อนุชา นาคาศัย เสนอร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการปรับเป็นพินัย โดยมีหลักการและเหตุผลที่จะให้มีกฎหมายเกี่ยวกับการปรับเป็นพินัย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมาย และขอให้กราบเรียนเมื่อมีกำหนดมาตรการปรับเป็นพินัยขึ้นใหม่
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพและท่านสมาชิกรัฐสภาผู้ทรงเกียรติ ผม นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีได้รับมอบหมายจากคณะรัฐมนตรีให้นำเสนอร่าง พระราชบัญญัติว่าด้วยการปรับเป็นพินัย พ.ศ. .... ต่อรัฐสภา โดยมีหลักการและเหตุผลดังนี้
หลักการ ให้มีกฎหมายว่าด้วยการปรับเป็นพินัยและให้เปลี่ยนความผิดอาญา ที่มีโทษปรับสถานเดียว และความผิดที่มีโทษทางปกครองที่บัญญัติไว้ในกฎหมายบางฉบับ อาจเป็นความผิดทางพินัย
เหตุผล โดยที่มาตรา ๗๗ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยได้บัญญัติ ให้รัฐพึงกำหนดโทษอาญาเฉพาะความผิดร้ายแรงประกอบกับแผนการปฏิรูปประเทศด้าน กฎหมาย ได้กำหนดให้มีการปรับปรุงกฎหมายในการกำหนดโทษอาญาให้เหมาะสมกับสภาพ ความผิดหรือกำหนดมาตรการลงโทษให้เหมาะสมกับการกระทำความผิด และฐานะของ ผู้กระทำความผิดเพื่อมิให้บุคคลต้องรับโทษหนักเกินสมควรหรือต้องรับภาระในการรับโทษ ที่แตกต่างกัน อันเนื่องจากฐานะทางเศรษฐกิจที่แตกต่างกัน เนื่องจากกรณีที่กฎหมายกำหนด โทษปรับ ผู้มีฐานะทางเศรษฐกิจดีย่อมสามารถชำระค่าปรับได้ แต่ผู้มีฐานะยากจนและไม่อยู่ ในฐานะที่จะชำระค่าปรับได้ถูกกักขังแทนค่าปรับ อันกระทบต่อศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ อย่างรุนแรง ประกอบกับเมื่อคำนึงถึงข้อห้ามหรือข้อบังคับที่กฎหมายกำหนดให้ประชาชน ต้องปฏิบัติหรือไม่ปฏิบัติแล้ว จะพบว่ามีข้อห้ามหรือข้อบังคับจำนวนมากอาจรุกล้ำเข้าไปใน สิทธิพื้นฐานหรือสร้างภาระอันเกินสมควรแก่ประชาชนและนับวันจะมีกฎหมายตราออกมา กำหนดการกระทำให้เป็นความผิดมากขึ้น หลายกรณีทำให้ประชาชนกลายเป็นผู้กระทำ ความผิดเพราะรู้เท่าไม่ถึงการณ์ บางกรณีกระทำไปเพราะความยากจนข้นแค้น และเมื่อได้ กระทำความผิดแล้วก็ต้องถูกนำตัวเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมทางอาญา เช่น ถูกจับกุม คุมขัง พิมพ์ลายนิ้วมือและลงบันทึกประวัติอาชญากร ก่อนเป็นประวัติติดตัวตลอดไป และในที่สุด ไม่ว่าผู้นั้นจะเป็นผู้กระทำความผิดหรือไม่ กระบวนการที่กล่าวมาย่อมสร้างรอยด่างให้เกิดแก่ ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ถ้ามีทางใดที่จะป้องกันมิให้ประชาชนจะต้องตก เข้าสู่กระบวนการนั้นได้ จะเป็นประโยชน์แก่ประชาชนและขจัดความเหลื่อมล้ำในสังคมได้ ตามสมควร แม้ว่าการกำหนดมาตรการอันเป็นโทษที่ผู้กระทำการ อันเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ ปฏิบัติตามกฎหมายเป็นสิ่งจำเป็นที่จะต้องมีเพื่อให้กฎหมายมีสภาพบังคับ แต่โทษนั้น ก็ไม่จำเป็นต้องเป็นโทษทางอาญาเสมอไป ซึ่งนานาประเทศได้เริ่มปรับเปลี่ยนบทลงโทษจาก ความผิดอาญาเป็นมาตรการอื่นที่มิใช่โทษทางอาญามากขึ้น รวมทั้งการใช้มาตรการอื่นแทน การลงโทษทางอาญา กรณีจึงสมควรที่ประเทศไทยจะพัฒนากฎหมายไทยให้สอดคล้องกับ นานาประเทศและเกิดประโยชน์แก่ประชาชนมากยิ่งขึ้น โดยปรับเปลี่ยนโทษอาญาบางประการที่มุ่งต่อการปรับเป็นเงินเป็นมาตรการปรับเป็นพินัย ที่สร้างขึ้นใหม่ ให้มีสภาพเป็นโทษอาญาที่ไม่ให้มีสภาพเป็นโทษทางอาญา โดยกำหนด หลักเกณฑ์ให้ใช้ดุลยพินิจกำหนดค่าปรับที่ต้องชำระให้เหมาะสมกับสภาพความร้ายแรงแห่ง การกระทำ และฐานะทางเศรษฐกิจของผู้กระทำความผิดให้สอดคล้องกัน และในกรณีที่ ผู้กระทำความผิดไม่มีเงินชำระค่าปรับ อาจขอทำงานบริการสังคมหรือทำงาน สาธารณประโยชน์แทนการชำระค่าปรับได้ โดยไม่มีการกักขังแทนค่าปรับดังเช่นที่เป็นอยู่ใน คดีอาญา การเปลี่ยนสภาพบังคับไม่ให้เป็นโทษอาญา โดยกำหนดวิธีการดำเนินการขึ้นใหม่ เป็นการเฉพาะนี้ย่อมจะช่วยทำให้ประชาชนที่ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดไม่ต้องเข้าสู่ กระบวนการทางอาญา และไม่มีประวัติอาชญากรรมติดตัวอีกต่อไป การเปลี่ยนแปลงเช่นนี้ จะเป็นกลไกทางกฎหมายเพื่อสร้างความเป็นธรรมและขจัดความเหลื่อมล้ำทางสังคม และส่งเสริมการบังคับใช้กฎหมายให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นตามเจตนารมณ์ของมาตรา ๗๗ และมาตรา ๒๕๘ ค. ด้านกฎหมาย (๑) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และแผนการ ปฏิรูปประเทศด้านกฎหมาย ขอกราบเรียนเมื่อมีกำหนดมาตรการปรับเป็นพินัยขึ้นใหม่ ที่ไม่ใช่โทษทางอาญา จึงสมควรเปลี่ยนการกำหนดโทษทางอาญาที่มีโทษปรับสถานเดียว และกฎหมายที่มีการกำหนดโทษทางปกครองบางฉบับ ตามบัญชีท้ายเป็นมาตรการปรับ เป็นพินัย จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้
ท่านประธานที่เคารพครับ การเสนอร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ เป็นการ ดำเนินการตามแผนปฏิรูปประเทศด้านกฎหมาย ประเด็นปฏิรูปที่ ๑๐ มีกลไกส่งเสริมการ บังคับใช้กฎหมายให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยการจัดทำกฎหมายกลาง เพื่อกำหนด หลักเกณฑ์ในการพิจารณาและกำหนดค่าปรับเป็นพินัย และให้เปลี่ยนโทษอาญาที่มีโทษปรับ สถานเดียว ที่สามารถเปรียบเทียบ เพื่อให้คดียุติได้ รวมทั้งเปลี่ยนโทษทางปกครองเป็น มาตรการปรับเป็นพินัย คณะรัฐมนตรี จึงขอนำเสนอร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการปรับเป็น พินัย พ.ศ. .... นี้มาเพื่อให้รัฐสภากรุณารับไว้พิจารณา ขอบคุณครับ