เกียรติ สนับสนุนร่าง พ.ร.บ. ปรับเป็นพินัย แต่ขอชี้แจงเพิ่มเติมก่อนพิจารณา

รัฐสภา · ครั้งที่ ๕ · ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕

เกียรติ สิทธีอมร สนับสนุนหลักการร่าง พ.ร.บ. ปรับเป็นพินัยเพื่อลดอาญาเฟ้อ แต่ตั้งข้อสังเกตถึงความขาดแคลนข้อมูลเปรียบเทียบกับประเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก รวมทั้งความคลุมเครือในนิยามของกฎหมาย ความผิดทางพินัย การลบทะเบียนประวัติ และการกำหนดโทษ โดยเฉพาะต่อผู้มีรายได้น้อย พร้อมเรียกร้องให้มีการชี้แจงเพิ่มเติมในประเด็นที่มาของกฎหมาย หลักเกณฑ์การคัดเลือก และภาระการพิสูจน์ตัวตนในข้อกำหนดการผ่อนชำระค่าปรับ เพื่อให้การพิจารณาในชั้นกรรมาธิการมีความชัดเจนและเป็นธรรม

นายเกียรติ สิทธีอมร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายเกียรติ สิทธีอมร ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการปรับเป็นพินัย ผมคิดว่าเห็นด้วยนะครับในหลักการ ผ่านให้ แต่มีคำถามเยอะ แล้วผมคิดว่าต้องได้รับ คำอธิบายที่ดี แล้วบางเรื่องต้องไปปรับปรุงในชั้นกรรมาธิการกันพอสมควรนะครับ

ประการแรก ร่างกฎหมายฉบับนี้ออกมาเพื่ออะไรครับ เพื่อแก้ปัญหาโทษ อาญาเฟ้อ หรือที่เขาเรียกว่า โอเวอร์ คริมินาไลเซชัน (Over Criminalization) เริ่มโดย เยอรมันครับ รายละเอียดเหล่านี้ผมไม่ทราบว่าหลาย ๆ ท่านลงลึกมากน้อยแค่ไหน ไม่ใช่ เรื่องใหม่ครับ หลายประเทศทำครับ แต่สิ่งที่ไม่ได้เขียนอยู่ในเอกสารนี้ ท่านยกตัวอย่าง ประเทศเยอรมัน ท่านตัวอย่างประเทศโปรตุเกส ท่านยกตัวอย่างประเทศอิตาลี แล้วไป ฝรั่งเศส แล้วก็วกมาไทยเลย คำถามมีอยู่ว่าในโซน (Zone) ประเทศในเอเชีย (Asia) เอง ทั้งโลกเรามีลิสต์ (List) ไหมครับ ถ้ามีลิสต์ (List) ก็จะเป็นประโยชน์นะครับ เป็นข้อมูลที่ดี แล้วเราจะได้เปรียบเทียบ เพราะว่าท่านประธานต้องไม่ลืมนะครับว่า ประเทศไทยโดน ประเมินความน่าลงทุน ความอะไรทุกอย่าง โดยองค์กรระหว่างประเทศ แล้วเขาเปรียบเทียบ กับทุกประเทศ ประเทศไทยจะออกกฎหมายอะไร ก็ต้องรู้ว่าตัวเองอยู่ในสถานะใด เมื่อเปรียบเทียบกับทุกประเทศทั้งโลกและในภูมิภาคนี้ เพราะฉะนั้นตรงนี้เองผมคิดว่าข้อมูล ยังไม่มีนะครับ ท่านยกตัวอย่าง ใช่ครับ เห็นด้วยในหลักการ เห็นด้วยครับ แต่เราไม่มีข้อมูล ที่ประเมินเปรียบเทียบตัวเราเองกับประเทศในกลุ่มภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเลย อันนี้ก็เป็น คำถามแรก ถ้าท่านมีข้อมูลให้ก็ยิ่งดีนะครับ

ประการที่ ๒ ปรับเป็นพินัย ความผิดทางพินัย ชื่อฟังดูดีนะครับท่านประธาน ท่านแปลเป็นภาษาอังกฤษอย่างไร ผมพยายามไปหาคำแปลเป็นภาษาอังกฤษไม่มีนะครับ ของเยอรมันเขามีถ้อยคำของเขาเอง มีที่เขาออกแบบมาเป็นชื่อโดยเฉพาะของเขาเลยครับ แล้วของประเทศไทยเวลาคนอื่นมาแปลกฎหมายของเรามันต้องฟังแล้วรู้เรื่อง มันต้อง แปลแล้วเข้าท่า ถ้าท่านดูกูเกิล (Google) ดูเดี๋ยวนี้คำตอบมันผิดหมดเลยนะครับ มันไม่ใช่ กับความผิดทางพินัยเลย ตรงนี้ผมคิดว่าต้องคิดเผื่อว่า จริง ๆ แล้วกฎหมายทุกฉบับใน ประเทศไทยจะต้องถูกแปล แล้วก็ถูกประเมินโดยประเทศต่าง ๆ ที่เขามองกลับมาที่ไทยว่า กระบวนการยุติธรรมของไทย ระบบกฎหมายไทยมันโปร่งใสไหม มันน่าเชื่อถือไหม มันเป็น ธรรมไหม มันมีการคำนึงถึงความเป็นศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ไหม ซึ่งที่ท่านเน้นผมว่า เป็นสิ่งที่ดี เพียงแต่ว่าถ้ามันแปลแล้วมันไม่รู้เรื่องต้องมีการบัญญัติศัพท์ใหม่ขึ้นมา เราต้อง เป็นคนทำ ของเยอรมันเขาใช้เป็นภาษาเยอรมันทับศัพท์เลยครับ ของประเทศอื่นเขาก็ใช้ ภาษาของเขาทับศัพท์เหมือนกัน ของเราจะใช้อะไรตรงนี้เอาให้ชัดนะครับ แต่ผมอยากจะ เสนอว่าจะใช้คำอะไรที่ภาษาอังกฤษพออ่านแล้วมันรู้เรื่อง รู้เรื่องว่ามีนนิง (Meaning) ความหมายของเรา เจตนาของกฎหมายนี้ต้องการอะไรในแง่คำจำกัดความของกฎหมาย ครอบคลุมประเภทความผิดใดบ้าง เผอิญท่านออกกฎหมายมาในลักษณะที่เอากฎหมาย อื่น ๆ มาเต็มไปหมดเลย บัญชี ๑ ๒ ๓ แต่ไม่มีประเภทความผิดที่ชัดเจน มีแต่เงื่อนไขของ บุคคลที่กระทำความผิด แล้วบอกบุคคลเหล่านั้นต้องไปดูแลศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ตรงนี้ เลยทำให้อ่านยาก เพราะไม่มีสมาชิกสภาคนไหนที่จะสามารถไปไล่ดูทุกกฎหมายที่ท่านอยู่ใน บัญชีทั้งหมด จริง ๆ ควรจะมีประเภทความผิดครับ ประเภทความผิดมีอะไรบ้าง จะได้ไม่ต้อง มีการตีความเวลานำกฎหมายไปบังคับใช้ เรื่องนี้ผมคิดว่าจำเป็นลองไปว่ากันในชั้น กรรมาธิการนะครับ ในมาตรา ๙ ท่านคำนึงถึงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับผู้กระทำความผิด และสถานะทางเศรษฐกิจ อันนั้นดีครับ ถูกต้องครับ แต่หัวใจมันไปอยู่ที่มาตรา ๑๐ ครับ มาตรา ๑๐ คือบุคคลธรรมดา เหตุแห่งความยากจนข้นแค้น ความจำเป็นอย่างแสนสาหัส ในการดำรงชีวิตนะครับ แล้วก็ประวัติอาชญากรรมจะถูกลบออก คำถามมันมีอยู่ว่า ลบออกภายในเวลากี่วัน เรามี ปัญหาในหลายพระราชบัญญัตินี่บอกว่าจะลบออก แต่ลบออกที ๕ ปีอย่างนี้ก็กระทบแล้ว ไม่มีการกำหนดเวลาที่ชัดเจน มีอีกกรณีหนึ่งครับ เคยมีประวัติมาก่อน อันนี้ไม่ใช่เป็นความผิด ครั้งแรก กฎหมายจะดูอย่างไร

ประการที่ ๓ ก็คืออันนี้เป็นความผิดครั้งแรก แต่พอไปกระทำความผิดซ้ำ ในอนาคตอีก กฎหมายมองการกระทำความผิดซ้ำซากลักษณะนี้อย่างไร หรือถ้ามี ความยากไร้ทำผิดกี่ครั้งเหมือนเดิมได้หมด อันนี้ไม่ชัดนะครับ ก็ต้องตั้งคำถามว่าคนยกร่าง มีเจตนาอย่างไร ในเรื่องนี้ครับท่านบอกคุณสมบัติว่ายากจนข้นแค้น มันมีภาษาทางกฎหมาย ที่เขาเรียกว่า เบอร์เดน ออฟ พรูฟ (Burden of proof) ภาระของการพิสูจน์อยู่ที่ใครครับ กฎหมายนี้ไม่ได้เขียน โจทก์พิสูจน์ จำเลยพิสูจน์ หรือดุลยพินิจศาล เรื่องนี้เป็นสาระสำคัญ เพราะถ้าคนที่เป็นจำเลยแล้วต้องการใช้สิทธิตรงนี้ไม่สามารถพิสูจน์ตัวเอง หรือไม่อยู่ใน สถานะที่พิสูจน์ตัวเอง หรือเกณฑ์ในการกำหนดเรื่องนี้ไม่ชัด มันเป็นดุลยพินิจของใคร ฉะนั้น เบอร์เดน ออฟ พรูฟ (Burden of proof) ทางกฎหมายในกระบวนการยุติธรรมเป็นเรื่อง สำคัญอย่างยิ่ง ภาระการพิสูจน์นะครับ ไปถึงมาตรา ๑๒ ผมขอคำอธิบายครับ มาตรา ๑๒ บอกว่าเสียค่าปรับ ผ่อนปรับได้ ผ่อนปรับได้ถ้าเกิน ๕ ปี ยังผ่อนไม่หมด ไม่ต้องผ่อนแล้ว ท่านเขียนอย่างนี้ไว้ทำไมครับ เพื่อให้ทุกคนผ่อนเลย ๕ ปีอย่างนั้นหรือครับ แล้วจะได้ไม่ต้อง ผ่อนต่อ อันนี้ผมงงจริง ๆ ครับ มาตรา ๑๒ ของท่าน ช่วยอธิบายนิดหนึ่งครับ เราจะได้ สบายใจ หรือไปปรับปรุงในชั้นกรรมาธิการ

ประการสุดท้ายท่านประธานครับ บัญชีที่แนบมาทั้งหมดครับ มันมีบัญชี ๑ บัญชี ๒ บัญชี ๓ ไม่ทราบมาจากไหนครับ ท่านไม่ได้บอกเลยครับว่า ใครเป็นคนทำบัญชี เหล่านี้ แล้วผมเห็นกฎหมายบางฉบับที่อยู่ในบัญชีเหล่านี้ ผมก็ไม่แน่ใจเลยมันจะมาอยู่ได้ อย่างไร เช่น พระราชบัญญัติกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พระราชบัญญัติส่งเสริมอนุรักษ์พลังงาน เหล่านี้เกี่ยวข้องอะไรกับประชาชนคนยากจน ไปไกลกว่านั้นครับ ในรายการของท่าน พระราชบัญญัติอีอีซี (EEC) อยู่ในนี้ด้วย กฎหมายเพิ่งออกไปครับ ไม่คำนึงถึงศักดิ์ศรีของ ความเป็นมนุษย์หรือครับ ทำไมมันอยู่ในลิสต์ (List) นี้ครับ ที่มาของลิสต์ (List) ผมไม่ทราบ ลอยมาจากไหน มาได้อย่างไร ใครเป็นคนกลั่นกรองแล้วแนบมาอยู่ในนี้ ขอให้ไปทบทวน นิดหนึ่ง แม้กระทั่ง พ.ร.บ. ธนาคารแห่งประเทศไทยอยู่ในลิสต์ (List) นี้หรือครับ เป็นไปได้ อย่างไรครับ เขาไว้กำกับดูแลสถาบันการเงินอย่างนี้ครับ แล้วในบัญชี ๒ ที่ผมแปลกใจที่สุด แต่ผมก็คุ้นเคยกับกฎหมายเหล่านี้ พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว มีบท ปรับตรงไหนครับ มันมีความผิดทางอาญานะครับ ผิดผู้ถือหุ้นแทน และผู้ให้ถือกับผู้ถือให้ ผิดอาญาทั้งคู่และมีบทปรับด้วย แล้วอยู่ดี ๆ ทำไมมาอยู่ในลิสต์ (List) ที่บอกว่าเปรียบเทียบ ปรับพอแล้ว อันนี้เรื่องใหญ่นะครับ การทำตัวเป็นนอมินี (Nominee) ของต่างชาติในการ ตั้งบริษัท ตั้งนิติบุคคลในประเทศไทยทำไมมันอยู่ในบัญชีนี้ ขอคำชี้แจงหน่อยครับ ฝากเป็น ประเด็นไปคุยกันในชั้นกรรมาธิการแล้วก็ปรับปรุง แต่ในวันนี้ขอคำอธิบายในบางเรื่องที่ผม ตั้งคำถามไปครับ ขอบพระคุณครับ