สุพิศาล ภักดีนฤนาถ หารือร่างพ.ร.บ.กำหนดระยะเวลาดำเนินการในกระบวนการยุติธรรมโดยเห็นชอบและเสนอแก้ไขเพิ่มเติม 4 มาตราเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและตอบสนองความรวดเร็วให้ประชาชน พร้อมทั้งเสนอให้รับรองบทบาทคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนในร่างรัฐธรรมนูญเพื่อคุ้มครองสิทธิ เยียวยาผู้ได้รับความเสียหาย และส่งเสริมความตระหนักรู้ด้านสิทธิมนุษยชนตามเจตนารมณ์มาตรา 247 นอกจากนี้ยังเน้นการนำเทคโนโลยี เช่น จัสเทค และระบบดิจิทัลในศาล มาใช้เพื่อยกระดับกระบวนการยุติธรรม พร้อมเรียกร้องการสนับสนุนงบประมาณและบุคลากรเพื่อให้ระบบทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและไม่เกิดข้อขัดข้อง
กราบเรียนท่านประธาน ผม พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะสมาชิกรัฐสภา วันนี้ฝากท่านรัฐมนตรีไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวง ยุติธรรมด้วย ในประเด็นเรื่องของการอภิปรายร่างพระราชบัญญัติกำหนดระยะเวลา ดำเนินการในกระบวนการยุติธรรม พ.ศ. .... ผมมีทั้งเห็นด้วย และขอเพิ่มเติมในกฎหมาย เป็นประเด็นที่กรรมาธิการต้องไปพิจารณา เพราะกฎหมายฉบับนี้เป็นกฎหมายที่เกี่ยวกับ เรื่องการสร้างประสิทธิภาพและความรวดเร็วทันใจประชาชน มีประเด็นอยู่ ๔ มาตรา ใน ๑๒ มาตรา
ประเด็นแรกที่เกิดอยู่ในมาตรา ๓ ครับท่านประธาน ก็ขอขอบคุณครับ ในมาตรา ๓ ชัดเจน โดยเฉพาะคำว่า ศาล ศาลมีทั้งศาลยุติธรรม ศาลปกครอง ศาลทหาร และศาลรัฐธรรมนูญ ๒ ศาลนี้ละครับคือทำให้เกิดความอยุติธรรม เรารู้อยู่ครับท่านประธาน ประชาชนตั้งข้อสงสัยศาลสุดท้ายมานานแล้วครับ ปัจจุบันก็มีการอภิปรายในสภาเยอะแยะ ไปหมดครับท่านประธาน และสิ่งที่ไปบัญญัติคำว่าศาลไว้ในมาตรา ๕ (๘) คำว่า ศาล ไม่ได้ขาดครับ ศาลทหารก็อยู่ในนั้น ศาลรัฐธรรมนูญก็อยู่ในนั้น เป็นหน่วยที่ต้องทำเหมือนกัน ดีครับ ผมถือว่าความขี้เกียจมันจะได้หายไปครับท่านประธาน สำหรับในมาตรา ๕ นั้น ผมยังมีครับว่ายังมีหน่วยและองค์กรอิสระที่เราขาดไปคือ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน ท่านรู้ไหมครับว่านี่คือคณะกรรมการที่เป็นองค์กรสิทธิ ที่เป็นองค์กรอิสระที่ประชาชน หวังพึ่งที่สุดครับท่านประธาน พึ่งหวังที่สุดเพื่อให้เป็นหน่วยงานที่เข้ามาดูแล ในมาตรานี้ เพื่อความยุติธรรม และประเด็นของมันคือเรื่องของการเยียวยา ตรวจสอบในฐานะเป็น องค์กรร่วมตามเจตนารมณ์ของกฎหมายที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ในมาตรา ๒๔๗ ครับ ท่านประธาน มาตรา ๒๔๗ บอกว่า หน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการสิทธิคือ รวมทั้ง เยียวยาผู้ที่ได้รับความเสียหาย หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งการแก้ไขปรับปรุงกฎหมาย ไปไหนละครับ องค์กรนี้ไปไหนครับ แล้ว (๕) ยังบอกเลยครับว่า ให้เสริมสร้างทุกภาคส่วน ของสังคมได้ตระหนักถึงความสำคัญของสิทธิมนุษยชน และ (๖) ยังบอกด้วยครับว่า หน้าที่อื่น ๆ ต้องบัญญัติไว้ครับ ไม่บัญญัติก็ไม่มีหน้าที่ และสุดท้าย มาตรา ๒๔๗ วรรคสาม ยังบอกว่า คณะกรรมการสิทธิต้องคำนึงถึงความผาสุก นี่ละครับเป็นองค์กรอิสระที่หวังพึ่งได้ จริง ๆ ครับท่านประธาน
ผมไปอีก ๒ มาตราครับท่านประธานที่เกี่ยวเนื่อง ในมาตรา ๖ มาตรา ๘ อันนี้พูดให้จะ ๆ เลยครับว่าเป็นเรื่องของการใช้เทคโนโลยี พระราชบัญญัติฉบับนี้เน้นตรงนี้ ในมาตรา ๘ เรื่องการใช้เทคโนโลยี มาตรา ๖ เน้นเรื่องของกระบวนการ องค์กรสมัยใหม่ ศาลต้องเป็นองค์กรแรกในประเทศไทยที่เป็นจัสทิซ เทคโนโลยี (Justice technology) องค์กรฝรั่ง องค์กรมหาชน เขาทำตัวเองเขาเป็นดิจิทัล เทคโนโลยี (Digital technology) เป็นองค์กรใหญ่แล้วที่ใช้เทคโนโลยี เขาแปลง เขาควบรวม เจตนาคือต้องการเป็นองค์กร เทคโนโลยีครับ นั่นคือสิ่งที่ศาลต้องเป็นครับ แล้วศาลจะเป็นได้อย่างไรครับท่านประธาน จัสเทค (Just tech) ที่ผมเคยพูดไว้ในวาระแรกที่ทีโอที (TOT) หลายครั้งแล้วครับ จัสเทค (Just tech) ก็คือคำนิยามสั้น ๆ ของการใช้เทคโนโลยีในกระบวนการยุติธรรมทั้งหมด ที่เกี่ยวข้องอะไรครับ อันประกอบด้วย การลงทะเบียน การแสดงตน คือรีจิสเทรชัน (Registration) และไอเดนทิฟิเคชัน (Identification) และแบบฟอร์มคำร้องต่าง ๆ หรือคำสั่งศาลคือ อีฟอร์ม (e-Form) หรือ อีออเดอร์ (e-Order) ที่อยู่ในคำสั่งศาล ตลอดจน การติดตามและการตอบในคำสั่งศาล หรือคำวินิจฉัยของศาล ที่เรียกว่าประชาชนสามารถแทร็กกิง (Tracking) คำสั่งนั้นได้ในระยะเวลาที่ศาลใช้เทคโนโลยี ผมยกตัวอย่างครับ เมื่อเดือนที่แล้วผมไปศาลแพ่ง แขวงนนทบุรี หน้าบัลลังก์เขาบอกว่า ท่านคะ มันวุ่นวายไปหมดแล้วค่ะ นี่สตางค์หนูค่ะ ค่าแพกเกจ (Package) ที่จะต้องต่อไปยัง ทนายความ ทนายความที่ไม่ได้มาศาล เพราะศาลแพ่งเขาบอกว่าไม่ต้องมาก็ได้ใช้เทคโนโลยี ทนายความก็เขาเรียก แอด (Add) เข้ามา เพื่ออยู่ในกระบวนการยุติธรรม ศาลท่านก็นั่งอยู่ ในห้อง ท่านก็ขึ้นมาบนซูม (Zoom) ผมก็ไปยืนดูกระบวนการ ก็พบเห็นว่า น้องเขาบอกว่า นี่สตางค์หนูค่ะ ค่าแพกเกจ (Package) ศาลก็ไม่ให้ งานก็ยุ่งหมดเลยค่ะนี่ทั้งหมด เพราะว่า จะต้องประสานทั้งคนที่เป็นโจทก์ คนที่เป็นจำเลย คนที่เป็นทนายความ ทนายความต้องนัด มาตรงกัน เงินทั้งหมดค่ะ แล้วไม่ได้ฝึกอบรม ทำให้เกิดเป็นคอขวด แต่เร็วครับ ผมถือว่า สิ่งสำคัญนี้คือเขาเรียกว่า จัสเทค (Just tech) ระบบใหม่ที่เกิดขึ้นที่ศาลแพ่ง ผมไปเห็นมา กับตา แต่รัฐยุติธรรมได้จ่ายค่าแพกเกจ (Package) เร็วเข้า ผมกราบเรียนว่าอนาคตข้างหน้า มีการเพิ่มกำลังพลหน้าบัลลังก์ เจ้าหน้าที่บัลลังก์ เจ้าหน้าที่ที่ใช้เทคโนโลยีให้เขา หรือเปล่า เพราะกฎหมายนี่จะเพิ่มประสิทธิภาพตั้งแต่กระบวนการยุติธรรมชั้นพนักงาน สอบสวน ผมเคยพูดแล้วว่าการยื่นคำร้องขอประกันตัวนี่ เมื่อมีการจับกุมปั๊บ ญาติผู้เสียหาย ผู้ต้องหา สามารถยื่นประกันตัวทางทางอีไฟล์ (e-File) ได้เลย บนแพกเกจ (Package) ของจัสเทค (Just tech) คำร้องพร้อมกับแปะเงิน หรือแปะบัญชีเงิน หรือแปะหลักทรัพย์ ส่งไปยังศาลให้ศาลพิจารณาเลยครับ หน้าบัลลังก์จับขึ้นเข้าไฟล์ (File) ให้ศาลดูว่านี่ผู้ต้องหา คนนี้กำลังจะมาแล้ว ปล่อยตัวได้ครับ เพราะหลักทรัพย์ครบถ้วน ไม่หนี เห็นไหมครับ ตัวผู้ต้องหายังไม่ได้ไปถึงศาลเลย หรือจำเลยไม่ถึงศาล ก็คำร้องลงมาเลย เอากลับบ้านไปเลย ไม่ต้องขัง ไม่ต้องเสียค่าข้าว ไม่ต้องเสียค่าอาหาร ไม่ต้องเสียค่าแอร์ (Air condition) ความยุติธรรมเกิดขึ้นเพราะนี่คือความเร็วของศาล และอนาคตการเชื่อมใช้ ๕ จี (5G) กำลัง มา ๕ จี (5G) ครับ ศาลจะต้องใช้แพกเกจ (Package) ๕ จี (5G) คุมศาลทั้งหมด เพื่อบริหาร แพลตฟอร์ม (Platform) ของศาลทั้งหมด เพื่อให้รัน (Run) ให้เกิดความรวดเร็ว อย่าให้เป็น คอขวดครับ เหมือนบัตรประชารัฐ เมื่อเร็ว ๆ นี้ อันนี้เหมือนกัน เรื่องการลงทะเบียน เมื่อเช้า ผมดูข่าวครับ นักโทษหญิงขอบัตรประชารัฐ ไปดูข่าวครับ ไปประจานเขาอีก ต้องลบทิ้งครับ ศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ต้องไม่ปรากฏหลังจากที่เขาออกไปแล้ว นี่คือการลงทะเบียน ศาลต้องให้ความยุติธรรมหลังจากที่เขาออกไปแล้ว ฉะนั้นการลบข้อมูลดิบต่าง ๆ นี่มัน จะต้องเกิดขึ้น นั่นคือความยุติธรรมที่จะเกิดขึ้นครับท่านประธาน เราต้องเน้นเรื่องของการ ใช้ร่ม ๕ จี (5G) ที่จะเข้ามา งบประมาณต้องขอมา ศาลใช้มาตรา ๑๑๑ วรรคสองขอมาครับ เงินไม่พอ ขอกรรมาธิการนะครับ อย่าไปขอรัฐบาล เพราะรัฐบาลไม่มีอำนาจ ผมจบแค่นี้ครับ ขอบคุณครับ