รัฐสภา · ครั้งที่ ๕ · ๒๕ สิงหาคม ๒๕๖๔

ชลน่าน ศรีแก้ว หารือเรื่องการเปลี่ยนแปลงร่างรัฐธรรมนูญเพื่อเพิ่มความเท่าเทียมกันระหว่างชายและหญิงในการเลือกตั้ง โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการแก้ไขมาตรา 90 เพื่อให้สอดคล้องกับหลักการของระบบเลือกตั้งแบบบัตร 2 ใบ และไม่จำกัดสิทธิของพรรคการเมืองและประชาชนที่จะเข้าสู่กระบวนการการเลือกตั้ง

นายชลน่าน ศรีแก้ว กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดน่าน พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ขออนุญาตใช้สิทธิของกรรมาธิการเสียงข้างน้อยที่ได้สงวนคำความเห็นเอาไว้ เพื่อมา กราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านสมาชิกรัฐสภาผู้ทรงเกียรติ ในการสงวนความเห็น ของกระผมในมาตรา ๙๐ ผมได้เสนอความเห็นไว้ดังนี้ครับท่านประธานที่เคารพ ขอให้เพิ่ม ความในมาตรา ๓/๒ ในร่างของตัวกระผมเอง ไม่เกี่ยวกับร่างกรรมาธิการ มาตรา ๓/๒ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๙๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และให้ใช้ความ ต่อไปนี้แทน มาตรา ๙๐ การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ ให้ผู้มีสิทธิ เลือกตั้ง มีสิทธิออกเสียงลงคะแนนเลือกบัญชีรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งที่พรรคการเมือง จัดทำขึ้น โดยให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งมีสิทธิออกเสียงลงคะแนนเลือกบัญชีรายชื่อใดบัญชีรายชื่อหนึ่ง เพียงบัญชีเดียว และให้ถือเขตประเทศเป็นเขตเลือกตั้ง

วรรคต่อไป บัญชีรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งตามวรรคหนึ่งให้พรรคการเมือง จัดทำขึ้นพรรคการเมืองละ ๑ บัญชี ไม่เกินบัญชีละ ๑๐๐ คน และให้ยื่นต่อกรรมการเลือกตั้ง ก่อนปิดการรับสมัครเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก่อนแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง

วรรคสุดท้ายครับท่านประธาน การจัดทำบัญชีรายชื่อตามวรรคสองต้องให้ สมาชิกพรรคการเมืองมีส่วนร่วมในการพิจารณาด้วย โดยต้องคำนึงถึงผู้สมัครรับเลือกตั้ง ตามภูมิภาคต่าง ๆ และความเท่าเทียมกันระหว่างชายและหญิง นี่คือคำที่ผมขอสงวน ความเห็นไว้ ผมขออนุญาตท่านประธานให้เหตุผลประกอบดังต่อไปนี้นะครับ

ประการที่ ๑ ผมเห็นว่าการแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๙๐ เกี่ยวเนื่องกับหลักการ ที่เรารับมา ทั้งมาตรา ๘๓ และมาตรา ๙๑ เพราะมาตรา ๙๐ เป็นมาตราต้นของระบบ บัญชีรายชื่อ ถ้าเราไม่แก้ไขเปลี่ยนแปลงมาตรา ๙๐ ในรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๖๐ สิ่งที่ จะเป็นปัญหาและไม่สอดคล้องกับระบบเลือกตั้งบัตร ๒ ใบ ที่เราได้พิจารณากันอยู่ในขณะนี้ ประการที่ ๑ รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ มาตรา ๙๐ ในวรรคหนึ่งระบุไว้ชัดเจนว่าพรรคการเมืองใด ส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งแบบเขตเลือกตั้งแล้ว ให้มีสิทธิส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อได้ ตรงนี้เป็นประเด็นสำคัญครับท่านประธาน ผมได้ตัดวรรคนี้ออก ไม่ต้องการให้มีการผูกมัด สิทธิของพรรคการเมืองและพี่น้องประชาชนที่จะเข้าสู่กระบวนการการเลือกตั้ง ไม่ว่าจะเป็น ผู้รับสมัครเลือกตั้งหรือผู้เลือกตั้ง เพราะเป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญที่พึงชอบ การส่งผู้สมัคร รับเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อในรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ หรือรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ มิได้บังคับไว้ ท่านประธานครับ มิได้บังคับไว้ ต้องส่งเขตด้วยถึงจะส่งบัญชีรายชื่อ แต่รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ มีความจำเป็นต้องเขียนไว้ครับท่านประธาน เพราะใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียว เลือกมาจากเขต เท่านั้น แล้วใช้บัตรเขตนั้นไปคำนวณบัญชีรายชื่อ จึงมีความจำเป็นที่จะต้องเขียนไว้ว่าต้องส่ง เขตเลือกตั้งเท่านั้นถึงจะมีบัญชีรายชื่อได้ เพราะถ้าไม่ส่งเขตท่านจะเอาคะแนนที่ไหน มาคำนวณบัญชีรายชื่อ อันนั้นเป็นหลักการทั่วไปของปี ๒๕๖๐ อยู่แล้ว แต่เราเองกลับไปสู่ ระบบเลือกตั้งแบบบัตร ๒ ใบตามมาตรา ๘๓ ที่เราเขียนมา เราแยกชัดเจนว่าบัตรเลือกตั้ง ระบบบัญชีรายชื่อนี้เลือกพรรคการเมือง เพราะฉะนั้นเมื่อมันแยกกันชัดเจนอย่างนี้แล้ว ก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องไปบังคับละเมิดสิทธิของกลุ่มบุคคลหรือบุคคลที่จะเข้าสู่ ภาคการเมืองโดยการส่งผู้สมัครรับเลือกตั้ง โดยบังคับให้ส่งเขตเลือกตั้งด้วย จริงอยู่ครับ ในร่างนี้แม้ไม่กำหนดจำนวนไว้ ส่งเพียง ๑ เขต ก็ส่งบัญชีรายชื่อได้ก็ตีความอย่างนั้น ร ๕/๒๕๖๔ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) บุศกร ๘๐/๒ เขาจะเขียนแยกเลย ระบบบัญชีรายชื่อเขียนต่างหาก ระบบเลือกตั้งเขตเขียนแยกต่างหาก และวิธีเขียนต่างกัน ต่างกันอย่างไรครับท่านประธาน ต่างกันในวิธีเขียนว่าระบบเขต ให้มาจากเลือกตั้งทางตรงและลับชัดเจน แต่พอมาถึงระบบเขตเลือกตั้งที่เขียนอย่างนั้นแล้ว บัญชีรายชื่อมาเขียนจะไม่มีคำว่า ทางตรง รองรับ แต่ลับนั้นชัดเจน ก็อนุมานได้ว่าการที่เรา เข้าไปในคูหา เอาบัตรเลือกตั้งมากาพรรคการเมืองนี่คือลับ แต่เลือกพรรคการเมืองตรง แต่ไม่ได้เลือกบุคคล การมอบอำนาจเป็นการมอบอำนาจให้บุคคลไปทำหน้าที่แทนเรา เพราะฉะนั้นจะไปกล่าวว่าการเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อเป็นทางตรงมิได้ มันเป็นทางอ้อม อ้อมแต่โดยตรง เพราะมีรายชื่อคนให้ดู เพราะฉะนั้นกราบผมเลยกราบเรียนท่านประธานว่า มันเกี่ยวเนื่องและมีความผูกพันสำพันธ์กันโดยตรง แม้จะไม่ทางตรงแบบมาตรา ๘๖ แต่ผม เห็นว่าถ้าเขียนไว้จะทำให้รัฐธรรมนูญนำสู่การปฏิบัติได้ง่าย กราบขอบคุณท่านประธานครับ