วิสาร เตชะธีราวัฒน์ แสดงความเห็นสนับสนุนร่าง พ.ร.บ.กำหนดระยะเวลาดำเนินงานในกระบวนการยุติธรรม โดยชี้ทั้งข้อดีที่ประชาชนได้รับความเป็นธรรมและสามารถคาดการณ์ระยะเวลาสิ้นสุดคดีได้ พร้อมเสนอแนวทางการรวมกระบวนการสอบสวนกับการฟ้องร้องเพื่อลดการหลุดคดีและเพิ่มประสิทธิภาพผ่านกลไกเช่นพลีบาร์เกนนิง ขณะเดียวกันตั้งข้อสังเกตถึงพฤติกรรมการใช้ฉายาดูหมิ่นต่อผู้อื่น และเรียกร้องให้กลับมาให้เกียรติและทำหน้าที่เพื่อกระบวนการยุติธรรมอย่างเหมาะสมก่อนถอนตัวจากเวทีการเมือง
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วิสาร เตชะธีราวัฒน์ พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดเชียงราย ในฐานะสมาชิกรัฐสภาครับ ท่านประธานครับ ต่อร่างพระราชบัญญัติกำหนดระยะเวลา ดำเนินงานในกระบวนการยุติธรรม ผมเห็นดีด้วยอย่างยิ่งนะครับ แล้วก็อยากจะขออนุญาต ท่านประธานว่าความเห็นผมนี้ เห็นเพื่อนสมาชิกหลายท่านได้อภิปรายไปแล้ว ผมถือว่า เป็นประโยชน์ แล้วก็น่าจะเป็นข้อมูลในการที่ให้กรรมาธิการไปร่วมพิจารณาแก้ไข เรื่องกำหนดระยะเวลา มันมีทั้งข้อดี แล้วก็ข้อเสียครับท่านประธานครับ ข้อดีก็คือพี่น้อง ประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งนี้ผู้เสียหาย หรือผู้ต้องหานะครับ ก็จะได้รับความเป็นธรรม ในฐานะที่เป็นจำเลย และจะได้ประมาณการว่าระยะเวลาสิ้นสุดของคดีจะไปจบเมื่อไร อย่างไร แต่ส่วนข้อเสียนี้ครับท่านประธานครับ ถ้าการเร่งจนเกินไปก็อาจจะทำให้เสีย กระบวนการยุติธรรม ถ้าช้าไป เร็วไปก็จะทำให้เกิดความอยุติธรรมขึ้นได้ สิ่งที่ผมจะ ขออนุญาตแสดงความคิดเห็น ต้องเรียนท่านประธานก่อนนะครับว่าภาคเช้าผมไปประชุม กรรมาธิการ ก็เลยไม่มีโอกาสได้ฟังต่อเนื่องนะครับ หากว่าข้อมูลผมจะไปซ้ำกับ ท่านกรรมาธิการ หรือว่าเพื่อนสมาชิกท่านใดก็ต้องขออนุญาตซ้ำต่อไปเลยนะครับ
เรื่องแรกที่ผมมีความเห็นนั่นก็คือว่า ผมคิดว่าเรื่องนี้ปฏิบัติได้ยากมากครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งนี้มันกว้างเกินไป แล้วก็ยากที่จะเอาไปบังคับใช้ โดยเฉพาะที่ผ่านมา ความเห็นผมนี้กระบวนการสอบสวนของตำรวจ กับกระบวนการฟ้องร้องของอัยการ ผมอยากจะให้เอามารวมกันได้ไหมครับ โดยเฉพาะคดีที่เป็นคดีสำคัญ ๆ ผมจะขออนุญาต ยกตัวอย่างนะครับท่านประธานครับ คดีที่เราเห็นในต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นประเทศ ที่มีการพัฒนา มีความเจริญแล้วในทางกระบวนการยุติธรรม เป็นญี่ปุ่นก็ดี อเมริกาก็ดี อังกฤษก็ดีนะครับ เขาจะมีกระบวนการที่หลังจากที่มีคดีขึ้นมานี้ครับ เขาจะมีอัยการเข้าไป ร่วมการสอบสวนเลยครับ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งนะครับ ขั้นตอนตรงนี้เราสามารถจะ รวมกันได้ ไม่ว่าจะเป็นขั้นตอนสอบสวนกับขั้นตอนฟ้องร้องนี้ครับ มันจะทำให้เร็วขึ้น ท่านประธานเห็นไหมครับว่า ขณะนี้มันมีการผลัดฟ้อง ให้มีการฝากขัง ถึงเวลาขึ้นมาเพื่อน ๆ ที่เป็นทนายความของผมหลายคนเขาบอกว่า ถึงเวลาฝากขังไป ๗ ฝากแล้ว ฟ้องร้องไม่ทันก็ต้องถอนหลักประกันให้เขา ถึงเวลาขึ้นมามันก็มีผู้ต้องหาหลบหนี แล้วก็ หายไปเลย แล้วก็ทำให้ขาดอายุความ สิ่งที่ผมอยากจะเรียกร้องตรงนี้นะครับท่านประธาน มันมีโครงการอีกอันหนึ่งก็คือมันต้องมีการเช็ก แอนด์ บาลานซ์ (Check and Balance) ระหว่างกระบวนการยุติธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าให้ตำรวจกับอัยการได้ทำคดีสำคัญ ๆ มันจะมีความรัดกุม รอบคอบ และที่สำคัญท่านประธานคงเห็นนะครับว่าคดีในต่างประเทศ ถ้าตราบใดที่มีการฟ้องร้องกันแล้วหลุดคดีน้อยมากครับ โดยเฉพาะที่ประเทศญี่ปุ่นถ้ามี การฟ้องร้องกันแล้วผู้ต้องหา หรือจำเลย หรือว่าผู้กระทำความผิดติดคุกมีแค่ไม่ถึง ๒ เปอร์เซ็นต์ที่หลุดรอดคดีไปได้ แต่ประเทศไทย ท่านประธานเป็นผู้พิพากษาท่านทราบดี อัยการผลัดฟ้องเลื่อนไปเลื่อนมา ตำรวจก็ดึงไปดึงมา พอถึงเวลาขึ้นมาขึ้นศาลแล้วส่วนใหญ่ หลุดแทบจะเยอะมากครับ ผมไม่กล้าทำนายว่าหลุดไปเท่าไร แต่ว่าพวกเราทราบกันดี สิ่งที่ ผมอยากจะขอฝากกรรมาธิการที่จะตั้งขึ้นมี ๒ กรณีครับ กรณีแรกเราคงเคยได้ยินคำว่า พลีบาร์เกนนิง (Plea Bargaining) นั่นหมายถึงว่าเราต้องไปต่อรองกับผู้กระทำความผิด ที่เป็นพยานเล็ก ๆ น้อย ๆ ครับ หลายประเทศในยุโรป หลายประเทศในออสเตรเลียเขามี รายการต่อรองเรื่องพยานหลักฐานเพื่อที่จะสาวเอาผู้กระทำความผิดตัวใหญ่ ๆ ไม่ว่าจะเป็น เรื่องอาชญากรรมข้ามชาติ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องยาเสพติด การพลีบาร์เกนนิง (Plea Bargaining) สำคัญครับ เพราะทำให้กระบวนการยุติธรรมรวดเร็วขึ้น และที่สำคัญก็คือการตัดสินของ ผู้พิพากษาก็จะได้รับการยอมรับ แล้วก็เที่ยงธรรม
สุดท้าย ผมต้องขอบคุณท่านรัฐมนตรีประจำสำนักนายกนะครับ ท่านอนุชา นาคาศัย ที่ท่านกรุณาเป็นผู้เสนอเรื่องนี้เองนะครับ แต่เรื่องนี้ผมเรียนท่านว่าท่านไม่เกี่ยวครับ ท่านไม่เกี่ยวเลย คนที่เกี่ยวจริง ๆ ก็คือท่านรองนายกรัฐมนตรีวิษณุครับ ท่านวิษณุ เครืองาม ไปไหนครับ ไม่ได้ว่าอะไรท่านนะครับ เพียงแต่ว่าที่ผ่านมาท่านประธานครับ ผมเป็นลูกศิษย์ คนหนึ่ง อ่านหนังสือที่ท่านเขียน และก็ฟังการบรรยายของท่านหลายครั้งครับ ผมเสียดแทง หัวใจ ใครที่มาติฉินตั้งฉายาอาจารย์ผมแบบดูถูกดูแคลน ศรีธนญชัยลอดช่องบ้าง ไฮเตอร์ เซอร์วิส (Hither service) บ้าง ถึงเวลาสุดท้ายขึ้นมาเขาบอกว่าการเป็นเนติบริกรของท่าน นี่ครับ ทั้ง ๆ ที่ท่านเป็นกูรูทางด้านกฎหมายอธิบายอะไรได้ชัดเจน แต่ท่านก็เลี่ยงแล้วเลี่ยงอีก บางเรื่องเป็นการขัดความรู้สึกถึงขนาดว่ามีน้อง ๆ มีอาจารย์ นักศึกษากฎหมายทั้งหลาย เขาเสื่อมศรัทธา เกียรติยศที่ท่านเคยมีอยู่ในฐานะศาสตราจารย์วิษณุ เครืองาม หายไป เยอะครับ ผมเลยขอใช้โอกาสนี้เรียกร้องว่าก่อนที่สภาแห่งนี้ ก่อนที่รัฐบาลชุดนี้ ก่อนที่ท่าน ศาสตราจารย์วิษณุ เครืองาม ซึ่งขณะนี้ท่านเลี้ยงหลานแล้วครับ ขอได้โปรดทำความดีสักครั้ง เอาตำรวจ อัยการมารวมกัน ทำให้มันเป็นกระบวนการยุติธรรมที่ดีขึ้นครับ เรียกร้องศักดิ์ศรี ของท่านก่อนที่ท่านจะเลิกราทางการเมือง ก่อนที่ท่านจะออกไปจากวงการนี้ไป ถ้าท่านทำ เรื่องนี้สำเร็จ ผมคิดว่าเกียรติยศชื่อเสียงศาสตราจารย์วิษณุ เครืองาม เนติบริกร ไฮเตอร์ เซอร์วิส (Hither service) ต่าง ๆ ไม่เหลือครับท่านประธานครับ ตอนนี้ขอเรียกร้องฝาก ท่านอนุชาไปถึงท่านวิษณุด้วยว่าขอให้ท่านทำเรื่องนี้อย่างจริงจังจะเป็นบุญเป็นกุศลกับ กระบวนการยุติธรรม นักโทษทั้งหลายที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม และพี่น้องประชาชนอีก หลาย ๆ คนที่หวังความเป็นธรรมจากประเทศไทยครับ ขอบพระคุณครับท่านประธานครับ