วีระกร คำประกอบ หารือเรื่องการเพิ่มจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในแต่ละจังหวัด และเรียกร้องการสนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อแบ่งเขตเลือกตั้งเป็น 400 เขต
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพครับ ผม วีระกร คำประกอบ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัด นครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานที่เคารพครับ จากการแก้ไขในมาตรานี้ ซึ่งเป็นเรื่องของการกำหนดจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในแต่ละจังหวัดที่จะพึงมีและการแบ่งเขตเลือกตั้ง ความจริงแล้วมันก็เกี่ยวเนื่องไปจนถึง ตั้งแต่มาตรา ๘๓ แต่ว่าอย่างไรก็ตามอยากจะเรียนกับท่านประธานว่าการเลือกตั้งไม่ว่าจะ เป็น ๔๐๐ คน บวก ๑๐๐ คน หรือว่า ๓๕๐ คน บวก ๑๕๐ คน หรือจะมีการเพิ่ม ส.ส. เขต เป็น ๔๐๐ คนหรือไม่ก็ตาม ไม่ได้ทำให้พรรคใดพรรคหนึ่งได้เปรียบหรือเสียเปรียบหรอกครับ การที่แต่ละพรรคจะได้คะแนนมากหรือคะแนนน้อยมันก็ขึ้นอยู่กับ ๒ ส่วน แต่ละพรรค เขาก็มีแฟนประจำของเขานะครับ พรรค พ. พาน ก็มีแฟนประจำเป็นชาวไร่ ชาวนา พรรค ก. ไก่ ก็มีแฟนประจำเป็นวัยรุ่น เป็นวัยทำงาน ส่วนพรรค ๓ ป. เขาก็มีแฟนประจำ ของเขาเยอะ เพราะฉะนั้นแต่ละพรรคการเมืองจะได้เสียงมาก เสียงน้อย มันก็ขึ้นอยู่กับ แฟนประจำ กับอีกส่วนหนึ่งก็คือกระแสพรรคการเมืองในช่วงที่จะมีการเลือกตั้ง การเมือง มันเป็นไดนามิก (Dynamic) หรือมันเป็นพลวัต มันเปลี่ยนทุกวัน กระแสวันนี้พรรคนั้นดี พรรคนั้นไม่ดี วันรุ่งขึ้นเป็นไปได้ ซึ่งเราก็เคยเห็นการเลือกตั้งในอดีตที่ผ่านมา วันนี้เสียงไม่ดี แต่วันรุ่งขึ้นไปทำอะไรถูกใจชาวบ้านไม่รู้ ดังไปทั่วกลายเป็นเสียงกระหึ่มขึ้นมา กลายเป็น พรรคการเมืองนั้นแลนด์สไลด์ (Landslide) ขึ้นมาก็ได้ครับ เพราะฉะนั้นการเลือกตั้งไม่ว่า จะเป็น ๔๐๐ คน บวก ๑๐๐ คน หรือจะเป็น ๓๕๐ คน บวก ๑๕๐ คน ไม่ได้แปลว่าพรรคใด พรรคหนึ่งจะได้เปรียบหรือเสียเปรียบ อันนี้ต้องขอเรียนให้ทราบ เพียงแต่ว่าการเพิ่ม ส.ส. เขตเป็น ๔๐๐ คน ตามมาตรา ๘๖ นี้มันทำให้แต่ละเขตจังหวัดน่าจะมีจำนวน ส.ส. เขต เพิ่มขึ้น ซึ่งการมี ส.ส. เขตเพิ่มขึ้นก็ทำให้การดูแลพี่น้องประชาชนนั้นมันเข้าถึงมากยิ่งขึ้น อันนี้เป็นไปตามสัดส่วน เราเพิ่มมา ๕๐ คน จังหวัดนครสวรรค์เคยมี ๖ คน ก็อาจจะได้ ๗ คน ซึ่งก็น่าจะได้ ๗ คน เพราะเคยมีมาแล้ว ถ้าหากเลือกตั้ง ๔๐๐ คน ก็มี ๗ คน การเพิ่ม ส.ส. มาอีกคนหนึ่งก็แน่นอนครับ การดูแลพี่น้องประชาชนก็ใกล้ชิด เข้าถึงพี่น้องประชาชน มากยิ่งขึ้น จากเขตเล็กลง ๑ จังหวัด ก็เพิ่มจำนวน ส.ส. ขึ้น กรณีที่ใน (๑) นี้ได้พูดถึงว่า ใช้ประชาชนตามหลักฐานในทะเบียนราษฎร์ ที่ประกาศเป็นปีสุดท้ายก่อนมีการเลือกตั้ง ยกตัวอย่าง เช่น มี ๖๙ ล้านคน ในวันที่ ๓๑ ธันวาคม ของปีก่อนหน้าจะมีการเลือกตั้ง มันก็จะเป็น ๓๕๐ คน สมมุติ ๓๕๐ คน ก็จะเท่ากับจำนวนประชากร ๑๙๗,๑๔๓ คน ต่อ ส.ส. ๑ คน ในขณะที่ถ้าเราเพิ่มเป็น ๔๐๐ เขต ก็จะทำให้ ๑ เขตเลือกตั้งมันเท่ากับ จำนวนประชากรที่จะเลือก ส.ส. ได้ ๑ คน เท่ากับ ๑๗๒,๐๐๐ คน จะเห็นได้ว่ามันก็จะเพิ่ม จำนวน ส.ส. ขึ้นแม้ว่าประชากรเท่าเดิมก็จะทำให้ได้รับจำนวน ส.ส. เพิ่มขึ้น ท่านประธาน ที่เคารพครับ การที่ทางกรรมาธิการได้กรุณาร่างออกมาเป็นบัตร ๒ ใบ เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ ผมคิดว่าคลายความอึดอัดใจของผู้เลือกตั้ง อย่าลืมนะครับว่าเลือกคนที่รัก เลือกพรรคที่ชอบ แต่ที่ผ่านมามันมีใบเดียวไม่รู้จะเลือกอย่างไร เลือกที่รัก คนที่รักก็ใบนี้ พรรคที่ชอบมันก็ต้อง ใบนี้ ซึ่งบางทีมันก็ไม่ได้สอดคล้องกันอย่างที่ผมเรียนแล้ว แต่ละพรรคการเมืองเขามี แฟนประจำ บางคนก็ชอบ ส.ส. คนนี้ เพราะว่าเข้าถึงพี่น้องประชาชน แต่ว่าพรรคนี้ไม่ชอบ ไม่รู้จะทำอย่างไร อึดอัดใจครับ ที่ผ่านมาพี่น้องประชาชนบ่นกันทุกคน อยากจะเลือกจังเลย แต่ดันมาอยู่พรรคนั้น พรรคนี้ อะไรทำนองนี้นะครับ ซึ่งเราก็จะได้ยินในการเลือกตั้ง คราวที่แล้ว แต่ต่อไปนี้ขอบคุณกรรมาธิการนะครับ ซึ่งผมเห็นชอบ แล้ววันนี้ก็จะโหวตให้การรับรอง กับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะเหตุว่ามันตรงใจพี่น้องประชาชน ต่อไปจะมีบัตร ๒ ใบ เลือกคนที่รักก็ได้ ๑ ใบ เลือกพรรคที่ชอบก็ได้อีก ๑ ใบ มันตรงใจเขาครับ ไม่เหมือนที่ผ่านมา ไม่มีความสบายใจ อึดอัดใจ จะลงคะแนนนี้อึดอัดใจมากท่านประธาน เพราะฉะนั้น ต้องขอบคุณกรรมาธิการ และยืนยันว่าพรรคพลังประชารัฐทุกคนสนับสนุนการแก้ไข รัฐธรรมนูญให้มีบัตร ๒ ใบ และแบ่งเขตเลือกตั้งเป็น ๔๐๐ เขต เพราะฉะนั้นก็เรียนกับ ท่านเลยว่าเราทุกคนได้รับเสียง เราลงคะแนนให้แน่นอน ขอบพระคุณครับ