นิกร จำนง เสนอความเห็นเกี่ยวกับการแก้ไขมาตรา 86 ที่ไม่ตรงกับมาตรา 2 และเสนอให้มีการแก้ไขเพิ่มเติมตามข้อบังคับของการประชุม นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการแก้ไขจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และขอแปรญัตติตามที่สมาชิกแปรมา
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นิกร จำนง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคชาติไทยพัฒนา ในฐานะเลขานุการคณะกรรมาธิการ ได้รับมอบหมายจากประธานคณะกรรมาธิการให้ตอบความเห็น ให้ตอบในกรณีการแก้ไข เปลี่ยนแปลงตรงนี้ ผมเรียนอย่างนี้ครับว่ามาตรา ๘๖ ไม่ตรงกับ ๒ มาตราที่เราแก้ไข แต่จากการพิจารณาแล้วมีความเกี่ยวข้องกันเป็นอย่างยิ่ง หมายความว่าจำเป็นจะต้องมี การแก้ไข ดังนั้นเรามีการพิจารณาตามข้อบังคับของการประชุมในข้อ ๑๒๔ ที่บอกว่า การแปรญัตติเพิ่มมาตราขึ้นมาใหม่ หรือตัดทอน หรือแก้ไขมาตราเดิม ต้องไม่ขัดกับหลักการ ตามที่ว่า ตามที่ทราบแล้ว เว้นแต่การแก้ไขเพิ่มเติมมีความเกี่ยวข้องกับหลักการนั้น มาตรา ๘๖ เรามีความเห็นว่าเกี่ยวข้อง เราก็เลยรวบรวมเอาคำแปรญัตติของท่านสมาชิก เป็นตัวตั้ง เราพิจารณาตรงนี้ก่อน เรารวบรวมมา ผมมีหน้าที่เป็นผู้รวบรวม ปรากฏว่าในการ แปรญัตติเกี่ยวกับมาตรา ๘๖ มีหลายรูปแบบ
รูปแบบที่ ๑ ในวรรคหนึ่งมีการแก้ไขที่ท่านแปรญัตติกันมา ก็คือว่าให้ใช้ จำนวนราษฎรทั้งประเทศ ตามมาตรฐานการทะเบียนราษฎร์ที่ประกาศในปีสุดท้ายก่อนปีที่มี การเลือกตั้ง เฉลี่ยด้วยจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ขอแปรญัตติหมายถึงว่าสมาชิก เป็น ๔๐๐ คนนะครับ ๔๐๐ คน คือแปรตามไปกับหลักการมาตรา ๘๓ จำนวนที่ได้รับ ถือเป็นจำนวนราษฎรต่อสมาชิก ๑ คน ตรงนี้สมาชิกแปรมาในลักษณะแบบนี้ ๒๙ ฉบับ อีกแบบหนึ่งสำหรับวรรคแรก (๑) นี้ แปรเป็น ๓๗๕ คน ตามที่ท่านได้อภิปรายแล้ว ๑ ฉบับ ๑ ท่าน ทีนี้ต่อจากนั้นก็เป็นในกรณีวงเล็บต่อไป วงเล็บที่มีการแก้ไขก็คือเกี่ยวกับเรื่อง ส.ส. ไม่ครบ มีการแปรมาในรูปแบบที่ ๑ นี่คือการแปรญัตติ เริ่มจากการแปรญัตติ เมื่อได้จำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแต่ละจังหวัดตาม (๒) และ (๓) แล้ว ถ้าจำนวน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรยังไม่ครบ เดิม ๓๕๐ คน แก้ขอแปรเป็น ๔๐๐ คน จังหวัดใด มีเศษเหลือจากการคำนวณ (๓) มากที่สุด ให้จังหวัดนั้นมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเพิ่มขึ้นอีก ๑ คน และให้เพิ่มสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามวิธีการดังกล่าวให้แก่จังหวัดที่มีเศษที่เหลือ จากการคำนวณนั้น ในลำดับรองลงมาตามลำดับจนครบจำนวน ๔๐๐ คน ตรงนี้ของเดิม ในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๘๖ เขียนว่า ๓๕๐ คน แต่ที่ท่านแปรขึ้นมาสู่กรรมาธิการ แปรว่า ๔๐๐ คน ในวงเล็บนี้มีผู้ขอแปรแบบนี้ ๒๘ ฉบับ แล้วก็แปรเป็น ๓๗๕ คน ๑ ฉบับ แล้วก็แปร เป็นอีกแบบหนึ่ง จำนวน ๑ ฉบับ ดังนั้นกรรมาธิการก็มาพิจารณาจากการแปรญัตติในส่วนที่เกี่ยวเนื่องจากของสมาชิก ก็เลยมาหารือกัน แล้วก็ได้มีการแปรตามเสียงส่วนใหญ่ โดยในมาตรา ๘๖ นี้ทางกรรมาธิการ เห็นว่าเกี่ยวเนื่อง แล้วก็แปรตามที่สมาชิกได้แปรเข้ามา ตามวงเล็บสุดท้ายข้อ ๑๒๔ ของข้อบังคับ ก็แปรได้ว่าเอามาแปรเป็น (๑) ให้ใช้จำนวนราษฎรทั้งประเทศ ตามหลักฐาน ทะเบียนราษฎร์ที่ผมอ่านแล้วเมื่อสักครู่นี้ เป็น ๔๐๐ คน นั่นในจุดแรก ต่อมาในวาระที่ ๒ วาระที่ ๓ เหมือนกัน ใน (๒) (๓) (๔) แปรตามที่สมาชิกแปรมา ก็คือว่าแก้ไขตรงที่เป็น ๓๕๐ คนนี้ เป็น ๔๐๐ คน แล้วก็ตอนปลายในวงเล็บนี้ก็เป็น ๔๐๐ คนเหมือนกัน ตามร่าง ที่ท่านเห็น ดังนั้นจุดที่กรรมาธิการแปรนี้ แปร ๓ แห่ง จาก ๓๐๐ คน แปรญัตติแค่นี้เอง จาก ๓๕๐ คน เป็น ๔๐๐ คน ให้เป็นไปตามหลักการหลัก เพราะว่าเป็นเรื่องเกี่ยวเนื่อง ทีนี้ พอพิจารณาแล้วเขียนไปแล้ว เราก็มีการถามความเห็นในกรรมาธิการ เพื่อยืนยัน ความเห็น ในการแก้ไขตรงนี้คือทุกมาตราอยากจะเรียนว่าเราลงมติหมดเลยในกรรมาธิการ ในส่วนนี้ การแก้ไขตรงนี้เป็นกรรมาธิการเพิ่มขึ้นใหม่ ตามการแปรญัตติของสมาชิกเอามารวบรวมแล้ว เอามาแปร ก็ให้เพิ่มความตามที่ผมพูดแล้ว คือจาก ๓๕๐ คนเป็น ๔๐๐ คน ๓ แห่ง เรามี การลงมติ ผลการลงมติของกรรมาธิการ เห็นชอบตามที่กรรมาธิการเสนอขอแก้จาก ๓๕๐ คน เป็น ๔๐๐ คน ๒๕ เสียง ไม่เห็นชอบ ไม่มี คือที่ไม่เห็นชอบตามนี้ไม่มีเลย ในกรรมาธิการ งดออกเสียงก็ไม่มี มีผู้ประสงค์ไม่ลงคะแนน ๒ เสียง เพราะเห็นว่าเป็นการ แก้ไขเกินหลักการ ก็ตามที่ท่านทราบแล้วว่าเป็นท่านสมาชิกท่านใดในกรรมาธิการ คือหมายถึงว่าท่านไม่ลงมติ เพราะเห็นว่าการแก้ไขไม่ถูกต้อง ดังนั้นผมย้ำอีกครั้งครับ ท่านประธานว่าในกรรมาธิการเห็นชอบตามที่คณะกรรมาธิการแปรญัตติมาตรา ๘๖ เนื่องจากเกี่ยวเนื่องกับหลักการตามข้อบังคับ ข้อ ๑๒๔ แล้วก็มีการเพิ่มเติม เข้าไปให้ตรงกัน แล้วก็มีการโหวตกันในคณะกรรมาธิการ อย่างที่เรียนแล้วว่าเห็นชอบ ๒๕ เสียง ไม่เห็นชอบ ไม่มี ดังนั้นก็เรียนท่านประธานว่าก็ขอยืนตามที่กรรมาธิการแก้ไข เพราะเราทำมาถูกต้อง ทั้งข้อบังคับ ทั้งรวมความเห็น ทั้งการลงมติในชั้นกรรมาธิการแล้ว ที่ประชุมได้โปรดพิจารณา ขอบพระคุณครับ