กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ อภิปรายเห็นชอบหลักการพระราชบัญญัติกำหนดระยะเวลาดำเนินงานในกระบวนการยุติธรรม แต่ห่วงกังวลว่าคำนิยามกระบวนการยุติธรรมยังไม่ครอบคลุมกรณีควบคุมตัวตามกฎอัยการศึกและ พ.ร.ก.ฉุกเฉินในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ จึงเสนอให้กรรมาธิการขยายความหมายให้รวมถึงระยะเวลาควบคุมตัวดังกล่าว และระบุหน่วยงานกระทรวงกลาโหมเป็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
เรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๔ นราธิวาส พรรคประชาชาติ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ผมขอเป็นส่วนหนึ่ง ในการอภิปรายพระราชบัญญัติกำหนดระยะเวลาดำเนินงานในกระบวนการยุติธรรม พ.ศ. .... ท่านประธานครับ ในหลักการ ผมและพรรคประชาชาติเห็นด้วยที่จะให้มีกฎหมายฉบับนี้ ขึ้นมา เพื่อให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๕๘ ง. และตามวัตถุประสงค์ของกฎหมาย ฉบับนี้ก็คือเพื่อให้กระบวนการยุติธรรมที่ล่าช้าให้มันหายเร็วขึ้นพูดง่าย ๆ และวัตถุประสงค์ อีกอันหนึ่งก็คือเพื่อให้ประชาชนได้รับความยุติธรรม ได้รับทราบสามารถตรวจสอบถึง กระบวนการยุติธรรมตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำแล้วก็ปลายน้ำ ท่านประธานครับ ก่อนหน้านี้ เมื่ออาทิตย์ที่แล้วผมและพรรคประชาชาติได้ยื่นญัตติเพื่อแก้ไขปัญหาพระธรรมนูญศาลทหาร โดยเห็นว่ากระบวนการยุติธรรมวิธีพิจารณาของศาลทหารยังเกิดความเหลื่อมล้ำ โดยขอแก้ ให้กรณีที่ทหารกระทำความผิดกับประชาชนให้ขึ้นศาลพลเรือน ส่วนหนึ่งในหลักการและ เหตุผลเราเห็นว่ากระบวนการวิธีพิจารณาที่ผ่านมาของศาลทหารนั้นใช้ระยะเวลานานมาก ผมยกตัวอย่างตอนอภิปรายยื่นญัตติเสนอแก้ไขฉบับนี้ถึงตัวอย่างเคส (Case) กรณีที่เกิดขึ้น จริงในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส นั่นก็คือกรณีที่มีการจับกุมผู้ต้องหาเป็นพลทหารท่านหนึ่ง ยิงอดีตท่าน ส.ว. ฟัครุดดีน บอตอ เจ้าของโรงเรียนดารุสซาลาม อำเภอระแงะ จังหวัด นราธิวาส ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๔๙ ดำเนินกระบวนพิจารณาคดีมาในศาลทหาร มณฑลทหารบก ปัตตานี ที่ค่ายอิงคยุทธบริหาร ตั้งแต่ปี ๒๕๔๙ จนกระทั่งปี ๒๕๖๐ ใช้เวลา ๑๑ ปี ถึงตัดสิน พิจารณาคดี แต่สุดท้ายยกฟ้อง ปัจจุบันนี้ปี ๒๕๖๕ คดีเกือบ ๑๕ ปี อยู่ระหว่างอุทธรณ์จาก กรณีที่ศาลมณฑลทหารบกปัตตานียกฟ้อง แสดงให้เห็นถึงระยะเวลาความล่าช้าที่เกิดขึ้นกับ กระบวนการยุติธรรม ภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับนี้จึงมีเหตุจำเป็นในหลักการและเหตุผล เราได้ยื่นขอแก้ไขพระธรรมนูญศาลทหาร แต่อยู่ในระหว่างที่คณะรัฐมนตรีรับไปพิจารณา ๖๐ วัน ก่อนที่จะเสนอเข้าสู่สภาในขั้นรับหลักการในวาระที่ ๑ อีกครั้งหนึ่ง พอมาถึงกฎหมาย ฉบับนี้ก็เป็นเรื่องที่เกี่ยวเนื่องกัน อย่างที่ผมได้เรียนท่านประธานในตอนต้นเรื่องของระยะเวลา ในหลักการและเหตุผล ผมเห็นด้วยตามรัฐธรรมนูญที่ต้องมีการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม ท่านประธานครับ ผมเชื่อว่ากฎหมายฉบับนี้ในขั้นรับหลักการวาระที่ ๑ น่าจะผ่านสภาแห่งนี้ แต่ผมมีข้อที่ห่วง กังวลที่จะฝากไปยังกรรมาธิการที่จะได้มีการตั้งขึ้นว่า กระบวนการยุติธรรมตามคำนิยามตาม มาตรา ๓ นี่นะครับ ท่านประธานครับ ผมดูคำนิยามที่มีการเสนอพระราชบัญญัตินี้เข้ามาแล้ว อดเป็นห่วงครับ เพราะกระบวนการยุติธรรมเรามักจะนึกถึงกระบวนการในชั้นศาล แต่กระบวนการยุติธรรมมันมีตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ดูคำนิยามของคำว่า การดำเนินงานในกระบวนการยุติธรรมแล้ว และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องผมก็เลยอยากฝาก กรรมาธิการว่าในกรณีที่พื้นที่ที่มีกฎอัยการศึก พ.ร.ก. ฉุกเฉิน โดยเฉพาะในพื้นที่ ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้แล้วนี่นะครับ กฎอัยการศึกมีการควบคุมตัว ๗ วัน พ.ร.ก. ฉุกเฉิน ๓๐ วัน ตรงนี้ก็น่าจะถือเป็นการดำเนินงานในกระบวนการยุติธรรมทั้งสิ้น แต่ปรากฏว่ากฎหมาย ฉบับนี้ไม่ได้มีการกล่าวถึงเรื่องเหล่านี้เลย โดยเฉพาะผู้มีส่วนเกี่ยวข้องใช้คำว่า คู่ความ คู่กรณี ผู้ต้องหา และผู้เสียหาย แต่คนที่ถูกควบคุมตัวตามกฎอัยการศึกและ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน กฎหมาย เขาใช้คำว่าผู้ต้องสงสัย นั่นหมายความว่าระยะเวลาการดำเนินงานในกระบวนการยุติธรรม ความหมายตามกฎหมายที่เสนอเข้าสู่สภาในวาระที่ ๑ นี้ไม่รวมถึงกระบวนการ การดำเนินการ กรรมวิธีตามกฎหมายพิเศษที่พี่น้องประชาชนใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ถูกบังคับใช้อยู่ ท่านประธานครับ ผมจึงอยากให้กรรมาธิการที่มีการตั้งขึ้นนี้นะครับ ไประบุ ความหมายให้ชัดเจน และให้ครอบคลุมมากกว่านี้ เพราะว่าใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้นี้ การควบคุมตัวตามกฎอัยการศึก ๗ วัน การควบคุมตัวภายใต้ พ.ร.ก. ฉุกเฉินอีก ๓๐ วัน รวมเป็น ๓๗ วัน ก็ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการยุติธรรมแทบทั้งสิ้น ผมมีประเด็นอีก ประเด็นหนึ่งก็คือว่า ในส่วนของมาตรา ๕ ในหน่วยงานของกระบวนการยุติธรรมนี้ก็อยากให้ ระบุถึงกระทรวงกลาโหมไปด้วย เพราะด้วยเหตุผลตามที่ผมได้เรียนต่อท่านประธานว่า หากคำนิยามในส่วนของการดำเนินงานกระบวนการยุติธรรมแล้วนี่นะครับ และผู้มีส่วน เกี่ยวข้องตามคำนิยามในมาตรา ๓ แล้ว มันก็จะมีหน่วยงานของกระทรวงกลาโหมเข้ามา เกี่ยวข้องด้วย กฎหมายพิเศษที่ใช้บังคับอยู่ใน ๓ จังหวัดใช้แดนภาคใต้ ไม่ว่าจะเป็น กฎอัยการศึกหรือ พ.ร.ก. ฉุกเฉินก็ถือว่ากระทรวงกลาโหมเป็นผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับกฎหมาย ฉบับนี้ ท่านประธานครับ กระบวนการยุติธรรมหน่วยงานต่าง ๆ ที่ใช้อำนาจตามกฎอัยการศึก และ พ.ร.ก. ฉุกเฉินในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ก็ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการ ยุติธรรม ผมจึงอยากให้ทางกรรมาธิการที่มีการตั้งขึ้นนี้ อยากให้พิจารณาความหมายใน มาตรา ๓ ให้ครอบคลุมถึงกระบวนการยุติธรรมตามกฎอัยการศึกและ พ.ร.ก.ฉุกเฉินด้วยครับ ขอบคุณครับ