รัฐสภา · ครั้งที่ ๑๒ · ๓ สิงหาคม ๒๕๖๕

สุพิศาล ภักดีนฤนาถ เสนอข้อคิดเห็นเกี่ยวกับมาตราหนึ่งในกฎหมาย โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการระบุผู้รับผิดชอบในการดำเนินการและกำหนดระยะเวลาที่ชัดเจน สุพิศาล ภักดีนฤนาถ หารือเรื่องความล่าช้าในการดำเนินการของหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรม โดยเรียกร้องมาตรฐานในการตรวจสอบและลงโทษบุคคลที่ละเลยประชาชน และถามถึงกระบวนการตรวจสอบที่จะเป็นมาตรฐานในการลงโทษบุคคลเหล่านี้

พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานครับ ผม พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ พรรคก้าวไกล แบบบัญชีรายชื่อ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ขอกราบเรียนครับ มาตรานี้ก็เป็นที่น่าฉงนครับ เพราะว่าเนื้อความ ที่อยู่ในมาตรานี้มันแค่ถูกจับโยกเท่านั้นเอง ถูกจับโยกพื้นที่ ก็เลยมีคำถามหลายคำถามครับ ทำไมถึงต้องแก้ ประเด็นของผมอย่างนี้ครับท่าน การที่ตัดข้อความที่เขียนว่าการแจ้งให้ ผู้เกี่ยวข้องทราบถึงสาเหตุล่าช้าแล้วก็ย้ายไปนะครับ ไปเติมตรงคำว่า และให้หน่วยงาน กระบวนการยุติธรรมแจ้งให้ผู้เกี่ยวข้องทราบถึงเหตุแห่งความล่าช้า แล้วก็เพิ่มเนื้อความ ตลอดจนกำหนดระยะเวลาที่คาดว่าจะแล้วเสร็จโดยเร็ว แล้วก็ฆ่า ฆ่า ฆ่า แล้วก็กลับคำว่า รายงานกับการแจ้งสลับที่กัน แล้วก็ตัดคำสุดท้ายแล้วก็เอามาไว้ข้างล่างแทนในวรรคที่ ๒ ซึ่งเนื้อหาหรือประเด็นมันมีอยู่ ๒ ประเด็นด้วยกันที่ผมจะพูดให้ถึง มันเป็นพูดถึงผู้รับผิดชอบ ครับท่านประธาน ผู้รับผิดชอบ ในงานที่รับผิดชอบของตน ผู้รับผิดชอบนี้มิใช่มีคนเดียวครับ กระบวนการนี้อาจจะเป็นคณะทำงาน โดยเฉพาะคณะทำงานเกี่ยวกับเรื่องการสอบสวนคดี ที่ทำด้วยความล่าช้าแล้วก็โยนกันไปโยนกันมา ซึ่งไม่มีบุคลากรที่จะออกมายอมรับ บางที โยนไปถึงโฆษก โฆษกโยนมาประธาน ประธานโยนไปรองประธาน นั่นก็มีครับท่านประธาน ที่อยู่ในความรับผิดชอบให้แล้วเสร็จในระยะเวลาตามมาตรา ๖ แต่ในประเด็นของผม คืออย่างนี้ ที่ให้หน่วยงานที่รับผิดชอบในการยุติ ในนี้เขียนเลยว่าภายในเสร็จ คือพูดง่าย ๆ

เรื่องแรกก็คือให้ทำและให้ยุติโดยเร็ว หากไม่เสร็จตามระยะเวลาสิ่งที่ต่อมา คือเป็นคำถาม บันทึกแห่งเหตุแห่งความล่าช้าให้ปรากฏ บันทึกตรงนี้ล่ะครับ ประชาชน หรือผู้เกี่ยวข้องจะเข้าถึงได้ไหมครับ บันทึกตรงนี้ท่านประธานกรรมาธิการวิสามัญช่วยบอก ด้วยว่าประชาชนหรือที่จะตรวจสอบได้อย่างไรบันทึกตรงนี้นะครับ เพราะว่าให้บันทึกไว้ ตลอดจนระยะเวลาที่เพิ่มขึ้นคาดว่าจะเสร็จโดยเร็ว ก็มีระยะเวลาอันนี้มีกฎหมายบอกแล้วว่า จะเสร็จกี่วัน อันนั้นเดี๋ยวมีข้างหลังต่อไป ส่วนในเรื่องของระยะเวลาที่คาดแห่งความล่าช้านั้น ตลอดจนกำหนดระยะเวลาที่คาดว่าจะเสร็จโดยเร็ว นั่นก็คือเป็นหนึ่งคำถามนะครับ

ส่วนในวรรคที่ ๒ ท่านประธาน วรรคที่ ๒ เป็นเรื่องของเหตุที่ผู้รับผิดชอบ ไม่ทำครับ อันบนคือวรรคแรกเป็นเรื่องของทำ วรรคที่ ๒ คือเรื่องไม่ทำ ก็ประเด็นเหมือนกัน ว่าผู้รับผิดชอบที่เป็นบุคคลกับคณะบุคคลมันก็ต้องมีบทลงโทษต่างกันอยู่แล้ว ด้วยเหตุของ ความล่าช้า ตรงนี้ล่ะครับตรงในวรรคที่ ๑ วรรคที่ ๑ จะมีตอนท้ายของวรรคที่ ๑ เขียนว่า ให้เป็นไป แจ้งนะครับ การรายงานแจ้งที่กลับไปกลับมา เป็นไปตามวิธีการที่หน่วยงานของ กระบวนการยุติธรรมกำหนด ซึ่งจะต้องมีหลักฐานที่สามารถตรวจสอบได้ นี่อีกหลักฐานหนึ่ง ใครจะเข้าถึง ทีนี้ผมถามตรงนี้ครับถามไปยังกรรมาธิการว่าตามวิธีที่หน่วยในกระบวนการ ยุติธรรมกำหนด ในนี้มี ๑๐ หน่วย ๑๐ หน่วยเอาอะไรเป็นมาตรฐานครับ มีกฎหมายกลาง ว่าด้วยวิธีการกำหนดหรือไม่ หรือต้องกลับไปดูกฎหมาย พ.ร.บ. ว่าด้วยการปฏิบัติการ ทางอิเล็กทรอนิกส์อีกว่ามีกำหนดเพื่อบัญญัติไว้ให้ ๑๐ หน่วยงาน ๑๐ วงเล็บ มากกว่า ๑๐ อยู่แล้วครับ แต่ถ้าต่างกันนะครับท่าน คำถามคือมันต่างกันอีก ๑ คำถาม ถ้าต่างกันแล้ว ทำอย่างไรครับ เพราะต่างคนต่างคิด ต่างคนต่างมีระยะเวลาที่ไม่เหมือนกัน ต่างคนต่างมีกระบวนการ หรือกำหนดขั้นตอนที่หลากหลาย อะไรคือเคพีไอ (KPI) ครับ หรือต้องกลับไปใช้เคพีไอ (KPI) ของไอพีเอ (IPA) เรื่องที่ตรวจสอบความโปร่งใส ตรวจสอบการทำงานระดับชาติที่ทำแล้ว ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ ผมไม่อยากบอกว่าถึงใครครับ เพราะเพื่อนผมบอกว่าห้ามพูดถึง อย่างนั้น หรือครับ นี่คือสิ่งที่เป็นคำถาม มันมีมาตรฐานอะไร ท่านครับ โดยเฉพาะเรื่องของความล่าช้า แล้วการไม่แจ้งเหตุให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทราบ นี่คือความบาดเจ็บขององค์กรทุกองค์กรที่อยู่ใน ความยุติธรรมครับ เพราะทุกองค์กรที่อยู่ในกระบวนการยุติธรรมมักจะหลีกเลี่ยงละเลย และไม่สนใจประชาชนผู้ยากไร้ ประชาชนผู้ยากแค้น ประชาชนที่มีความเหลื่อมล้ำและไม่ได้ รับความเป็นธรรมในสังคม นี่คือจุดเพนพอยต์ (Pain Point) ผมถามเป็นคำถามสุดท้ายเลยว่า หรือไม่แจ้งผู้ที่เกี่ยวข้องให้ทราบนี้จะมีกระบวนการตรวจสอบอย่างไรที่จะเป็นมาตรฐาน ที่จะลงโทษบุคคลเหล่านี้ได้ครับ ท่านประธานครับ ขอบคุณครับ