ไชยวัฒนา ติณรัตน์ สนับสนุนร่างกฎหมายปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมเพื่อสร้างความเท่าเทียมให้ผู้ด้อยโอกาส พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ โดยเสนอให้มีการกำหนดระยะเวลาการพิจารณาคดีอย่างชัดเจน ทั้งในส่วนของอัยการ ป.ป.ช. และศาลรัฐธรรมนูญ พร้อมตั้งคำถามถึงความไม่เสมอภาคในการตัดสินใจยุบพรรคการเมือง และใช้คลิปประกอบการอภิปรายเพื่อเสริมความน่าเชื่อถือของข้อมูลที่นำเสนอ
ต่อไปนี้ ท่านประธานและเพื่อนสมาชิกและคนทั้งประเทศต้องเรียกผมว่า ไชยวัฒนา ติณรัตน์ ขอบคุณท่านประธานครับ วันนี้ผมดีใจที่ได้เห็นคณะกรรมการปฏิรูป ผมดีใจอีกครั้งหนึ่ง ที่ท่านรัฐมนตรีได้ขึ้นมากล่าว ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายไชยวัฒนา ติณรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา วันนี้ ร่างกฎหมายฉบับนี้ในฐานะที่กระผมเป็นนักการเมือง ตั้งแต่เป็นสมาชิกสภาท้องถิ่น ผมเฝ้าดู การเปลี่ยนแปลงของกฎหมายฉบับนี้ ความเป็นมาของกระบวนการยุติธรรมมาตลอดชีวิตผม พวกเรานักการเมืองทั้งหลายแสวงหาสิ่งนี้ละครับ คือความยุติธรรมให้กับประชาชนของ พวกเราทั้งประเทศ ผู้ที่แข็งแรงกว่า มีโอกาสกว่า ผู้ที่อ่อนแอกว่าทั้งฐานะ ทั้งเศรษฐกิจ นั่นคือทั้งการศึกษา นั่นคือผู้ด้อยโอกาสของคนประเทศนี้ซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ ถือว่ากฎหมาย ฉบับนี้เป็นกฎหมายปฏิรูปที่คณะกรรมการปฏิรูป ถึงแม้ว่าท่านจะมาช้า เกือบ ๘ ปีครับ เพิ่งมีกฎหมายฉบับนี้ที่เรียกว่ากฎหมายปฏิรูปเข้ามาสู่รัฐสภาแห่งนี้ ขอบคุณอีกครั้งหนึ่ง ท่านประธานและท่านสมาชิกที่เคารพครับ พวกเราก็คงจะได้ยินคำกล่าว ซึ่งเป็นคำกล่าว ที่เจ็บปวดสำหรับนักการเมืองและประชาชนคนด้อยโอกาส ความยุติธรรมช้าเพียงวันเดียว ก็คือความไม่ยุติธรรม คุกมีไว้ขังคนจนเท่านั้นหรือ ความยุติธรรมไม่มี สามัคคีก็ไม่เกิด หลักการและเหตุผลที่ท่านรัฐมนตรีได้นำเรียนต่อที่ประชุมรัฐสภาเมื่อสักครู่นี้ ผมเห็นด้วย ทุกประการ ทั้งหลักการและเหตุผล และผมดีใจในบริบทในมาตรา ๕ ที่ได้กำหนดชัด ๆ ว่า ๑๐ หน่วยงานในมาตรา ๕ ของหลักการและเหตุผลของกฎหมายฉบับนี้กำหนดให้พวกเราได้ สบายใจว่า กระทรวงมหาดไทย กระทรวงยุติธรรม กรมพระธรรมนูญ สำนักงานตำรวจ แห่งชาติ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน สำนักงานคณะกรรมการป้องกัน และปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริต แห่งชาติ ศาล องค์กรอัยการ และหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมอื่นตามที่กำหนดใน พระราชกฤษฎีกา ผมดีใจครับที่วันนี้ถ้ากฎหมายฉบับนี้ผ่านรัฐสภาของพวกเรา ในการบังคับใช้กฎหมายจะได้รู้ว่าองค์กรนี้ใช้เวลาเท่าไร ทั้งต้นน้ำ ทั้งกลางน้ำ ทั้งปลายน้ำ จะสิ้นสุดลงเมื่อใด ถามว่าในรัฐธรรมนูญได้กำหนดให้องค์กรทั้ง ๑๐ หน่วยงานนี้ไว้หรือไม่ ในกระบวนการกำหนดระยะเวลาการดำเนินงานในกระบวนการทำงาน มีครับ ยกตัวอย่าง ศาลยุติธรรมเขียนไว้ในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๔ วรรคสอง เพียงความกว้าง ๆ ครับ รายละเอียดผมไม่เข้าร่วมกำหนดไว้ว่า การจัดตั้งวิธีพิจารณาคดีและการดำเนินงานของ ศาลยุติธรรมให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น ไม่ก้าวล่วง ศาลปกครองมีไหม มีครับ ในมาตรา ๑๙๗ วรรคสี่ ศาลทหารมีไหม มีครับ ในมาตรา ๑๙๙ วรรคสอง ให้เป็นไปตาม กฎหมายบัญญัติโดยไม่กำหนดระยะเวลา ไม่เป็นไรครับ นั่นคืออดีตที่ผ่านมา ถามว่า องค์กรอัยการมีไหม กำหนดเพียงกว้าง ๆ เหมือนกัน บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๔๘ วรรคสอง ว่าพนักงานอัยการมีอิสระในการพิจารณาสั่งคดี และการปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไป โดยรวดเร็ว เที่ยงธรรมและปราศจากอคติทั้งปวง ให้เป็นไปโดยรวดเร็ว ท่านประธานครับ ผมไม่อยากพูดถึงคดีหนึ่งในองค์กรอัยการ ขอภาพนิดเดียวครับท่านประธาน
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
ไม่เสียหาย เพราะว่ารู้กันทั้งโลก ใช้เวลานานเท่าใดองค์กรอัยการ ผมไม่อยากพูดถึงคดีนี้ พูดแล้วลูกหลานคนยากคนจน คนด้อยโอกาส มันทำให้ผมนึกถึงคำหนึ่ง ภาษาบ้านผมเขา เรียกว่า เงินหลาย กฎหมายอ่อน คุกมีไว้ขังคนจนเท่านั้นหรือ เอาภาพลง เพราะฉะนั้นแล้ว การกำหนดระยะเวลาการดำเนินงานในกระบวนการยุติธรรมขององค์กรอัยการซึ่งเป็นไปตาม มาตรา ๕ นั้น ผมเห็นด้วยเต็ม ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์เลยครับท่านประธาน อีกอันหนึ่งที่จะผ่านเลยไป ไม่ได้ก็คือ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ กำหนดไหม ถามว่า ได้กำหนดไทม์มิง (Timing) กำหนดระยะเวลาการดำเนินงานไหม กำหนดครับ กำหนดเพียง กว้าง ๆ ในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๓๔ วรรคสอง ว่าในการปฏิบัติหน้าที่ตาม (๑) (๒) (๓) ให้เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ จะต้องจัดให้มี มาตรการหรือแนวทางที่จะทำให้การปฏิบัติหน้าที่ที่ดี มีประสิทธิภาพ เกิดความรวดเร็ว สุจริตและเที่ยงธรรม เกิดความรวดเร็ว ๓ เดือน ๖ เดือน บางสำนวน ๑ ปี ๓ ปี ๕ ปี หรือ ๑๐ ปี นี่เป็นคำถาม เอาละต่อแต่นี้ไป ป.ป.ป. หรือ ปปง. หรือ ป.ป.ท. ต้องบัญญัติไว้ใน กฎหมายฉบับนี้ พวกเราดีใจ อีกองค์กรหนึ่งที่อยากจะพูดถึงสั้น ๆ ครับ คือศาลรัฐธรรมนูญ ศาลรัฐธรรมนูญได้กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๑๐ วรรคสาม ประกอบมาตรา ๑๘๘ ก็กำหนดไว้เพียงกว้าง ๆ ให้เป็นไปด้วยความรวดเร็ว และปราศจากอคติทั้งปวง ผมขอภาพ ภาพหนึ่งครับ มีการยุบพรรคการเมืองหนึ่ง เวลาผมหมดครับ ผมบอกท่านวิป (Whip) ฝ่ายผมแล้วครับ ผมขอเพิ่มเติมอีกนิดเดียว มีการยุบพรรคการเมืองนี้ละครับ ผมไม่เอ่ย หรอกครับ พวกเราดู ช่วยกัน ใช้เวลาถ้าผมจำไม่ผิดครับ ยื่นยุบต้นเดือนกุมภาพันธ์ ยุบต้นเดือนมีนาคม นี่คือสิ่งที่รวดเร็วเหลือเกิน ผมก็เลยหวนกลับมาถึงพรรคผม หลายเดือนแล้วนะครับที่มีพระเดชพระคุณหลายฝ่ายไปยื่นยุบพรรคเพื่อไทยพรรคผม หลายเดือนแล้ว ไปไหนละครับ หรือจะรอเวลาช่วงแบบไทยรักษาชาติ อย่าทำอย่างนั้น เลยครับ มีเวลา ผมเข้าใจว่าการแสวงหาข้อเท็จจริง การแสวงหาพยานหลักฐานนั้นเป็นเรื่อง ต้องใช้เวลา แต่ต้องกำหนดระยะเวลา อย่าให้ผู้อื่น ไทยรักษาชาติครับ เอาภาพลงแล้ว ผมสงสารเพื่อนผม ผมเห็นใจ ผมเข้าใจครับ เพราะว่าในช่วงนั้นประเทศนี้ต้องเงียบครับ เงียบคืออะไรครับ เพราะว่าอยู่ในช่วงรัฐประหาร ทั้งหมดแถวตรง พรึบ พร ึบ พรึบ ยุบพรรค ไทยรักษาชาติ เอาละท่านประธานครับ ผมมีเวลาน้อย ผมฝากข้อห่วงใยถึงผู้ใดก็แล้วแต่ พวกเราสมาชิกรัฐสภาที่จะเป็นกรรมาธิการวิสามัญคณะนี้ ผมห่วงใยว่าแต่ละองค์กร แต่ละ หน่วยงาน กฎหมาย ๑๒ มาตรา ไม่ได้บังคับบอกว่า ๑๐ องค์กรนี้ต้องใช้เวลา ๑ ปี ๒ ปี ๓ ปี แต่ให้แต่ละองค์กรทั้ง ๑๐ หน่วยงานตามมาตรา ๕ นั้นไปกำหนดระยะเวลาเอง ผมห่วงว่า มันจะเป็นอีหรอบเดิม ท่านประธานครับ ผมห่วงจริง ๆ ต่อแต่นี้ไปถ้ากฎหมายฉบับนี้ผ่าน รัฐสภาพวกเราไป ผมจะดีใจมาก อย่าให้คนมานินทาว่าประเทศนี้ ความยุติธรรมมันมีครับ จะได้ตอบอย่างหน้าชื่นตาบานว่า ความยุติธรรมของประเทศไทยมี สามัคคีมันก็เกิด คุกไม่ได้ มีไว้ขังสำหรับคนจนแค่นั้นครับ ทุกคนมีสิทธิติดคุกที่กระทำความผิดเท่าเทียมกัน ความยุติธรรมต้องมาเร็วครับ เกิดความเสมอภาค ขอบคุณครับท่านประธาน