มานพ ชี้ปัญหาความล่าช้าในกระบวนการยุติธรรม กระทบคนจน-ไร้รัฐ

รัฐสภา · ครั้งที่ ๕ · ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕

มานพ คีรีภูวดล อภิปรายร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรม โดยเน้นปัญหาความล่าช้าที่ก่อให้เกิดความอยุติธรรม โดยเฉพาะต่อกลุ่มคนจน ผู้ไร้ที่ดิน และบุคคลไร้รัฐ ซึ่งส่งผลต่อโอกาสในการเข้าถึงการศึกษาและการพิสูจน์สัญชาติ พร้อมเรียกร้องให้แก้ไขกฎหมายที่ล้าสมัย กระจายอำนาจการตัดสินใจไปยังระดับพื้นที่ และรวมกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเข้ามามีบทบาทในการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินของประชาชนอย่างเป็นธรรมและเร่งด่วน

นายมานพ คีรีภูวดล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม มานพ คีรีภูวดล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ขอมีส่วนร่วมในการอภิปรายร่างพระราชบัญญัติ กำหนดระยะเวลาในการดำเนินการในกระบวนการยุติธรรม ท่านประธานครับ อย่างที่ท่าน สมาชิกในห้องนี้ได้อภิปรายไปแล้วนะครับ ความล่าช้าของกระบวนการยุติธรรมคือความ อยุติธรรม ซึ่งผมเข้าใจว่าห้องนี้ไม่ได้ปฏิเสธและคนส่วนใหญ่ก็เห็นด้วยกันว่ากระบวนการที่ ล่าช้าคือความอยุติธรรม ท่านประธานครับ ผมคิดว่าวัตถุประสงค์ในมาตรา ๔ ผมคิดว่า ทุกฝ่ายเห็นด้วยกันว่าจะใช้ระยะเวลาที่มันสั้น รวดเร็ว และมีคุณภาพนำไปสู่การสร้าง กระบวนการยุติธรรมกับพี่น้องประชาชนอย่างไร พี่น้องประชาชนถึงจะได้รับความเป็นธรรม ผมรอคอย ผมเห็นด้วยกับการมีกฎหมายฉบับนี้ เพียงแต่ว่าในเชิงเนื้อหา ในเชิงกระบวนการ นี่มันจะส่งผลถึงข้อเท็จจริง ส่งผลถึงให้เกิดความยุติธรรมได้อย่างไร ผมคิดว่าอันนี้เป็นภารกิจ ของกรรมาธิการร่วมที่จะเกิดขึ้น ท่านประธานครับ กระบวนการยุติธรรมนี่ผมคิดว่าไม่ค่อย มีปัญหากับคนที่มีอำนาจกับคนที่มีฐานะทางเศรษฐกิจ กระบวนการยุติธรรมที่ผ่านมานี่ครับ มักจะมีปัญหาแล้วส่งผลกระทบกับพี่น้องประชาชน คนยากไร้ คนชายขอบ คนที่ไม่มีสิทธิ ในทางการเมือง ในทางอำนาจในชั้นต่าง ๆ ของประเทศนี้นะครับ ผมขออนุญาตยกตัวอย่าง อย่างนี้ครับ กรณีความยุติธรรมในประเด็นที่ดินป่าไม้ที่เกิดขึ้นในประเทศนี้นะครับ วันนี้ พี่น้องประชาชนที่อยู่อย่างผิดกฎหมาย อยู่ในที่ดินของรัฐ ไม่ว่าจะเป็นกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช กรมป่าไม้ ที่ราชพัสดุ ที่ของ น.ส.ล. ที่หลวงต่าง ๆ ทั้งหมด ข้อมูลโดย กลม ๆ ผมคิดว่าไม่ต่ำกว่า ๑๐ ล้านคน คนเหล่านี้จะเจอกับปัญหาในเชิงกระบวนการ ยุติธรรมตลอดเวลาครับ ท่านประธานครับ ในเฉพาะกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช และกรมป่าไม้ วันนี้คดี ที่ยังคาอยู่ไม่ว่าจะเป็นคดีที่เจอผู้กระทำผิด หรือคดีที่ไม่เจอผู้กระทำผิด ที่ชาวบ้านเรียกว่า คดีแห้ง คดีแห้งนี่อย่างนี้ครับท่านประธานครับ คนจับก็ไม่รู้ว่าใครบุกรุก คนที่ถูกกล่าวหาก็ ไม่รู้ว่าจับเมื่อไร มีการติดป้าย แล้วก็คาไว้ที่โรงพัก คดีอย่างนี้รวม ๆ แล้ว ณ วันนี้ก็คือ ประมาณไม่ต่ำกว่า ๓๐,๐๐๐ คดี เพราะฉะนั้นเวลาพูดถึงเรื่องนี้ ผมคิดว่านอกจากขั้นตอน และกระบวนการยุติธรรมแล้วนี่ก็ต้องพูดถึงเรื่องของต้นตอ สาเหตุปัญหาที่จะนำไปสู่ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในกระบวนการยุติธรรม กรณีอย่างนี้ครับ ท่านประธานครับ ผมยกตัวอย่างง่าย ๆ พ.ร.บ. ป่าไม้ ๒๔๘๔ นิยามความหมายของป่าไม้ ป่าคือที่ดินที่ไม่มี เอกสารสิทธิ ประกาศเมื่อปี ๒๔๘๔ ณ วันนั้นผมเข้าใจว่าหลายท่านที่อยู่ในห้องนี้ครับ บ้านก็ เป็นป่านะครับ วัดก็เป็นป่า โรงเรียนก็เป็นป่า ที่สาธารณะทั้งหมดก็เป็นป่า ชุมชนบางชุมชน ทั้งอำเภอวันนี้สถานะก็ยังเป็นป่า เพราะฉะนั้นกระบวนการยุติธรรมก่อนที่จะนำไปสู่ กระบวนการ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเหล่านี้ ผมคิดว่าต้นตอเหล่านี้มันนำไปสู่ความอยุติธรรม ผมอยากจะเพิ่มเติมในประเด็นเรื่องของกระบวนการก่อนที่จะนำไปสู่ขั้นตอนการตัดสินใจ ของไม่ว่าจะเป็นสอบสวน อัยการ ศาลต่าง ๆ เหล่านี้ครับ มันมีเนื้อหาที่มันไม่มีความเป็น ธรรมที่เกิดขึ้น พี่น้องประชาชนที่อยู่ก่อนกฎหมายประกาศ พี่น้องประชาชนที่ปักหลักปักฐาน และใช้ประโยชน์ร่วมกันก่อนที่จะมีประเทศไทยด้วยซ้ำไป โดยเฉพาะ ๘ จังหวัดภาคเหนือ ที่เจอปัญหาเรื่องนี้ มีการกำหนดหลักเกณฑ์ เช่น สโลป (Slope) ไม่เกิน ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ไม่สามารถจะทำมาหากินได้ แต่ภูมิประเทศของประเทศภาคเหนือทั้งหมด และภาคตะวันตก ลักษณะภูมิประเทศเป็นอย่างนี้หมดเลยครับ ผมยกตัวอย่างอีกตัวอย่างหนึ่งครับ มีมติ ครม. ๓๐ มิ.ย. ๔๑ ตั้งแต่ปี ๒๕๔๑ ถึงวันนี้ครับ ยังไม่มีการดำเนินการใด ๆ แต่ภายใต้มตินี้ ก็มีการจับกุมแล้วก็ส่งพี่น้องประชาชน พี่น้องประชาชนจำนวนมากเลยนะครับ ที่ไม่ได้รับ ความเป็นธรรมในเรื่องอย่างนี้ และแบบนี้กระบวนการก่อนที่จะมาถึงหน่วยงานต่าง ๆ เหล่านี้จะเป็นไปได้อย่างไร

ประเด็นที่ ๒ ครับท่านประธานครับ เรื่องของสถานะบุคคล และคนที่ไม่มี สัญชาติ วันนี้เรามี พ.ร.บ. ว่าด้วยเรื่องของกระบวนการแก้ไขปัญหาเรื่องสัญชาติ วันนี้ โดยความรับผิดชอบของกรมการปกครอง แล้วก็หลาย ๆ ส่วน ผมคิดว่าเรามีขั้นตอน เรามี รูปแบบ เรามีวิธีการ เรามีเทคโนโลยีต่าง ๆ โดยเฉพาะเรื่องของการตรวจสอบเรื่อง ดีเอ็นเอ (DNA) อันนี้อยู่ในขั้นตอนข้อกฎหมายวิธีการหมดเลยนะครับ แต่กระบวนการพิสูจน์ กระบวนการตรวจสอบ ขั้นตอนต่าง ๆ ที่มันล่าช้านี้นะครับ ผมคิดว่ามันไม่ได้ก่อเกิด ความเป็นธรรมให้กับบุคคลที่รอการพิสูจน์สัญชาติ ซึ่งผมเข้าใจว่าข้อมูลจาก กระทรวงมหาดไทยไม่ต่ำกว่า ๘๐๐,๐๐๐ คน ชัดเจนที่สุดครับท่านประธาน ก็คือกรณีน้อง ๆ เยาวชน นักเรียน นักศึกษาวันนี้ก็สามารถที่จะเรียนในมหาวิทยาลัยเอกชนได้นะครับ ก็สามารถที่จะเรียนได้ แต่เรียนแล้วก็คือไม่มีวุฒิการศึกษาที่จะไปเรียนต่อ บางคนนี้ มีความสามารถที่จะไปเรียนต่อเรื่องของวิศวะ เรื่องหมอนะครับ พอสถานะบุคคลไม่มี ความชัดเจนอย่างนี้ครับ เขาสูญเสียโอกาส กระบวนการยุติธรรมต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นกับเขานี้ ไม่มีความชัดเจน มีความล่าช้าตั้งแต่ต้น ผมอยากจะเรียนที่ประชุมแห่งนี้ครับว่าจริง ๆ แล้ว เราสามารถที่จะลดเกี่ยวกับคดี เกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรมก่อนที่จะเข้าสู่กลไก กระบวนการยุติธรรมนะครับ เราสามารถที่จะลดได้ โดยกระบวนการกระจายอำนาจในการ ตัดสินใจของผู้ที่เกี่ยวข้องในระดับพื้นที่

ประเด็นสุดท้ายครับท่านประธานครับ ในมาตรา ๕ ที่มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หลายกระทรวงนะครับ ผมอยากจะเพิ่มเติมนะครับ ซึ่งอาจจะไม่ได้อยู่ในเรื่องของการชี้ขาด ว่ามีความผิดชอบอย่างไร แต่ว่าเป็นส่วนหนึ่งของต้นตอที่นำไปสู่พี่น้องประชาชนก็เข้าสู่ กระบวนการยุติธรรม นั่นก็คือกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ควรจะอยู่ใน ขั้นตอนตัดสินใจว่าพี่น้องประชาชนที่ได้เรียกร้องสิทธิยืนยันอยู่ทุกวันนี้นะครับ ตั้งแต่ ๓๐-๔๐ ปี วันนี้ยังพูดเหมือนเดิมว่าข้าพเจ้าอยู่ก่อนกฎหมายประกาศ เพราะฉะนั้นหน่วยงาน ตรงนี้นะครับ ควรจะอยู่ในขั้นตอน หรือเป็นองค์ประกอบหนึ่งในกระบวนการตัดสินใจ ของกระบวนการยุติธรรมครับ ขอบคุณมากครับท่านประธานครับ