รัฐสภา · ครั้งที่ ๕ · ๒๕ สิงหาคม ๒๕๖๔

สุพิศาล ภักดีนฤนาถ หารือเรื่องการเลือกตั้ง โดยเฉพาะการเลือกตั้งแบบตรงและลับ และแสดงความกังวลเกี่ยวกับการใช้บัตรเลือกตั้งแบบ 2 ใบ และขอให้จดไว้ในบันทึกเพื่อไม่ให้ตีความอย่างกว้างไป

พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมมาใช้สิทธิในฐานะสมาชิกนะครับ ผมจะเข้า ตรงประเด็นที่คณะกรรมการได้แก้ไขในมาตรา ๓ ในเนื้อความในมาตรา ๓ ประเด็นที่สำคัญ วิ. ได้เพิ่มเติมในมาตรา ๓ แล้วแก้ลงไปในมาตรา ๘๓ ในวรรคสอง ที่เขียนว่าการเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรโดยให้ใช้วิธีออกเสียงลงคะแนนโดยตรงและลับ โดยให้ใช้ บัตรเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบคนละใบ ของเก่าเป็นเสรีครับ เสรี ผมไม่รู้ว่าเสรี คืออะไร แต่คำว่า ตรงและลับ นี้ กราบเรียนเลยครับว่ามี มีใช้ในรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะ มาตรา ๘๕ เดี๋ยวผมจะอธิบายตรงและลับคืออะไร เนื้อความที่สำคัญก็คือโดยวิธีการตรง และลับนี่ล่ะครับ เป็นมาตราที่ปรากฏอยู่ในรัฐธรรมนูญ และการตีความมีความชัดเจน เพราะในการตีความของการใช้คำว่า ตรง โดยตรงนี้ย่อมมีความมุ่งหมายที่ต้องการให้ผู้มีสิทธิ เป็นผู้ลงคะแนนด้วยตนเอง ไม่อาจใช้บุคคลอื่นลงคะแนนได้ และมิใช่การเลือกตั้งตัวแทน เพื่อให้ไปเลือกตั้งอีกทีหนึ่ง อย่างเช่นในสหรัฐอเมริกาหรือเมื่อครั้งเลือกตั้งสยาม ปี ๒๔๗๕ ที่เคยให้ราษฎรเลือกตั้งผู้แทนในหมู่บ้าน แล้วไปเลือกผู้แทนตำบล แล้วจะให้ผู้แทนตำบล ไปเลือก ส.ส. นั่นคือการออกเสียงทางอ้อม ผมไม่รู้ว่าจะใช้วิธีนี้หรือเปล่า ที่เรียกว่า เสรี และโดยลับ ท่านประธานครับ คือการกระทำในลักษณะที่บุคคลอื่นไม่อาจทราบหรือตรวจสอบได้ว่า ผู้มีสิทธิออกเสียงลงคะแนนเลือกอย่างไร ออกเสียงลงคะแนนให้กับใคร ศาลรัฐธรรมนูญ ตีความในคำวินิจฉัยที่ ๙/๒๕๔๙ เมื่อวันที่ ๘ พ.ค. ๒๕๔๙ อันนี้ตีความไว้ละเอียด ไปหาอ่านดู แล้วหลักการเลือกตั้งทางลับนี้ นับว่าเป็นสาระสำคัญของการเลือกตั้งการปกครองในระบอบ ประชาธิปไตย การใช้สิทธิทางลับคือต้องการให้คุ้มครองครับท่านประธาน คุ้มครองให้คน มีสิทธิไปเลือกตั้งและคุ้มครองประโยชน์สิทธิรวมของประชาชน นั่นล่ะครับหัวใจสำคัญ ของกฎหมายที่เรียกว่าเลือกตั้งทางตรง ลับ

สิ่งสำคัญในประเด็นดังกล่าวนี้ ผมกราบเรียนท่านประธานครับว่าในเนื้อหา ดังกล่าวนี้ นอกจากนั้นแล้วการเลือกตั้ง ส.ส. ที่ใช้บัตรเลือกตั้งแบบ ส.ส. แบ่งเขต ส.ส. ๑ ใบ และพรรคการเมืองละ ๑ ใบ แล้วท่านก็เขียนระบุว่าใบเดียว แบบละ ๑ ใบ ผมไม่รู้ว่าท่าน จะใช้แทกติก (Tactic) ของเนื้อความคำว่า แบบละ ๑ ใบ ไปอีกอย่างไรในการตีความ ขอให้จดไว้ในบันทึกเลยนะครับว่าอย่าตีความอย่างกว้างไปอีก ในการไปกำหนดหลักเกณฑ์ หลักการ วิธีการที่จะปรากฏ กราบเรียนครับท่านประธาน ในการเลือกตั้งไม่ว่าที่จะเป็นบัตร ๒ ใบ จะ ๔๐๐ คน จะ ๑๐๐ คน แล้วก็เปลี่ยนแปลง เพราะว่าหลักการตรงนี้มันมิใช่เป็น หลักการที่ตรงตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย ในหลักเหตุผลที่เขียนไว้นี้มีเหตุผล ท่านเขียนเหตุผลเลยครับว่าจำนวนไม่สอดคล้องต่อจำนวนของประชากรในเขตเลือกตั้ง มีท่านผู้ทรงเกียรติท่านหนึ่งพูดถึงเรื่องนี้ เอาปัจจัยอะไรมาคำนวณ วิธีขยับจาก ๓๕๐ คน ขึ้นมา ๔๐๐ คน แต่ไม่แคร์ (Care) ครับ จะเป็น ๒ ใบหรือใบเดียว ผมกราบเรียนว่า การเลือกตั้งนั้นเป็นหัวใจสำคัญ เป็นสิทธิอำนาจของประชาชนคนไทยที่เราเรียกว่า องค์สถาปนาอำนาจประชาธิปไตยที่แท้ และองค์อำนาจนั้นคือผู้มีสิทธิที่จะออกคะแนนเสียง เลือกตั้งให้พวกเราเข้ามาเป็นผู้แทนของประชาชน มาช่วยดูแลทรัพยากร มาช่วยดูแล เงินงบประมาณ มาช่วยดูแลกฎหมายที่จะสร้างระบบเศรษฐกิจของประเทศให้ดียิ่งขึ้น นั่นคือหัวใจสำคัญที่อยากจะกราบเรียนเลยว่า การเลือกตั้งจะ ๒ ใบ หรือใบเดียวไม่ใช่สาระ แต่สาระคือองค์สถาปนาจะเลือกคนที่รัก เลือกพรรคที่ใช่ หรือที่รักมาก ๆ ในสัดส่วน ที่ถูกต้อง ในสิทธิการเลือกตั้งของตัวองค์อำนาจเองถือว่าข้อเท็จจริงตรงนี้เป็นหัวใจสำคัญ มากกว่า จะ ๔๐๐ คน อีกหน่อยอาจจะกลายเป็น ๖๐๐ คน หรือจะลดลงมาเหลือ ๒๐๐ คน ก็แล้วแต่นะครับ นั่นเป็นไปด้วยกระบวนการหรือวิธีการทางกฎหมาย ขอนิดเดียวครับท่าน สุดท้ายนี้เชื่อว่าการที่องค์อำนาจจะเลือกตั้ง ขอให้ให้โอกาสกับคนที่เสียโอกาสที่จะอยู่ ในระบบการเลือกตั้ง ถึงเวลาแล้วที่จะเปลี่ยนแปลงให้กับคนหลากหลาย ให้กับคน ต่างความคิด คนที่มาจากแหล่งกำเนิดหลักต้องอยู่ร่วมกันครับท่านประธาน และนี่คือ องค์รัฏฐาธิปัตย์ของอำนาจประชาธิปไตยที่แท้จริงที่จะมาเลือกเรา ขอบคุณครับท่านประธาน