สมชาย แสวงการ เห็นด้วยในหลักการร่างกฎหมายปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม และเรียกร้องให้เร่งดำเนินการตามกรอบเวลาที่ชัดเจน พร้อมเสนอให้กรรมาธิการพิจารณารายละเอียดระหว่างปิดสมัยประชุมเพื่อผลักดันให้กฎหมายมีผลใช้บังคับโดยเร็ว นอกจากนี้ยังได้หารือถึงปัญหาความไม่เป็นธรรมในกระบวนการราชทัณฑ์หลังคำพิพากษา เสนอแก้ไขกฎหมายให้มีความโปร่งใส เสมอภาค และมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเฉพาะกรณีการลดโทษ การเลื่อนชั้นนักโทษในคดีสำคัญที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วผิดปกติ รวมถึงเรียกร้องให้มีการตรวจสอบและปฏิรูประบบการพิจารณาอภัยโทษอย่างเร่งด่วน
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ สมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภาในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมเห็นด้วยในหลักการ และขอบคุณรัฐบาล รวมถึงคณะกรรมการปฏิรูปกระบวนการด้านการยุติธรรมที่ได้ส่ง ร่างพระราชบัญญัติปฏิรูปฉบับนี้เข้าสู่สภา ความหวัง ความฝันของประชาชนที่อยากเห็น ประสิทธิภาพ เห็นความเป็นธรรม เห็นความเสมอภาคในกระบวนการยุติธรรมไทยนั้น รอคอยมานานครับ วันนี้ดีใจที่ร่างกฎหมายฉบับนี้เข้าสู่สภาเสียที ทั้งที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ ในมาตรา ๒๕๘ ตั้งแต่ปี ๒๕๖๐ ผ่านมา ๔-๕ ปี ก็กฎหมายเพิ่งเข้า ก็อยากเห็นกฎหมาย ฉบับนี้ออกมาใช้โดยเร็ว สิ่งที่เพื่อนสมาชิกหลายท่านได้เสนอแนะต่อคณะกรรมาธิการ ที่จะตั้งขึ้นนั้นเป็นประโยชน์ครับ และผมคิดว่าโดยเฉพาะเรื่องสำคัญคือเรื่องเวลาระยะเวลา ความล่าช้าของแต่ละหน่วยงาน ซึ่งจะไปกำหนดระยะเวลาต่อกันนั้นควรจะมีความสัมพันธ์ คณะกรรมาธิการอาจนำข้อสังเกตของสภาไปพิจารณาว่า โดยรวมแล้วทั้งกระบวนการต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำจะจบอย่างไร เมื่อไร แล้วถ้ากำหนดได้อย่างนี้ ความยุติธรรมก็จะเกิด ไม่ต้องให้รอคอยจนกระทั่งไม่รู้ว่าบางคดี บางเรื่องบางราวจะจบเมื่อไร เป็น ๑๐ ปี ๑๕ ปี ความเสียหายก็มากมาย เพราะฉะนั้นผมคิดว่าทุกเรื่องราวที่ส่งมาวันนี้มีหลายเรื่องที่อาจจะ ปรับปรุง ก็อยากจะฝากกรรมาธิการว่าอะไรที่แก้ไขได้ กำหนดลงไปได้ ให้รีบดำเนินการ ในระหว่างที่ปิดสมัยประชุมก็สามารถใช้กรรมาธิการร่วมที่จะตั้งขึ้นนั้นพิจารณาใน รายละเอียดและนำกลับเข้าสู่สภาในสมัยประชุมหน้าได้ทัน
ประการถัดมาที่ผมอยากเรียนว่ากฎหมายปฏิรูปด้านกระบวนการยุติธรรมนั้น มีหลายฉบับที่เข้ามาแล้วแต่ก็ยังไม่ผ่านออกไปแล้วก็รออยู่ เช่น ด้านตำรวจก็ดี หรือด้านอื่น ๆ ก็ดี ก็ยังไม่แน่ใจว่าจะสามารถออกไปได้ไหม แต่สิ่งหนึ่งที่ผมต้องเรียนไปยังรัฐบาลและ คณะกรรมการปฏิรูปด้านกระบวนการยุติธรรม ซึ่งหลายท่านผมเชื่อในความซื่อสัตย์สุจริต และเชื่อในความต้องการให้มีการปฏิรูปอย่างแท้จริง แต่เราลืมไปหรือเปล่าครับ มันมีสิ่งหนึ่ง ที่เกิดข้อปัญหาที่ผมสะท้อนผ่านสภานี้ไปยังคณะรัฐมนตรี ผ่านสภาและผ่านไปยังผู้รัก ความเป็นธรรม กระบวนการที่เราลืมไปก็คือกระบวนการราชทัณฑ์หลังคำพิพากษา ต้องขออนุญาตพูดตรงนี้เผื่อคณะกรรมการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมจะได้กลับไปพิจารณา ว่ามีสิ่งที่ผมเสนอ ๒-๓ ประเด็นมันเกิดปัญหาขึ้น ต่อให้ตำรวจ อัยการ ป.ป.ช. หรือศาลตัดสิน แล้วกระบวนการพิจารณาโทษ บริหารโทษหลังจากนั้นไม่ได้รับความเป็นธรรม ไม่มี ประสิทธิภาพ ไม่เกิดความเสมอภาค มันก็ไม่มีประโยชน์ในการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม สิ่งที่เกิดขึ้นขณะนี้กำลังรอการแก้ไข ผมคิดว่าเป็นสิ่งสำคัญนะครับ ผมเสนอร่าง พระราชบัญญัติ ๒ ฉบับ ในการแก้ไขพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ ร่างพระราชบัญญัติแก้ไข ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาผ่านคณะกรรมการอิสระที่ท่านนายกรัฐมนตรีตั้งขึ้น เพื่อพิจารณาในกรณีการลดโทษที่มีคดีสำคัญ ๆ แล้วก็มีการขอให้แก้ไขในระยะปลอดภัย สำหรับสังคมเมื่อบุคคลนั้นต้องโทษคดีสำคัญร้ายแรง เช่นคดีทุจริตร้ายแรง เช่นคดี อาชญากรรมร้ายแรง ซึ่งต้องกำหนดไว้ว่าในสังคมนั้นควรมีระยะปลอดภัยว่าเขาได้รับ คำพิพากษาลงโทษประหารชีวิต ตลอดชีวิตหรือจำคุก ๔๐ ปี ๕๐ ปี ไม่ใช่ราชทัณฑ์ หรือกระทรวงยุติธรรม ซึ่งผมดีใจว่าอยู่ในกฎหมายฉบับนี้ด้วย เป็นคณะกรรมการ เป็นสิ่งที่ ต้องเกี่ยวข้อง ทั้งผู้รักษาการตามกฎหมายซึ่งจะต้องมีทั้งท่านนายกรัฐมนตรี มีประธาน ศาลฎีกา ประธานศาลปกครองสูงสุด ประธานศาลรัฐธรรมนูญ มีรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงกลาโหม มหาดไทย กระทรวงยุติธรรม ประธานคณะกรรมการ ป.ป.ช. อัยการ สูงสุดรักษาการ แล้วก็รวมถึงในข้อกฎหมายที่จะต้องบอกว่าให้เกิดการรวบรวมตรวจสอบ มีสถิติ มีตรวจสอบทุกขั้นตอน แล้วก็มีความโปร่งใส ผมเรียนเรื่องนี้เลยครับว่า อันนี้เป็น ระยะเวลาดำเนินการที่ดีมาก แต่สิ่งที่หลังจากจบระยะดำเนินการคือกระบวนการให้รับโทษ สิ่งที่ผมเรียกว่าระยะปลอดภัยก็ดี สิ่งที่ควรจะต้องรับโทษตามสมควรแก่เหตุ ศาลตัดสินจำคุก บางคดี ขออนุญาตยกตัวอย่างคดีสำคัญอย่างจำนำข้าว ลดโทษ เลื่อนชั้น ๑ มกราคม ๒๕๖๓ ศาลตัดสินจำคุก ศาลฎีกานะครับ ๔๘ ปี ๕๐ ปี ๑ มกราคม ๒๕๖๓ เลื่อนจากชั้นกลาง เป็นชั้นดี ครั้งที่ ๒ ผ่านมาอีก ๖ เดือน ๑ กรกฎาคม ๒๕๖๓ เลื่อนจากชั้นดีเป็นดีมาก ๑ ตุลาคม ๒๕๖๓ เลื่อนจากชั้นดีมากเป็นชั้นเยี่ยม ภายใน ๑ ปี ปรากฏว่าเลื่อน ระยะเวลา แค่ ๙ เดือนนะครับ ลดไปทั้งหมดจาก ๔๘ ปี เหลือ ๑๐ ปี บางคดีจากโทษ ๓๖ ปี เหลือ ๘ ปี บางคดีติด ๒๔ ปี ติดคุกไป ๓ ปี ปล่อยตัวแล้ว นั่นเป็นปัญหาว่าอำนาจราชทัณฑ์เหนือ คำพิพากษาหรือไม่ อันนั้นเป็นคำถามตัวโต ๆ ซึ่งผมคิดว่าอาจจะบอกว่าเป็นไปตามกฎหมาย ก็ดี เป็นไปตามกฎกระทรวงก็ดี เป็นไปตามระเบียบก็ดี เพราะฉะนั้นอันนี้ฝากกรรมาธิการว่า ความโปร่งใสที่ท่านเขียนไว้ในมาตราในเรื่องนี้ ในมาตรา ๘ ก็ดี ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือวิธีการอื่นใด ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องสามารถเข้าถึงข้อมูลโดยสะดวกและรวดเร็ว ต้องเอาไปใช้ กับกระบวนการหลังจากคำพิพากษาด้วย ว่ามันถูกต้องเป็นธรรม มันโปร่งใสหรือไม่ มันมี การจัดบิกดาต้า (Big data) ในการรวบรวมสถิติระยะเวลาของการลดโทษด้วยหรือไม่ แล้วมันมีการตรวจสอบซ้ำได้หรือไม่ ว่าคำพิพากษาที่ปลายน้ำหลังจากคำพิพากษาตัดสิน จำคุกอย่างที่ผมเรียนแล้วนี้ครับ ไม่ได้ติดอยู่จริง เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ผมคิดว่า ฝากคณะกรรมการที่ท่านนายกรัฐมนตรีตั้งและส่งข้อมูลไปแล้ว ท่านนายกรัฐมนตรีเองก็ได้ ให้มีการปรับปรุงแก้ไข โดยเฉพาะคำพิพากษาที่ได้รับการลดโทษไปท่านก็ได้สั่งการ ๓ ข้อ ให้มีการแก้ไขกฎหมาย ฝากไปยังคณะรัฐมนตรีนะครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของกระบวนการการเลื่อนชั้น การจัดชั้น แล้วก็การพิจารณาเสนอชื่อบุคคลที่จะเข้ารับพระราชทานอภัยโทษ รวมถึงสุดท้ายครับ ท่านประธาน ระยะเวลาที่ท่านนายกรัฐมนตรีแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบการดำเนินการ ตามกฎหมายว่าด้วยการอภัยโทษ ซึ่งท่านเข็มชัย ชุติวงศ์ ประธานกรรมการด้านปฏิรูป กระบวนการยุติธรรม เป็นประธาน มีระยะเวลาทั้งหมดขณะนี้ก็เหลือประมาณ ๕๐ วัน เพราะหลังจากมีพระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษ ๕ ธันวาคม ๒๕๖๔ มานี้ ยังมีเวลา ทั้งหมดในคำสั่งนี้ ๑๒๐ วัน ในการปรับปรุงแก้ไข โดยสรุปผมคิดว่า ๒ ประเด็นครับ ๑. คือขอให้มีการแก้ไขในสิ่งที่ไม่ถูกต้องให้ถูกต้อง ๒. ขอให้มีการเสนอร่างกฎหมายที่ เกี่ยวข้องกับการแก้ไขกระบวนการปฏิรูประบบราชทัณฑ์ หรือระบบกระบวนการดูแล บริหารโทษหลังคำพิพากษา อันนี้จะครบกระบวนทั้งหมด รวมถึงตั้งแต่ระยะเวลา และดำเนินการ สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญที่ระบุในมาตรา ๒๕๘ ง. ก็คือว่าต้องสร้างกลไก เพื่อให้มีการบังคับการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดเพื่อลดความเหลื่อมล้ำและความไม่เป็น ธรรมในสังคม ทั้งนั้นทั้งนี้ก็จะได้เกิดประสิทธิภาพเป็นธรรมและเสมอภาคในกระบวนการ ยุติธรรมตามที่เรามุ่งหวัง ขอบพระคุณท่านประธานครับ