ธีรัจชัย พันธุมาศ ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติที่อ้างรัฐธรรมนูญมาตรา 258 ง. (1) โดยวิพากษ์วิจารณ์ว่าการกำหนดระยะเวลาในการเข้าถึงความยุติธรรมขาดความครอบคลุม เนื่องจากไม่รวมหน่วยงานสำคัญอย่างกระทรวงกลาโหม ทหาร และ กกต. ซึ่งอาจเปิดช่องให้เกิดความเหลื่อมล้ำและไม่เป็นธรรม โดยเฉพาะในกระบวนการยุติธรรม การเลือกตั้ง และการดำเนินคดี พร้อมตั้งคำถามถึงเจตนาของผู้เสนอร่างกฎหมายที่อาจไม่สุจริต และเรียกร้องให้กรรมาธิการทบทวนเพื่อแก้ไขให้ครอบคลุมและเท่าเทียมยิ่งขึ้น
ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกรัฐสภาผู้ทรงเกียรติ กระผม ธีรัจชัย พันธุมาศ สมาชิก สภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธาน ที่เคารพเกี่ยวกับหลักการและเหตุผลของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ผมมองแล้วก็อ้างอิง มาจากรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๕๘ ง. (๑) ซึ่งรัฐธรรมนูญมาตรานี้ระบุถึงเรื่องการกำหนด ระยะเวลาให้ประชาชนได้รับความยุติธรรมโดยไม่ล่าช้า แต่มีอีกครึ่งหนึ่งของ (๑) นี้เหมือนกัน ก็คือเรื่องของให้มีกลไกช่วยเหลือประชาชนผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ เข้าถึงกระบวนการ ยุติธรรมได้ รวมตลอดถึงการสร้างกลไกให้มีการบังคับกฎหมายอย่างเคร่งครัด เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ และความไม่เป็นธรรมในสังคม ทำไมผู้เสนอกฎหมายแถว ๆ นี้ รัฐบาลทำไมไม่ทำทั้งอนุ เลยละครับ ทำไมเลือกทำเฉพาะเรื่องของตัวระยะเวลาของกระบวนการยุติธรรม หรือว่า ต้องการกั๊กอะไรไว้ เพราะทั้งที่เป็นกฎหมายอยู่ในมาตราเดียวกันในรัฐธรรมนูญ อันนี้ผม ตั้งข้อสังเกต ในเนื้อหาของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ในส่วนของมาตรา ๓ กำหนดหน่วยงาน กระบวนยุติธรรม เป็นหน่วยงานซึ่งมีอำนาจและหน้าที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงาน ในกระบวนการยุติธรรมตามพระราชบัญญัตินี้ ก็เขียนไว้ดีนะครับ แต่พอดูเนื้อในว่าหน่วยงาน ใดบ้าง ก็มีในมาตรา ๕ กระทรวงมหาดไทย ยุติธรรม พระธรรมนูญ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานป้องกันและปราบปรามฟอกเงิน ป.ป.ช. กรรมการทุจริตภาครัฐ ศาล องค์กรอิสระ และหน่วยงานอื่น แต่ยังขาดอีกตั้งหลายหน่วยงานทำไมไม่เขียน และไปเขียนล็อกตาม มาตรา ๓ ไว้แบบนี้ นั่นคือว่าเฉพาะตรงนี้เท่านั้นเองที่ต้องใช้การกำหนดเวลา เมื่อสักครู่มี ท่านสมาชิกที่บอกว่า ทำไมในส่วนของกระทรวงกลาโหม ทหาร ที่ออกกฎหมายพิเศษมา จับกุมเขาไม่มีกำหนดแบบนี้บ้าง ไปจับกุมโดยวิธีจำกัด ทหารเป็นอภิสิทธิ์ชนอย่างไรครับ หรือว่าเปิดช่องไว้เพื่อรัฐบาลชุดนี้สืบเนื่องมาจากการรัฐประหาร ให้ทหารมีอำนาจเต็มในการ ควบคุมคนได้ ไม่อยู่ในพระราชบัญญัติฉบับนี้ นี่คือความเหลื่อมล้ำไม่เป็นธรรมตาม รัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๕๘ ง. (๑) ทำไมไม่ทำไว้ด้วย ออกกฎหมายแบบลักลั่นแบบนี้ เชื่อว่า ในส่วนของผู้ออกน่าจะมีเจตนาที่ไม่สุจริต ต่อมาในส่วนองค์กรอิสระที่สำคัญก็คือ กกต. คณะกรรมการการเลือกตั้ง ช่วงนี้มีข่าวใกล้จะเลือกตั้ง จะยุบสภาเมื่อไรก็ไม่ทราบ อาจจะมี การเลือกตั้งผู้ว่าเมื่อไรก็ไม่ทราบ การประกาศผลครั้งที่แล้วไป ๒-๓ เดือน ไม่ประกาศผล คะแนนรายหน่วยหายเงียบไปเลย ตรวจสอบไม่ได้ แล้วจะเปลี่ยนแปลงอย่างไรเราก็ไม่รู้ ระยะเวลาที่กำหนดในการประกาศผลขององค์กรอิสระ จำเป็นต้องประกาศรายหน่วย ประกาศ ณ ที่หน้าหน่วยให้ชัดเจน บันทึกชัดเจน ประกาศที่การนับคะแนนที่อำเภอ หรือที่ จังหวัด ที่กองอำนวยการให้ชัดเจน รวมถึงประกาศผลการเลือกตั้งให้ชัดเจน นี่คือกำหนด ระยะเวลาที่ยุติธรรมที่สุดในการเลือกตั้ง ในการคัดสรรคนเข้าสู่อำนาจรัฐ ทำไมไม่เขียน กกต. ไปไว้ด้วย หรือเผื่อไว้เพื่อจะใช้กลไกแบบนี้ ในการที่จะเอาชนะเลือกตั้งครั้งหน้า ในการเข้าสู่ อำนาจรัฐ ผมไม่เข้าใจ มาตรา ๓ การดำเนินการกระบวนการยุติธรรมหมายความว่า การดำเนินงานทางแพ่ง ทางอาญา ทางปกครอง รวมถึงดำเนินการในกระบวนการยุติธรรม ของศาลรัฐธรรมนูญ การดำเนินการองค์กรอิสระไปไหนครับ ที่ผมกล่าวเมื่อสักครู่หายไปเลย เหมือนจงใจว่าไม่ต้องอยู่ในระยะเวลา ทำอะไรก็ได้ตามอำเภอใจใช่ไหมครับ การทำงาน ของกระทรวงกลาโหม ทหารทำอะไรจับกุมได้ก็ไม่ต้องอยู่ในกระบวนการนี้ใช่ไหมครับ ผมฝากให้ทางกรรมาธิการไปตรวจสอบ แล้วก็ไปแก้ให้มันครอบคลุม อย่าให้มันเหลื่อมล้ำ แบบนี้ ซึ่งในส่วนมาตรา ๒๕๘ ง. (๑) เขามีด้วยว่า ลดความเหลื่อมล้ำและความไม่เป็นธรรม ในสังคม แต่อันนี้คือทำเพื่อเปิดช่องเพื่อให้เกิดความไม่เป็นธรรมในสังคม ทำเพื่ออะไรครับ ถัดมาอีกตอนหนึ่งครับ คือ มาตรา ๖ ในส่วนมาตรา ๖ ก็บอกว่าให้หน่วยงานกระบวน ยุติธรรมตาม มาตรา ๕ คือหน่วยงานตามที่ระบุไว้ไม่กี่หน่วยงาน ไม่ครบถ้วน บอกว่า กำหนดเวลาให้แล้วเสร็จเท่าที่สามารถจะทำได้ ในการพิจารณาในขั้นตอนต่าง ๆ คำ ๆ นี้คือ ไม่ให้สามารถเท่าที่ทำได้ คือไม่กำหนดเวลานั่นเอง คือปลายเปิดครับ อีก ๑๐ ปีค่อยทำก็ได้ เพราะว่าเท่าที่จะทำได้ หัวหน้างานสั่งงานลูกน้องบอกว่าไปขนไม้จาก ๑ กอง มี ๓๐๐ ท่อน ให้ไปอยู่อีกที่หนึ่งห่าง ๑๐๐ เมตร บอกว่าให้ทำเท่าที่ทำได้ ถามว่าจะเสร็จเมื่อไรครับ นี่ไม่ทราบว่าใช้อะไรคิดสำหรับผู้ที่ออกมา หรือมีจิตวิญญาณที่ไม่อิสระ หรือมีความฉ้อฉล อยากจะวางหมาก วางอะไรไว้ในส่วนของบ้านเมืองนี้ ถัดมามาตรา ๗ ให้ผู้รับผิดชอบ ดำเนินการรับผิดชอบให้แล้วเสร็จภายในกำหนดเวลา หากไม่แล้วเสร็จกำหนดเวลาดังกล่าว ให้บันทึกเหตุผลความล่าช้าและแจ้งผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง พร้อมผู้บังคับบัญชาทราบ ผู้มีส่วน เกี่ยวข้องระบุเพียงแค่คู่ความ คู่กรณี ผู้ต้องหา และผู้เสียหาย ผู้เสียหายผมไม่ทราบว่าไม่มี คำนิยามว่ากระจายเท่าไร ผู้เสียหายอาจจะแค่คนที่มีเรื่องมีราวแจ้งความ แต่ถ้าคน ไม่แจ้งความได้รับผลกระทบละครับ เขาจะเอาผิดที่ใคร แล้วให้รายงานจดบันทึกไปยัง ผู้บังคับบัญชา คนอยู่ในหน่วยงานเดียวกัน ส่วนใหญ่แล้วก็จะช่วยกัน เพราะเป็นลูกน้องกัน สามารถจะทำอะไรได้ไหมครับ มันก็ ไม่สามารถทำให้เร็วขึ้นได้ กฎหมายฉบับนี้ไม่มีสภาพบังคับ บังคับมีหน่อยเดียวนะครับ คือในส่วนของถ้าล่าช้าเกินสมควรกว่าเหตุ ไม่มีเหตุสมควร ให้พิจารณาดำเนินการทางวินัย ต่อไป ถ้าเป็นเรื่องใหญ่นะครับ เรื่องโกงการเลือกตั้งละครับ เรื่องของการทำให้คดีพลาด เขาต้องเสียหายเป็นร้อยล้านพันล้านละครับ ไม่มีคดีอาญาเลยหรือครับ กฎหมายที่ดีจะมี สภาพบังคับก็คงจะต้องมีอัตราโทษกำหนดสำหรับผู้ที่ไม่ปฏิบัติตาม แต่กรณีนี้บัญญัติ แค่ให้เป็นโทษทางวินัยเท่านั้น มันอ่อนไปหรือเปล่าครับ มันดูเหมือนหน่อมแน้ม ถ้าเป็น อย่างนี้ไม่จำเป็นต้องเป็นกฎหมาย เป็นแค่นโยบายก็ได้ เป็นแค่ผู้มีอำนาจในรัฐกำหนด นโยบายแล้วก็สั่งการไปว่าให้ทำอันควร ไม่มีกฎหมายกำหนดระยะเวลาอะไรเลย บังคับอะไร ไม่ได้เลย ไม่ทำไม่มีโทษ ทำแล้วให้ผู้บังคับบัญชาซึ่งสามารถที่จะช่วยกันได้ สามารถที่จะใช้ ดุลยพินิจพิจารณาได้ แล้วมันจะมีผลอะไรมากไหมครับในกฎหมายฉบับนี้ ผมเรียน ท่านสมาชิกรัฐสภาที่เคารพครับ ในการออกกฎหมายปฏิรูปประเทศทุกครั้งที่ออกมานั้น มีหมกเม็ดแบบนี้ทุกครั้งครับ เหมือนจะดีแต่ไม่ดี ดังนั้นอยากให้ท่านสละความเป็น ส.ส. ส.ว. มาทำเพื่อประชาชนนะครับ ออกกติกาให้กำหนดระยะเวลาที่จริง ๆ และถ้าเกิดพ่วงได้คือ พ่วงเรื่องความเหลื่อมล้ำไปด้วย ความไม่เป็นธรรมในสังคมเข้าไปด้วย ก็จะทำให้กฎหมายนี้ ออกมาสมเจตนารมณ์ตามหลักการขั้นต้น แต่ตอนนี้ตามร่างที่ออกมานี้ไม่สมเจตนา ฝากกรรมาธิการได้ช่วยกรุณาแก้ไขด้วยครับ