ผู้พิพากษา หรือกระบวนการยุติธรรม ฉะนั้นวันนี้เช้าท่านต้องชี้แจงให้ชัดก่อนครับว่า ระหว่าง ๒ หลักการดังกล่าวในการเรียกร้องความยุติธรรมที่รวดเร็ว กับหลักประกันของ ความเป็นอิสระของบุคลากรที่เกี่ยวข้องในกระบวนการยุติธรรม โดยเฉพาะกระบวนการยุติธรรมที่ท้ายที่สุด ก็คือศาลยุติธรรมนั้นดุลยภาพอยู่ตรงใด แต่อย่างไรก็ตามครับ ผมจำเป็นที่จะต้องย้ำ และหลีกเลี่ยงที่ไม่พูดถึงกระบวนความเป็นอิสระ ดังกล่าวได้ว่า หลายครั้งความเป็นกลางนั้นต้องทำให้เห็นและเชื่อมั่นได้ว่าเป็นกลาง ภาษาอังกฤษเราใช้คำนี้นะครับ ต้องขออนุญาตท่านประธานที่เอ่ย เรียกว่า แอกชวล แอนด์ แอปเพียแรนซ์ อิมพาร์เทียลิตี้ (Actual and Appearance Impartiality) เพราะกรณีของ การตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญไม่นานมานี้ ในกรณีที่บอกว่า มาตรา ๑๔๔๘ แห่งประมวล กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ที่ระบุเฉพาะชายและหญิงเท่านั้นที่สามารถทำการสมรสกันได้ ไม่ถือเป็นการขัดรัฐธรรมนูญ ท่านอาจจะตัดสินแบบนั้นก็ได้ครับ แต่ผมเรียกร้องและยัง เชื่อมั่นว่าสภาผู้แทนราษฎรในวันพรุ่งนี้ที่จะมีการแก้ไขขั้นรับหลักการของประมวลกฎหมาย แพ่งและพาณิชย์ที่ว่าด้วยการสมรสเท่าเทียมจะไม่มีใครเบี้ยว จะไม่มีใครหนี จะไม่มีใคร หลีกเลี่ยงที่ใช้ที่ยืนในสภาพิจารณากันดูว่าตกลงแล้วความยุติธรรมที่ศาลเขียนกับ ความยุติธรรมที่ตัวแทนประชาชนรับรู้และรู้สึกกันทั้งประเทศนั้น อำนาจในการสถาปนา ความยุติธรรมอยู่ที่ใคร นั่นเป็นประการที่ ๑ ที่ถามท่านผู้ชี้แจงครับ

ประการที่ ๒ ครับ ผมเองอาจจะไม่เห็นด้วยกับการทำเรื่องของแผนปฏิรูป ประเทศ หรือยุทธศาสตร์ประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีที่ท่านอ้างถึงรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ มาตรา ๒๕๘ ผมต้องเรียนท่านประธานแบบนี้นะครับ หลักประกันความยุติธรรม ให้กับประชาชนนั้นเกิดขึ้นตั้งแต่รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ เป็นต้นมา แน่นอนครับ ข้อความใกล้เคียง นั้นยังถูกระบุอยู่ในรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ มาตรา ๗๕ ที่บอกว่าบุคคลต้องได้รับการอำนวย ความสะดวก หรือความเป็นธรรม โดยเป็นหน้าที่ของรัฐ ที่ต้องเป็นผู้ดูแล และอำนวย ความยุติธรรมให้แก่ประชาชนอย่างรวดเร็ว ผมเองไม่ติดใจ แต่ถ้าเมื่อท่านอ้างมาตรา ๒๕๘ รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ มาตรา ๒๕๘ นั้นมีคำอยู่ ๓ คำด้วยกันครับ คำที่หนึ่งเขาบอกว่า ประชาชนได้รับความยุติธรรมโดยไม่ล่าช้า อันนี้ท่านเขียนในเหตุและผลของร่าง พระราชบัญญัติฉบับนี้ อันที่ ๒ เขาบอกว่ามีกลไกที่ช่วยเหลือประชาชนผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ ให้เข้าถึงกระบวนการยุติธรรม ผมถามว่าอยู่ตรงไหนในเหตุและผลของร่างกฎหมายฉบับนี้ อยู่ตรงไหนครับ อันที่ ๓ ในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๕๘ บอกว่าต้องสร้างกลไก เพื่อให้มี การบังคับตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด อยู่ตรงไหนละครับ และท้ายที่สุดของรัฐธรรมนูญ มาตรานั้นระบุว่า กรณีการอำนวยความยุติธรรมที่ต้องอยู่ในแผนปฏิรูปประเทศนั้น ต้องเป็นไปเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ และความไม่เป็นธรรมในสังคม ตั้งแต่เช้ามายังไม่ได้ยิน คำนี้จากท่านผู้ชี้แจง แต่ด้วยความเคารพนะครับ ผมนั่งขับรถมาจากอ่างทองเมื่อเช้า ฟังเพื่อนสมาชิก ส.ส. ๑ ท่าน พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง ฟังเพื่อนสมาชิก ส.ว. ๑ ท่าน ท่านอาจารย์วันชัย สอนศิริ ท่านก็ตั้งข้อสังเกตตรงนี้ไว้ในรายการวิทยุรัฐสภา ท่านย้อนกลับ ไปฟังได้ครับ ฉะนั้นท่านต้องตอบให้ชัดในประการที่ ๒ ว่า ตกลงแล้วกฎหมายฉบับนี้ ที่ท่านขอให้สภาของเรารับหลักการนั้น จะตอบประเด็นเรื่องการลดความเหลื่อมล้ำ หรือความไม่เป็นธรรมในสังคม มีตัวชี้วัดแบบใด ประการใดในระยะเวลาเท่าไร นั่นเป็น ประการที่ ๒ ครับ

ประการที่ ๓ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตที่จะลงไปในเนื้อหาของร่าง พระราชบัญญัติอยู่สัก ๒-๓ ประการด้วยกัน ประการที่หนึ่งครับ คือในเรื่องของนิยาม ความหมายต่าง ๆ ผมเองไม่ติดใจนะครับ ถ้าท่านบอกว่าการดำเนินกระบวนการยุติธรรมนั้น จะให้ขยายความ รวมไปถึงการดำเนินการกระบวนการยุติธรรมที่อยู่ในเขตอำนาจของ ศาลรัฐธรรมนูญ ผมไม่ติดใจข้อความนิยามคำนี้ แต่ผมติดใจข้อความนิยามถัดมาครับ ที่ท่านนิยามคำว่า ศาล หมายความว่า ศาลยุติธรรม ศาลปกครอง ศาลทหาร และศาล รัฐธรรมนูญ ด้วยความเคารพครับ อะไรที่ไม่ใช่ ท่านอยากทำให้มันใช่ ท่านถามศาล รัฐธรรมนูญสิครับว่าเขานิยามตัวเองว่าเขาเป็นศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ ถึงแม้เขาอาจจะออก กฎหมายที่บอกว่ามีใครก็แล้วแต่ที่ละเมิดอำนาจศาลอาจจะโดนขังคุกก็แล้วแต่ ผมก็คงไม่มา วิพากษ์วิจารณ์ในนี้ แล้วก็ไม่ได้ยี่หระต่อสิ่งที่ศาลเขียนแต่ประการใด แต่รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ระบุไว้ในหมวดที่ ๑๐ เขียนว่า ศาล หมายความว่า ศาลยุติธรรม ศาลปกครอง ศาลทหาร แล้วเอาคำว่าศาลรัฐธรรมนูญไปไว้ในหมวดที่ ๑๑ อะไรที่ไม่ใช่ก็อย่าให้มันใช่ ท่านไม่จำเป็นต้องใส่คำว่า ศาลรัฐธรรมนูญ ในคำว่า ศาล ครับ ตรงไหนที่เขียนจำเพาะเจาะจงว่าอยากให้หมายถึงศาลรัฐธรรมนูญ ท่านก็ใส่ตามที่ท่านคิดว่า อยากให้เขาเป็นศาล ใส่ไปเลยครับ ศาลรัฐธรรมนูญ ศาลรัฐธรรมนูญ เด็ก ๆ เขาเรียก ศาลพระภูมิ แต่อย่ามาใส่ในร่างกฎหมายที่เป็นกฎหมายแม่บท เฉกเช่นเดียวกันครับ มาตราสุดท้ายแล้วครับ ก็คือประเด็นที่บอกว่าในท้ายที่สุดการดำเนินการอำนวยความ ยุติธรรมต่าง ๆ ให้มีกฎหมายกำหนดระยะเวลาไว้เป็นอย่างอื่นนั้น อาจจะไม่สามารถเอามา บังคับใช้ได้ นี่คือสิ่งที่ผมห่วงครับว่าท้ายที่สุดแล้วการออก พ.ร.บ. ฉบับนี้อาจไม่ได้ตอบโจทย์ ต่อการอำนวยความยุติธรรม เพราะการอำนวยความยุติธรรมที่แท้จริงนั้นต้องเริ่มที่จิตใจที่รัก ความเป็นธรรมและเห็นเพื่อนมนุษย์เท่ากัน ขอบคุณครับท่านประธานครับ