รัฐสภา · ครั้งที่ ๕ · ๒๕ สิงหาคม ๒๕๖๔

อุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม หารือเรื่องการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ มาตรา 83 โดยเสนอให้มีการเลือกตั้งแบบเขต 400 เขต และบัญชีรายชื่อ 100 คน เพื่อให้ประชาชนมีโอกาสเลือกพรรคที่ดี และผู้แทนราษฎรที่ใกล้ชิดกับประชาชน

นายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ลพบุรี

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธาน ที่เคารพครับ ในการแก้ไขเพิ่มเติมร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักร ฉบับแก้ไข มาตรา ๘๓ ท่านประธานที่เคารพครับ ประเด็นสาระสำคัญมีอยู่ ๒ ประเด็น คือเลือกตั้งแบบเขต กับเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ ท่านประธานครับ บัญชีรายชื่อนั้นที่เกิดมาเริ่มต้น เนื่องจากเมื่อปี ๒๕๓๘ มีพรรคการเมืองหนึ่ง คือพรรคเกษตรอุตสาหกรรมไทย สมัครผู้แทนได้ ๑ ล้านกว่าเสียง แต่ไม่ได้ผู้แทนเลยแม้คนเดียวครับท่านประธาน เรารู้ว่า พรรคเกษตรอุตสาหกรรมไทยไม่มีทุน ไม่มีเงิน แต่ละเขตได้ไม่น้อยกว่าเป็นหมื่น ๆ คะแนน รวมเบ็ดเสร็จแล้วก็ล้านกว่าคะแนน แต่สอบตกหมด ผมในฐานะคนหนึ่งที่มีความคิดกับ ด็อกเตอร์อนันต์ บูรณวนิช ส่งไปเป็น ส.ส.ร. เพื่อจะแก้ไขกฎหมายบัญชีรายชื่อว่าประชาชน ๑ ล้านกว่าคนนั้นเขาเสียโอกาส เขาอยากเป็นผู้แทน แต่ไม่มีโอกาสมาทำหน้าที่ในฝ่าย นิติบัญญัติ จึงมีรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๔๐ ตั้งแต่นั้นมา ท่านประธานครับ ผมอยากจะ กราบเรียนว่าคนอีกกลุ่มหนึ่ง แน่นอนมีสมาชิกหลายท่านได้อภิปรายไปแล้วว่าคนมีเงิน คนรวยเท่านั้นจะได้เป็น แต่ผมไม่เชื่อ คนที่มีเงินมหาเศรษฐีหิ้วกระเป๋าไปนี้ สอบตกมา ก็เยอะแยะ ถ้าหากว่าไม่เป็นคนพื้นที่ หรือไม่ใกล้ชิดประชาชน หรือไม่รู้ว่าทุกข์ร้อน ของประชาชนเป็นอย่างไร หลายเขตครับ ครั้งที่แล้วผมเลือกตั้งมาไม่มีการซื้อเสียงเลย แม้แต่บาทเดียว เพราะไม่มีสตางค์ ท่านประธานที่เคารพครับ จะเห็นว่าต้นทุนผมไม่มีเลย แม้แต่ป้ายคัตเอาต์ (Cut out) ใหญ่ ๆ ก็ไม่มี แม้แต่ค่าเช่ารถ วิ่ง ๒ วัน หยุด ๓ วัน นั่นคือ ข้อเท็จจริงครับ ไม่ใช่ข้อเท็จ ดังนั้นผมจึงสนับสนุนให้มีบัญชีรายชื่อ เพื่อให้ประชาชน ได้มีโอกาสเลือกพรรคที่ดี และในขณะเดียวกันนั้นเขตเลือก ๔๐๐ เขต ผมก็เห็นด้วยอย่างยิ่ง เล่นเอาเขตเลือกตั้งผู้แทนเขตนั้นจะใกล้ชิดกับพี่น้องประชาชน จะรู้ว่าประชาชนในพื้นที่ มีความทุกข์ มีความเดือดร้อนอย่างไร ก็จะได้เอาปัญหาต่าง ๆ นั้นมานำเสนอต่อสภา เพื่อแก้ไขปัญหาต่อไปครับท่านประธานที่เคารพ ดังนั้นผมจึงสนับสนุนให้มีการเลือกตั้ง แบบเขต แต่เผอิญผมแปรญัตติไม่ทัน ถ้าผมแปรญัตติทัน ผมเสนอให้เลือกตั้งทั้งจังหวัด และเอาคนดีที่สุดในจังหวัดเรียงเบอร์มา ยกตัวอย่าง เช่น จังหวัดลพบุรีมี ๔ คน ก็เอาคะแนน ๑ ๒ ๓ ๔ เป็นผู้แทนราษฎร อย่างนี้ถึงจะเป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริงครับ ท่านประธาน ในการเลือกตั้งแบบเขตเล็กก็ดีอีกแบบหนึ่ง เพราะผู้แทนจะได้ใกล้ชิดกับ ประชาชน แต่แน่นอนที่สุดครับท่านประธาน อาจจะมีนายทุนบางครั้งไปใช้เสียงละ ๑,๐๐๐ บาท ๒,๐๐๐ บาท แน่นอนครับ ลืมคนจนเลยครับ ยิ่งปัญหาในอนาคตข้างหน้า เศรษฐกิจเดือดร้อน ประชาชนมีหนี้สินล้นพ้นตัวจากการที่รัฐบาลบริหารประเทศทำให้ คนจนทั้งประเทศเก่งมาก ดังนั้นผมจึงสนับสนุนให้มีเขตเลือกตั้งที่ไม่ได้แปรไว้ ๔๐๐ คน ก็ ๔๐๐ คนครับท่านประธาน ส่วนบัญชีรายชื่อนั้น ๑๐๐ คน ก็ถือว่าถ้าประชาชนรักคน ก็เลือกคน รักพรรคก็เลือกพรรค เพราะว่าบางคนอาจจะมีความใกล้ชิดและมีความเข้าใจ สามารถแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้ เพราะผู้แทนเขตนั้นคิดไม่ออกก็ไปบอกผู้แทนเขต ดังนั้นจึงสนับสนุน ในขณะเดียวกันนั้นนโยบายพรรคบางพรรคบางทีประชาชนชอบ แต่ไม่ชอบผู้แทนเขต ก็ไปเลือกพรรคเข้ามา จะได้นำนโยบายดังกล่าวนั้นไปแก้ไขปัญหาบ้านเมืองและประเทศชาติ ต่อไป ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขอสนับสนุนให้มีการเลือกตั้งแบบเขต ๔๐๐ คน บัญชีรายชื่อ ๑๐๐ คน และใช้บัตร ๒ ใบ จะได้ไม่สับสน ใช้เลขเดียวกันเลย เหมือนที่ผ่านมานั้น ความสับสน พรรคเบอร์หนึ่ง คนเบอร์หนึ่ง งงหมดสิครับท่านประธาน อย่าคิดว่าประชาชน เขามีความรู้เหมือนประธาน บางทีประธานยังงงเหมือนกัน ท่านประธานที่เคารพครับ ผมจึงเห็นด้วยว่าเลือกพรรคและเบอร์คนเดียวกันแต่ ๒ ใบ ดังนั้นจะให้เกิดประโยชน์สูงสุด กับพี่น้องประชาชน รัฐธรรมนูญที่ผ่านมาหลายฉบับโดยเฉพาะปี ๒๕๖๐ นั้น ท่านก็ ทราบดีว่าถูกข่มขืนมาตั้งแต่ประชามติ จังหวัดผมมีประชากร ๗๐๐,๐๐๐ คน แต่คะแนน ๙๐๐,๐๐๐ กว่าคะแนน นั่นเห็นชัดเจนเลย แล้วได้ท้วงติงไปและแก้ไขในที่สุด ดังนั้นผม จึงขอสนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา ๘๓ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับพี่น้อง ประชาชน สุดท้ายก็ฝากไว้ว่ารักคนให้เลือกคน รักพรรคให้เลือกพรรค ขอบคุณมากครับ ท่านประธาน