นิยม เวชกามา หารือเรื่องร่างพระราชบัญญัติกำหนดระยะเวลาดำเนินงานของกระบวนการยุติธรรม และตั้งข้อสังเกตว่าในมาตรา ๕ ใส่หน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมมากเกินไป และไม่ได้ประเมินความเห็นของประชาชน
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับผมไม่ได้คัดค้านหรือไม่โต้แย้ง ผมก็เห็นด้วยแต่แรกตั้งแต่ในวาระแรกแห่งการเข้ามาสู่สภาของกฎหมายฉบับนี้เพราะมัน เป็นร่างพระราชบัญญัติกำหนดระยะเวลาดำเนินงานของกระบวนการยุติธรรม เพียงแต่ว่า ผมอยากทักท้วงตั้งข้อสังเกตในมาตรา ๕ ว่าหลายท่านอาจจะพูดไปแล้วแต่ผมก็คิดในวิธี ของผมว่าผมเข้าใจท่านประธานกรรมาธิการเป็นนักกฎหมายใหญ่ ขอเอ่ยชื่อท่านสุรชัยครับ ผมก็เคารพนับถือเพียงแต่ตั้งข้อสังเกตว่าพระราชบัญญัติฉบับนี้ว่าเป็นกำหนดระยะเวลา ดำเนินงานในกระบวนการยุติธรรมซึ่งผมจะอธิบายมาตราอื่นต่อไป แต่ในมาตรา ๕ ผมเข้าใจ ว่าพี่น้องประชาชนเขาก็มีความหวังเพราะกระบวนการยุติธรรมไม่มีระยะเวลาแน่นอน เผื่อสิ้นสุด ๕ ปี ๑๐ ปีก็มี แต่ประเด็นที่ผมจะอภิปรายตั้งข้อสังเกตคือว่าในมาตรา ๕ ให้หน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมดังต่อไปนี้มีหน้าที่ดำเนินการตามพระราชบัญญัตินี้ ผมจึงกราบเรียนว่าท่านผู้รู้ไปแล้วผมเอ่ยชื่อท่านพลเอก เลิศรัตน์ ก็ยังพูดถึงว่าแม้แต่ ศาลรัฐธรรมนูญซึ่งในรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ก็ไม่ได้พูดถึงอยู่ในกระบวนการนี้ผมเห็นด้วย กับท่าน เอ่ยชื่อท่านไม่ได้เสียหาย แต่ที่ผมต้องอภิปรายในมาตรา ๕ คือท่านเอาองค์กรอิสระ มาใส่อยู่มากมายวันหนึ่งเป็นไปได้ไหมว่าสื่อมวลชนหรือประชาชนมาแสดงความคิดเห็น ในการทำงานขององค์กรอิสระจะไม่เข้าข่ายหมิ่นประมาทในกระบวนการยุติธรรมหรือไม่ นี่ผมตั้งข้อสังเกตนะครับ พูดให้ฟังหน่อยครับกรรมาธิการ เพราะมากมายมหาศาลใส่เข้ามา แม้กระทั่งหน่วยที่ ๑๐ ท่านก็บอกแบบคร่าว ๆ แล้วว่าหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมอื่น ตามที่กฎหมายกำหนดในพระราชกฤษฎีกา จึงให้เห็นว่าไม่มีแค่ ๑๐ หน่วยงาน แล้วการใส่ หน่วยงานของท่านใส่ตามใจชอบ หน่วยงานที่สำคัญ ๆ ท่านเอาไปไว้ข้างท้ายเป็นที่รู้กันว่า ในกระบวนการยุติธรรมท่านประธานคือตำรวจ อัยการ ศาล อันนี้ขึ้นอยู่ในใจของพี่น้องประชาชน แต่วันนี้ท่านใส่เข้ามาท่านอยากใส่ก็ใส่นะ ท่านอาจจะพูดไปท่านก็ตัดออก กระทรวงกลาโหม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงยุติธรรม ตำรวจแห่งชาติ การฟอกเงิน ปปง. ป.ป.ท. กรรมการ การเลือกตั้ง ป.ป.ช. ศาล อัยการ และหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมอื่นตามที่จะมี ในพระราชกฤษฎีกา อันนี้ผมเลยข้องใจว่าหน่วยงานสำคัญ ๆ ท่านเอามาไว้สุดท้าย นี่คือประเด็นต้องถาม กรรมาธิการว่าการใส่กฎหมายแบบนี้ใส่ตามใจชอบใช่ไหม จะทำอะไรก็ได้ใช่ไหม หรือว่า มีการประเมิน มีการสอบถามความเห็นของประชาชน ผมที่พูดแล้วว่าหน่วยงานยุติธรรม เป็นที่เข้าใจแล้วว่าตำรวจ อัยการ ศาล รู้กันทั้งประเทศ แล้วรู้กันมาตั้งแต่ผมเกิดแล้ว ดังนั้น ผมจึงสงสัยว่าทำไมท่านต้องเอาองค์กรอิสระมาใส่ด้วย ก็กระบวนการเวลาผมเห็นด้วยแต่ว่า เราจะทำให้วิธีอื่นได้ไหม ถ้าท่านใส่องค์กรอิสระ ท่านทำไมไม่เอากระทรวงต่าง ๆ มาใส่ ให้หมดเลย กระทรวงสาธารณสุขก็อยู่ในกระบวนการนี้ พี่น้องประชาชนไปยื่นที่ อย. ไปยื่น ที่หน่วยงานพวกนี้ บางที ๓ ปียังไม่ได้เลย เป็นเรื่องจริงไปสอบถามเลยว่าผมโกหก ไม่โกหก ผมก็ติงแต่แรกว่าในมาตรา ๑๒ ผมก็ยังไม่เห็นด้วยตั้งแต่เข้ามาในวาระแรก มีนายกรัฐมนตรี อะไรนี่ผมพูดถึงหน่อย ทุกองค์กรมาอยู่ในมาตรา ๑๒ หมด เป็นผู้รักษาการตามอำนาจ ตามพระราชบัญญัติมีหมด แสดงว่าประเทศนี้ไม่ได้บริหารโดยรัฐบาล แต่เป็นการบริหาร โดยองค์กรของรัฐหรือองค์กรอิสระใช่ไหม นี่คือคำถามที่ผมต้องถาม เพราะยิ่งดูไปยิ่งว่า บ้านเมืองมันไม่ได้บริหารโดยรัฐ รัฐของรัฐบาลแต่บริหารงานทุกหน่วยงานเป็นที่เข้าใจเอง หน่วยงานก็คือองค์กรผู้ที่จะบริหาร แต่ไม่ใช่มาใส่ในกระบวนการยุติธรรมทั้งหมด เพราะว่า ถ้าใส่แล้วใส่แทบทุกกระทรวงล่ะ เพราะความเป็นธรรมมันหายไปหมดแล้วจากภาคราชการ ประชาชนได้รับความบีบคั้น ประชาชนเป็นเบี้ย ประชาชนเป็นลูกน้องของข้าราชการประจำหมด วันนี้ท่านนายกรัฐมนตรีผมมาใส่เงื่อนไขเยอะแยะเพื่อให้ข้าราชการเป็นนายประชาชนวันนี้ ซึ่งท่านไปดูเลยในต่างจังหวัดต่าง ๆ โดยเฉพาะองค์กรที่อยู่ในกระบวนการยุติธรรมที่ท่าน ใส่เข้ามาก็ไปอยู่ในต่างจังหวัด ผมอยู่ต่างจังหวัดความยิ่งใหญ่ของข้าราชการหน่วยงานเหล่านี้ ยิ่งใหญ่มากครับอยู่ในต่างจังหวัด อันนี้อยู่กรุงเทพมหานครอาจจะไกลไป ยิ่งใหญ่จนกระทั่ง ว่าเดินผ่านไปไหนนี่พวกหน่วยงานข้าราชการก็ดีหรือว่าองค์กรท้องถิ่นทั้งหลายขาสั่นผับ ๆ เลยท่านประธาน ผมไม่เอ่ยชื่อองค์กรไหน รู้กัน ที่อยู่ในพื้นที่ นี่ผมจึงกราบเรียนท่านประธาน ว่าเราใส่เข้ามาโดยไม่คิดเลยใช่ไหมว่าใส่เข้ามาแล้วมีความสุขมากแต่ประชาชนเดือดร้อนครับ ขอบคุณมากครับ