สฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง หารือร่าง พ.ร.บ. กำหนดระยะเวลาดำเนินงานในกระบวนการยุติธรรม โดยเสนอให้ระบุหน่วยงานองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญอย่างชัดเจนเพื่อความสมบูรณ์และเป็นธรรม พร้อมตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับบทลงโทษต่อหน่วยงานราชการที่ไม่ปฏิบัติตาม และเน้นย้ำความจำเป็นในการสร้างความตระหนักรู้และการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดผ่านการประชาสัมพันธ์และมาตรการที่ชัดเจน
กราบเรียน ประธานรัฐสภาที่เคารพ ผม สฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกระบี่ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานที่เคารพ ผมขออนุญาตแสดงความคิดเห็น เรื่องร่างพระราชบัญญัติกำหนดระยะเวลาดำเนินงานในกระบวนการยุติธรรมในมาตรา ๕ เพื่อนสมาชิกหลายท่านด้วยกันได้แสดงมุมมองในเรื่องของข้อกฎหมายเพื่อเป็นประโยชน์ต่อ พี่น้องประชาชนทั้งแผ่นดิน ในมาตรา ๕ นี้ผมคิดว่าก็เป็นมาตราที่สำคัญในการกำหนดหน่วย หน่วยรับหรือหน่วยที่จะต้องถูกบังคับใช้กฎหมายฉบับนี้ครับ ซึ่งเราจะเห็นว่าแต่ละกระทรวง ก็มีภารกิจในส่วนของกระทรวงหลายเรื่องด้วยกัน อย่างกรณีกระทรวงหลัก ๆ กระทรวงใหญ่ ๆ อย่างกระทรวงมหาดไทยครับก็มีฝ่ายปกครองที่จะใช้กฎหมาย ป.วิ.อาญา ในเรื่องของอำนาจ การสอบสวนในฝ่ายปกครอง ดูเหมือนว่าพี่น้องประชาชนบางครั้งก็จะมีการบ่นว่าทำไม กฎหมายประเทศไทยมีการซ้ำซ้อนในเรื่องของการบังคับ ในเรื่องของการตรวจสอบของ ภาคเอกชน บางครั้งตำรวจไปจับแล้วทำไมฝ่ายปกครองก็ต้องไปจับอีกในกรณีความผิด หลายกระทงความผิด เช่นกรณีเรื่องที่ดินก็ดี เรื่องป่าไม้ เรื่องบ่อนการพนันอะไรก็ดีที่ในพื้นที่ อันนี้ก็เป็นข้อสังเกตที่ผมได้เจอปัญหาด้วยตนเอง ท่านประธานที่เคารพ เรื่องนี้ผมต้อง ขอบคุณที่ยกร่างกฎหมายขึ้นมา ผมเชื่อว่ากฎหมายฉบับนี้มีความพยายามที่จะร่างกฎหมาย เพื่อที่จะบังคับใช้มานานแล้ว และโดยเฉพาะในส่วนของกระบวนการยุติธรรมไม่ว่าจะเป็น เรื่องศาลหรืออัยการก็ดี ผมเข้าใจว่าในกระบวนการศาลและอัยการนั้นมีกติกาในเรื่องของ การดำเนินขบวนการทางยุติธรรมค่อนข้างที่จะชัดเจน แต่หน่วยงานอื่นที่มีความจำเป็น ที่จะต้องใช้กฎหมายฉบับนี้เข้าไปเพิ่มเติมเพื่อที่จะก่อให้เกิดความเป็นธรรมไม่มีความล่าช้า ก็ถือว่าเป็นการร่างกฎหมายที่ดีมากและก่อให้เกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชน ประเด็นที่ ผมอยากจะเรียนท่านประธานว่าเมื่อเราดูในหน่วยรับในหน่วยที่จะถูกบังคับใช้ในมาตรา ๕ ๑๐ วงเล็บด้วยกัน (๑๐) เป็นวงเล็บที่ระบุว่าเป็นหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมอื่นตามที่ กฎหมายในพระราชกฤษฎีกา อันนี้ถือว่าเป็นการเก็บตกในกรณีเขียนกฎหมายแล้วไม่บังคับใช้ ในหน่วยหลัก ๆ แต่เมื่อผมดู (๑) ถึง (๙) นะครับ แล้วมาดูรัฐธรรมนูญ เมื่อมาดูรัฐธรรมนูญ ในหมวดที่ ๑๒ องค์กรอิสระ ในองค์กรอิสระมีส่วนที่ ๑ ถึงส่วนที่ ๖ แต่ปรากฏว่าพอเราดู ในวงเล็บในมาตรา ๕ ๑๐ วงเล็บด้วยกันนะครับ ท่านประธานครับ จะเห็นได้ว่าในคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินเราถือว่าเป็นองค์กรอิสระ ภายใต้กฎหมายรัฐธรรมนูญแล้วก็ส่วนที่ ๖ นี่เป็นคณะกรรมการสิทธิมนุษย์ชนแห่งชาติ ถ้าเราจะลงลึกเข้าไปในรายละเอียดในรัฐธรรมนูญในส่วนที่ ๕ คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน และคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาตินั้นก็จะมีมาตราในหมวดส่วนที่ ๕ และส่วนที่ ๖ ว่าด้วยอำนาจของคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน และว่าด้วยอำนาจในส่วนของคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เพราะฉะนั้นในหน่วยอย่างนี้ก็มีส่วนการที่จะให้คุณให้โทษที่จะเข้าไป ดำเนินการตรวจสอบดำเนินการทางคดีมีการรับเรื่องร้องเรียนอะไรต่าง ๆ อันนี้ก็ถือว่าเป็น การกระทบต่อสิทธิมนุษยชนหรือว่าในเรื่องของการที่จะบริการให้ความยุติธรรมหรือว่า ความเป็นธรรมกับพี่น้องประชาชนได้ แต่ในขณะเดียวกันในมาตรา ๕ ของพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ถ้าเป็นไปได้ผมอยากกราบเรียนท่านกรรมาธิการว่าในหน่วยหลักขององค์กรอิสระ นี่ควรระบุให้มีความชัดเจนใน ๑๐ วงเล็บด้วยนะครับ ผมไม่ติดใจนะครับบางท่านบอกว่า ในส่วนของดีเอสไอ (DSI) ซึ่งอยู่ในกระบวนการยุติธรรมซึ่งก็มีกรอบอำนาจหน้าที่แล้วก็ พิจารณาคดีเป็นกรณีพิเศษ แล้วก็เป็นคดีพิเศษเป็นคดีที่ใหญ่มาก ทั้งนี้ในส่วนของมาตรา ๕ (๓) ได้ระบุไว้ในกระทรวงยุติธรรมแล้ว อันนี้ไม่ติดใจก็ถือว่าเป็นเรื่องของความถูกต้องเหมาะสมแล้ว เพราะฉะนั้นในประเด็นที่ผมอยากจะเสนอแนะในส่วนของการเพิ่มเติมหน่วยองค์กรอิสระ ภายใต้รัฐธรรมนูญ เมื่อเราดูกฎหมายรัฐธรรมนูญก็น่าจะเขียนในหน่วยที่กฎหมายรัฐธรรมนูญ ได้บัญญัติเอาไว้ให้ครบ
อีกประเด็นต่อมาท่านประธานครับ ก็คือข้อสังเกตในเรื่องของพระราชบัญญัติ ฉบับนี้มี ๑๒ มาตราด้วยกัน แต่ว่าด้วยการให้ระยะเวลาในหน่วยปฏิบัตินั้นจะต้องมีทุกหน่วย เดี๋ยวในมาตรา ๖ ก็จะเห็นว่าจะต้องดำเนินการอย่างไร รวมถึงในเรื่องการประชาสัมพันธ์ด้วย ผมตั้งข้อสังเกตในเรื่องของการกำหนดโทษ เพราะ ๑๒ มาตราผู้รักษาการว่าจะมีในมาตรา ๑๒ ก็มีท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงนั้น ๆ แต่ในส่วนของการกำหนดโทษ ในกรณีส่วนราชการไม่สามารถทำให้ดำเนินการเป็นไปตามพระราชบัญญัติฉบับนี้นี่มันจะเป็น อย่างไร หรือจะเป็นโทษในเรื่องของเชิงวินัยร้ายแรง อันนี้เป็นข้อสังเกตเมื่อร่างกฎหมายมาแล้ว จะทำให้ผู้ปฏิบัติภายใต้พระราชบัญญัติฉบับนี้นี่เขามีความเกรงกลัวหรือว่ามีความกดดันอะไร หรือไม่เพื่อที่จะก่อให้เกิดประโยชน์ในเชิงความเป็นธรรมของพี่น้องประชาชนต่อไปครับ ขอขอบคุณท่านประธานครับ