สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ เสนอการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และการแบ่งเขตเลือกตั้ง เพื่อให้การดูแลประชาชนทั่วถึง และเสนอการเปลี่ยนแปลงระบบการเลือกตั้ง โดยแบ่งบัตรเลือกตั้งเป็น 2 ใบ เพื่อให้ประชาชนมีความเป็นเจ้าของในการเลือกผู้แทนราษฎรมากขึ้น
ท่านประธาน รัฐสภาที่เคารพ กระผม นายแพทย์สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย กระผมขอขอบคุณคณะกรรมาธิการวิสามัญที่ได้ทุ่มเทในการ พิจารณาในวาระที่ ๒ จนเรียบร้อย แม้ว่าจะอยู่ในภาวะวิกฤติในช่วงที่ปัญหาโรคโควิด (COVID) รุนแรง แต่ท่านก็พยายามทำ และที่สำคัญความตั้งใจของท่านคือจะพยายามแก้ เพื่อที่จะให้ปฏิบัติได้ และเมื่อมีผู้ทักท้วงท่านก็ยังกรุณายืดหยุ่นเพื่อความสำเร็จ เพื่อให้บรรลุ เป้าหมายของการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ กราบเรียนว่าการแก้ไข รัฐธรรมนูญนั้นเป็นประเด็น ทั้งพี่น้องประชาชนคนไทยก็ทราบดีว่าเราควรจะต้องแก้ไข รัฐธรรมนูญหลายประเด็น หลายมาตรา ในส่วนของกลุ่มเรียกร้องต่าง ๆ ก็ตั้งประเด็นในเรื่อง ของการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ถึงแม้ว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ครั้งนี้จะไม่สามารถแก้ไขได้ ทั้งหมด แต่ก็ถือว่าการแก้ไขในเรื่องของวิธีการเลือกตั้งและจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนั้น ก็เป็นเรื่องที่มีความสำคัญ เป็นเรื่องที่จะเอื้ออำนวยหรือก่อประโยชน์ให้เกิดกับประเทศชาติ และประชาชนได้ ผมได้แปรญัตติไว้ในมาตรา ๘๓ ก็กราบเรียนว่าในมาตรา ๘๓ นั้นมีประเด็นอยู่ ๒ อย่าง คือเรื่องของจำนวน ส.ส. เขตเลือกตั้ง และจำนวน ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ ซึ่งผมกราบเรียนว่า ส.ส. แบบเขตเลือกตั้งนั้น เป้าหมายใหญ่ก็คือการที่จะดูแลพี่น้องประชาชนในพื้นที่ที่กำหนด ที่รับผิดชอบ ทั้ง ๆ ที่ความจริงก็คือหน้าที่ดูแลทั้งหมดทั้งประเทศ แต่ว่าวัตถุประสงค์ เป้าหมายจริงก็คือดูแลพื้นที่ให้ถี่ถ้วนชัดเจน เดิมสมัยเลือกตั้งในปัจจุบันนี้เรามี ส.ส. แบบเขตเลือกตั้ง ๓๗๕ คน เราเพิ่มขึ้นเป็น ๔๐๐ คน ก็จะทำให้เขตเลือกตั้งที่รับผิดชอบ ดูจะแคบลงการดูแลจะทั่วถึง เป็นเรื่องที่พี่น้องประชาชนคนไทยในชนบทเรียกร้องต้องการ ในสิ่งนี้ เพราะว่าเขตเลือกตั้งในปัจจุบันก็ใหญ่ขึ้น เรื่องการดูแลที่บอกว่าที่จะถามว่าอันไหน พอดีพอเหมาะ ก็ถือว่าถ้า ๔๐๐ คน ย่อมจะดูได้ทั่วถึงมากกว่า ๓๗๕ คน อันนี้ก็คือคำตอบ ที่ผมกราบเรียน
ท่านประธานเคารพครับ ในส่วนที่บัญชีรายชื่อ ๑๐๐ คน ผมกราบเรียนว่า บัญชีรายชื่อ ๑๐๐ คนนั้นเพียงพอ เพราะว่าจะสามารถทำให้พรรคการเมืองแต่ละพรรค ได้สรรหาผู้ที่มีความรู้ ผู้ที่มีประสบการณ์ ผู้ที่มีความชำนาญในด้านต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น สาขาวิชาการ สาขาวิชาชีพต่าง ๆ สามารถจะหาได้ใน ๑๐๐ คน ซึ่งเข้าบัญชีรายชื่อ ๑๐๐ คน ของแต่ละพรรคการเมือง ผมจะย้อนกลับมานิดหนึ่งที่หลายคนเป็นห่วงว่าถ้าเขตเล็กลง จะมีการซื้อเสียงมากขึ้น มีการใช้จ่ายเงินมากขึ้นในการเลือกตั้ง กระผมกราบเรียนว่า ไม่จริงเสมอไป หลายคนอาจจะมองว่าภาคอีสานจะซื้อเสียงได้ ซื้อเสียงได้ง่าย แต่ผมในฐานะ ผู้แทนราษฎรภาคอีสาน ผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ ผมลงเลือกตั้งและได้เป็น ส.ส. มาตั้งแต่ ปี ๒๕๓๕ ผมกราบเรียนว่าคนอีสานเดี๋ยวนี้เขาไม่ได้เห็นแก่เงินแล้วครับ เขาจะมองว่า พรรคการเมืองใดทำประโยชน์ให้กับประเทศชาติและประชาชน ผู้แทนคนใดทำงานให้กับ พี่น้องประชาชน ดูแลพี่น้องประชาชนได้ดีเขาจะพิจารณาในเรื่องนี้สำคัญกว่าเรื่องเงิน เงินก็มีประโยชน์ครับ แต่ว่าไม่ใช่เอาไปซื้อเสียง คนซื้อเสียงภาคอีสานน้ำตาตกไปเยอะแล้ว คนที่คิดว่าเอาเงินไปซื้อ นั่นล่ะครับน้ำตาตก จะเสียเงินแต่ไม่ได้เป็นผู้แทนราษฎร ในเขตเลือกตั้งของผมที่จังหวัดชัยภูมิ ผมยืนยันครับว่าผมไม่ได้ซื้อเสียง ไม่เคยมีการซื้อเสียง แต่ได้เป็นผู้แทนราษฎร เพราะพี่น้องประชาชนต้องการให้เป็นผู้แทนราษฎร เพราะฉะนั้น ในเรื่องของเขตเล็กเกรงว่าจะมีการใช้เงินใช้ทองมากนั้น ผมยืนยันว่าไม่จริง ท่านประธาน ที่เคารพครับ การแยกบัตร ๒ ใบจะทำให้ตรงตามเจตนารมณ์ของพี่น้องประชาชน พี่น้องประชาชนก็มองในเรื่องของคน ของ ส.ส. ของผู้สมัครก็สามารถ ใช้บัตรเกี่ยวกับผู้สมัคร ส.ส. เป็นแบบเขตเลือกตั้งไป ชอบใครเลือกคนนั้น เป็นสิ่งที่จะตรงตามเจตนารมณ์ของ ประชาชน ส่วนบัตรอีกใบหนึ่งซึ่งเป็นการเลือกพรรคการเมืองหรือเลือก ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ ปัจจุบันพรรคการเมืองแต่ละพรรคจะอยู่ในใจประชาชนได้ด้วยนโยบาย การเสนอนโยบายแล้ว ทำตามนโยบายได้เป็นเรื่องที่สำคัญ หลายพรรคการเมืองถ้าพูดเฉย ๆ แต่ไม่ทำ แต่สำหรับ พวกผมพรรคเพื่อไทย ผมมั่นใจว่าพี่น้องประชาชนชอบพรรคเพื่อไทย เพราะเรา มีนโยบายที่พูดจริง ทำจริง พูดจริงแล้วทำได้ นี่ล่ะครับคือสิ่งที่การมีบัตร ๒ ใบ จะทำให้ เป็นผลดีที่พี่น้องประชาชนจะสามารถใช้ดุลยพินิจได้ตามที่พี่น้องประชาชนต้องการ เพราะฉะนั้นกระผมถือโอกาสนี้ได้กราบเรียนในนามของพรรคเพื่อไทย ว่าเราต้องการ ผู้แทนราษฎรแบบเขตเลือกตั้ง ๔๐๐ คน ต้องการผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ ๑๐๐ คน ขอบคุณครับ