สุพิศาล อภิปรายร่าง พ.ร.บ. ปรับเป็นพินัย เน้นลดความเหลื่อมล้ำ

รัฐสภา · ครั้งที่ ๕ · ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕

สุพิศาล ภักดีนฤนาถ อภิปรายร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการปรับเป็นพินัย โดยเน้นหลักการให้กฎหมายสอดคล้องกับรัฐธรรมนูญเพื่อลดความเหลื่อมล้ำและคุ้มครองศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้ยากไร้ ไม่ควรใช้โทษทางอาญาหรือการขังแทนค่าปรับ และเสนอให้รัฐบาลเร่งปฏิรูปกฎหมายที่ล้าหลังรวมถึงชี้แจงข้อสงสัยเกี่ยวกับบทเฉพาะกาลในร่างกฎหมายดังกล่าว

พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชี รายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ในการอภิปรายร่างพระราชบัญญัติว่า ด้วยการปรับเป็นพินัย พ.ศ. .... รวม ๔๕ มาตรา ประกอบด้วยพระราชบัญญัติท้ายบัญชี ที่ ๑ ๒ และ ๓ รวมทั้งหมด ๑๙๒ ฉบับ ส่วนใหญ่จะเป็นพระราชบัญญัติที่มีโทษปรับและ มีโทษที่มีโทษปรับสถานสูง แล้วก็เป็นสิ่งที่ควรจะถูกปรับเปลี่ยน โดยหลักการสำคัญ ก็คือเพื่อให้เป็นไปตามที่ท่านรัฐมนตรีบอกไว้ รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ มาตรา ๒๕๘ ง. แล้วก็ ๗๗ ๒๕๘ ค. ก็เป็นเรื่องของการปรับกฎหมาย สิ่งสำคัญคือให้เหมาะสมต่อสภาพสังคม แล้วก็ บริบทของเศรษฐกิจของคนไทย ถือว่าเป็นกฎหมายที่ทำตามรัฐธรรมนูญ ผมอยากให้รัฐบาล ทำตามรัฐธรรมนูญเยอะ ๆ หน่อยครับ เพราะในรัฐธรรมนูญหลายเรื่องรัฐบาลไม่ค่อยทำ ก็เพิ่งมาทำจะครบ ๓ ปี ก็ถือว่าคณะยกร่างกฎหมาย ผมรอ ผมมีกระทู้หลายเรื่อง เรื่องนี้ ทำไมไม่ปรับ ไม่แก้ ไม่ยกเลิกกฎหมายตั้งหลายฉบับในการปฏิรูปกฎหมาย เรื่องประเด็นของ กฎหมายฉบับนี้สิ่งสำคัญคือเพื่อไม่ให้บุคคลต้องรับโทษ ท่านพูดไปแล้วนะครับ แต่สำคัญคือผมเห็นด้วยนะครับ เพราะว่าถือเป็นกฎหมายที่ให้เกียรติ คนจนครับ ให้เกียรติสิ่งที่เราเรียกว่าผู้ยากไร้ ผู้อัตคัดขาดแคลน ผู้ที่ไม่สามารถมีสิทธิในการ ทำมาหากิน หรือมีความรู้เท่าเทียมกับบุคคลอื่นที่เอารัดเอาเปรียบต่อสังคมตลอดเวลา แล้วก็ เพื่อไม่ให้บุคคลนี้ต้องรับโทษหนัก โดยเฉพาะการแบกภาระของการรับโทษทางค่าปรับ เพราะสมัยก่อนนี้การปรับโทษปรับทางอาญาก็คือ เมื่อมีการปรับหรือเปรียบเทียบปรับแล้ว ไม่มีเงิน ตอนนี้วันละ ๕๐๐ แล้วครับ แต่ก่อนวันละ ๗๐ บาท ๖๐ บาท ไล่มาถึงตอนนี้วันละ ๕๐๐ ชดใช้ ค่าปรับก็สูงแพง โดยเฉพาะความผิดในท้ายพระราชบัญญัติบางความผิดนี่แพง แพง แพง แต่สิ่งสำคัญครับในกระบวนการดังกล่าวผมว่าสิ่งสำคัญคือ เพื่อไม่ทำให้ผู้ที่ถูกปรับ เป็นพินัยได้เกิดความด่างพร้อย อันนี้ชอบมากเลยครับ เรื่องศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ซึ่งจะต้องให้สิทธิ กฎหมายนี้เป็นกฎหมายยกระดับความเป็นมนุษย์ของคนจนหรือชาวบ้าน ตาสีตาสาที่อยู่ตามท้องไร่ปลายนา บางทีเดินเข้าป่าชุมชนแล้วก็ไม่รู้ว่าบุกรุกป่า ก็ถูก เจ้าพนักงานอุทยานจับไปดำเนินคดี ไปเก็บเห็ด เก็บอะไรพวกนี้ นั่นคือสิ่งที่เราพบเห็น มานาน แล้วยังมีอยู่ครับที่เจ้าพนักงานยังล้นของการใช้อำนาจ บิดเบือนการใช้อำนาจอย่าง มากมาย แล้วก็กดทับคนยากคนจน ศาลท่านก็รับรู้ครับจากข้อเท็จจริงท่านเลยใช้อำนาจ ดังกล่าวไม่ได้ดั่งใจ คือท่านก็ปรับให้น้อยลงครับ แต่ปรับแล้วไม่มีสตางค์ก็ต้องขังครับ เอาไป ขังคือกักขังครับท่าน แล้วอีกทางหนึ่งถูกกักขังก็ลงประวัติอีกครับ มีพิมพ์ลายนิ้วมือ ต้องถูก จัดลำดับการเป็นนักโทษ ผู้ต้องกักขัง แล้วก็ตราเขาไว้ตามตัวบทกฎหมาย มันเป็นการเหยียด การเป็นมนุษย์อย่างชัดเจนครับท่าน กฎหมายฉบับนี้ถือว่าเป็นกฎหมายที่พัฒนานะครับ เพื่อใช้บังคับใช้แล้วกำหนดระยะเวลาทุกขั้นตอนในกระบวนการยุติธรรมชัดขึ้น โดยเฉพาะใน กฎหมายที่ใช้อยู่ในร่างพระราชบัญญัตินี้ ซึ่งในร่างพระราชบัญญัตินี้ท่านประธานครับ เนื้อหา ก็คือต้องการสร้างกลไก เพราะกฎหมายที่ตราจากการปฏิรูปนี้ก็คือต้องการสร้างกลไก เพื่อลดความเหลื่อมล้ำและความไม่เป็นธรรม ประเด็นสำคัญก็คือช่วยเหลือคนจน ผมพูดไป แล้วนะครับ แต่สิ่งสำคัญในกฎหมายทั้ง ๑๐๐ กว่าฉบับใน ๓ บัญชีท้ายนี้ผมก็มีความสงสัย นิดหน่อยครับ โดยเฉพาะในมาตรา ๕ ได้กำหนดเรื่องของความเหมาะสม ความรุนแรง และความรับผิดชอบเพื่อพิจารณาเป็นการปรับเป็นพินัยหลวง ก็ถือว่าชอบนะครับ วรรคสอง ก็พูดว่า การปรับเป็นพินัยนั้นไม่มีโทษทางอาญา อันนี้ดีเยี่ยม ผมยกให้เลยครับว่า การปรับเป็นพินัยนี้สิ่งสำคัญคือมนุษย์เราจะได้ไม่ถูกเหยียดศักดิ์ศรี เพราะว่า ๑. การใช้โทษ ปรับเป็นพินัย เป็นโทษที่ไม่ใช่โทษทางอาญา แล้วก็เป็นโทษที่จะทำให้ผู้คนลืมตาอ้าปากจาก ความถูกกดทับหรือความเป็นมนุษย์ได้นะครับ แล้วก็มีหลายมาตราที่เกี่ยวข้อง เวลาผมมีน้อย เหลืออีก ๑ นาทีเอง ผมข้ามไปเลยครับท่านประธานครับ ในกระบวนการพิจารณานั้น ในหมวดของกระบวนการพิจารณาที่มีเหตุอันชอบมากที่สุดคือเรื่องอะไรครับ ที่ผมพูดไปแล้ว คือห้ามมิให้หน่วยงานที่อยู่ในความยุติธรรมในการดำเนินคดีบันทึกความผิดตามพินัยนี้ เป็นประวัติ และฐานะเป็นประวัติอาชญากรรม อันนี้ก็ดีครับ และสิ่งสุดท้ายครับ ผมสงสัย ตั้งแต่มาตรา ๓๘ ไปในบทเฉพาะกาล มีการปรับสถานเดียวเพื่อให้ปรับเป็นพินัยในบัญชีหนึ่ง ทีนี้มี พ.ร.บ. ฉบับหนึ่งครับท่านประธาน ท่านไปดูนะครับ พ.ร.บ. ฉบับที่เรียกว่า พ.ร.บ. เรือไทย ๒๔๘๑ อยู่ทั้ง ๒ บัญชี คือบัญชี ๑ อยู่ลำดับที่ ๑ ลำดับที่ ๓ แล้วก็แถมไปอยู่ในบัญชี ที่ ๓ อยู่ลำดับที่ ๒ สรุปว่า พ.ร.บ. นี้สามารถอยู่ได้ ๓ บัญชีถูกไหมครับ เพราะว่าในเหตุของ การใช้บทเฉพาะกาลทั้งมาตรา ๓๒ ที่จะปรับในสถานเดียวที่เกี่ยวข้อง โทษปรับตั้งแต่ มาตรา ๓๘ และมาตรา ๔๑ ว่ามีโทษปรับจะปรับ โดยเฉพาะมาตรา ๔๑ ปรับในบัญชี ๓ ที่เป็นพินัยมันมีระยะเวลา ๓๖๕ วัน ในเรื่องของ การปรับในบัญชี ๓ เพื่อเป็นการปรับทางพินัย แล้วก็มีระยะเวลาในของบัญชีหนึ่งอีก ที่เกี่ยวข้องกับการใช้พระราชกฤษฎีกา คำถามคือพระราชบัญญัติเดียวอยู่ ๒ บัญชีได้ ใช่ไหมครับ ขอบคุณครับท่านประธาน