จิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ แปรญัตติเพื่อคงสัดส่วน ส.ส. แบบแบ่งเขตและบัญชีรายชื่อที่ 350 และ 150 คน โดยตั้งข้อสังเกตว่าการเพิ่มจำนวน ส.ส. เป็น 400 คน ขาดเหตุผลรูปธรรม อาจเอื้อประโยชน์ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งและทำให้การแข่งขันไม่เป็นธรรม พร้อมท้าทายให้ชี้แจงหลักการคำนวณและตั้งคำถามถึงความชอบธรรม ขณะเดียวกันย้ำถึงเจตนาการกระจายอำนาจที่ควรเคารพเสียงประชาชน ไม่ใช่การเปลี่ยนกติกาเพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง และเสนอให้มี ส.ส.ร. เพื่อผลักดันการปฏิรูปประเทศอย่างแท้จริง
ขอบคุณครับ ท่านประธาน เรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพครับ ผม จิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ สมาชิก สภาผู้แทนราษฎรจังหวัดฉะเชิงเทรา พรรคก้าวไกล ท่านประธานครับ ผมขอแปรญัตติ ในมาตรา ๘๓ เพื่อที่จะให้คงจำนวนสมาชิก ๓๕๐ ที่เป็นเขต แล้วก็อีก ๑๕๐ ที่เป็นปาร์ตี ลิสต์ (Party list) เอาไว้ในมิติแรก ด้านของการแข่งขันของพรรคการเมือง อันนี้ผมหมายถึง ทุกพรรคนะครับ การแข่งขันที่จะเกิดขึ้นนี้ ถ้าเราเปลี่ยนให้ ๓๕๐ กลายเป็น ๔๐๐ จากปาร์ตี ลิสต์ (Party list) ๑๕๐ ลดมาเหลือแค่ร้อยเดียวนี้ มันหมายความว่ามันจะต้อง ขีดเส้นใหม่ครับท่านประธาน การขีดเส้นใหม่จะทำให้คนที่ขีดเส้นได้เปรียบ ขีดเส้น แบ่งเขตใหม่นี้มีผลเยอะมากนะครับ ผมยกตัวอย่างในเขตผมครับท่านประธาน ถ้าไปดูจาก แผนที่กับจำนวนประชากรไม่มีทางขีดแบบนี้แน่นอน แต่ขีดแบบนี้ทำให้ผมจะต้องเดินทาง จากบ้านผมไปสุดเขตที่ผมรับผิดชอบนี้ใช้เวลาประมาณ ๒ ชั่วโมง เพราะฉะนั้น ถ้าการขีดเส้นใหม่มันเกิดขึ้นได้หลังจากที่เรามีการเลือกตั้งปี ๒๕๖๒ ไปแล้ว รวมถึง การเลือกตั้ง อบจ. อีก การเลือกตั้งเทศบาลที่ผ่านมาอีก นั่นหมายความว่าคนขีดเส้นนี้ มีฐานข้อมูลทั้งประเทศ ข้อมูลของพื้นที่แต่ละพื้นที่ว่าใครฝักใฝ่พรรคการเมืองฝั่งไหน เขาสามารถขีดเส้นให้ตัวเองได้เปรียบได้สบายเลยครับ นั่นคือการแข่งขันที่ผมอยากให้ มันเป็นธรรม แล้วก็ไม่ให้มีใครได้เปรียบ เสียเปรียบ โดยเฉพาะอำนาจในการขีดเส้นเป็นของ กกต. ผมก็ยิ่งเป็นห่วง
อีกเรื่องหนึ่งครับท่านประธาน การที่จะเปลี่ยนจาก ๓๕๐ เป็น ๔๐๐ นี้ คือจริง ๆ ผมจะไม่มีปัญหาเลย ถ้าจะแก้กฎหมายสูงสุดของประเทศนี้เพื่อเปลี่ยนจำนวน อย่างที่บอก แต่อ่านจากเอกสารนี้เหตุผลที่ท่านจะเปลี่ยนเป็น ๔๐๐ นี้ บอกว่าจะได้เข้าถึง ประชาชนมากขึ้น แล้วผมคิดว่าท่านไม่มีเหตุผลรองรับเพียงพอเลย ไม่มีเหตุผลอะไร เป็นรูปธรรม ผมอยากจะถามทุกท่านในที่นี้รวมถึงกรรมาธิการด้วย ผมย้ำว่ารัฐสภาแห่งนี้ ท่านช่วยชี้แจงหน่อยครับว่า ๔๐๐ นี้ท่านคำนวณจากอะไร มันมาจากไหนครับ ตัวเลข ๔๐๐ นี้ ท่านคำนวณจากอะไร เหตุผลที่จาก ๓๕๐ เป็น ๔๐๐ นี้ มีเหตุผลอะไรที่เป็นรูปธรรมที่เรา จับต้องได้ ใช้หลักการอะไรในการคำนวณ ใช้สมการอะไรถึงบอกว่า ๔๐๐ มันเหมาะสมกว่า ๓๕๐ แล้วถ้าเป็น ๓๙๙ ละครับ มันน้อยไปใช่ไหม มันน้อยไปกว่าที่ท่านคิดว่ามันจะเหมาะสมใช่ไหม ถ้าเป็น ๔๐๑ มันก็จะมากไปใช่ไหม มันจะเกินหลักการที่ท่านคิดไว้ใช่ไหม ผมอยากได้เหตุผล ที่เป็นรูปธรรมชัดเจนกว่านี้ ตอบผมหน่อยครับ คือถ้าตอบไม่ได้ผมคิดว่ารัฐสภาแห่งนี้ก็ไร้ซึ่ง ความชอบธรรมในการแก้รัฐธรรมนูญ มาตรา ๘๓ นี้ ส่วนที่อ้างว่าถ้าเปลี่ยนจาก ๓๕๐ คน เป็น ๔๐๐ คนนี้จะสามารถดูแลปัญหาประชาชนได้ใกล้ชิดขึ้น มีประสิทธิภาพมากขึ้น ใกล้ชิดนี้ ต้องใกล้แค่ไหนถึงจะพอใจ ใกล้แค่ไหนคือดี แล้วตอนนี้เราอยู่ตรงไหนครับ คือมันไม่มีอะไรที่เป็นรูปธรรมจับต้องได้ให้เราพิจารณาเลย ถ้าใช้หลักการนี้ก็ไม่ต้องมี ปาร์ตี ลิสต์ (Party list) เพราะปาร์ตี ลิสต์ (Party list) ไม่ได้ใกล้ชิดประชาชนอย่างนั้นหรือ ที่มีการแบ่งเขตเลือกตั้งนี้ เจตนารมณ์เพื่อที่จะกระจายผู้แทนราษฎรให้ได้มาจากทุกพื้นที่ ในประเทศ แต่มันไม่ได้หมายความว่าผู้แทนราษฎรมีหน้าที่ดูแลสารทุกข์สุขดิบแล้วก็ รับผิดชอบเฉพาะพื้นที่เขตของตัวเองเท่านั้น เมื่อท่านเป็นผู้แทนราษฎรแล้วหมายความว่า ท่านเป็นผู้แทนราษฎรของราษฎรทั้งประเทศ ไม่ใช่แค่เขตใดเขตหนึ่ง อีกอย่างหนึ่งหน้าที่ของ ผู้แทนราษฎร คือการใช้อำนาจนิติบัญญัติแทนประชาชน ไม่ได้มีหน้าที่ในการใช้อำนาจบารมี เพื่อให้เขตพื้นที่ตัวเองดีขึ้น ไม่ได้มีหน้าที่ในการดึงงบประมาณไปลงเขตพื้นที่เลือกตั้ง ของตัวเอง ไม่ได้มีหน้าที่ในการใช้อำนาจดึงข้าราชการไปช่วยงานในเขตเลือกตั้งตัวเอง ถนนพัง คลองตื้น น้ำไม่ไหล ไฟดับ ไม่ใช่งานหลักของผู้แทนราษฎร เรามีองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นอยู่แล้วตั้ง ๗,๘๕๐ แห่งทั่วประเทศ การไปแทรกแซงการทำงานองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นนี่ล่ะจะยิ่งทำให้การแก้ปัญหามันยากขึ้น พอการแทรกแซงท้องถิ่นคือจะ แทรกแซงมันต้องแทรกแซงด้วยอำนาจบารมีที่ท่านจะสามารถให้คุณ ให้โทษ กับผู้บริหาร องค์กรนั้น ๆ ได้ ซึ่งตามหลักแล้วการทำแบบนั้นมันลุแก่อำนาจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เขาก็ได้รับการเลือกตั้งมานะครับ ทำแบบนั้นมันก็จะดูใหญ่กว่าประชาชนเกินไป แล้วท่าน ไม่เบื่อหรือครับที่มีแต่บ้านใหญ่ บ้านใหญ่ บ้านใหญ่ คนธรรมดา ๆ ที่มีความตั้งใจอยากจะ มาทำงานทางการเมืองไม่มีโอกาสนะครับ ถ้าเกิดใช้วิธีแบบนี้ เราจะมีแบบนักการเมืองเดิม ๆ เท่านั้นหรือครับที่จะเป็นนักการเมืองต่อไปได้ อาชีพนี้จำกัดไว้เท่านั้นใช่ไหม แล้วถ้ายังจะให้ เหตุผลว่าเพิ่มเป็น ๔๐๐ คนนี้มันทั่วถึงกว่าจริง ๆ หมายความว่าปัจจุบันนี้เราดูแลประชาชน ไม่ทั่วถึงใช่ไหม ท่านต้องตอบนะครับ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นวันนี้ ๗,๘๕๐ แห่ง บุคลากร ท้องถิ่น ๓ ล้านกว่าคน ถ้าท่านบอกว่ายังไม่สามารถดูแลประชาชนทั่วถึงได้ การเพิ่ม ผู้แทนราษฎรอีก ๕๐ คน มันจะทั่วถึงอย่างไร มันจะดูแลทั่วถึงได้ใช่ไหม เพิ่มอีก ๕๐ คน จาก ๓ ล้านกว่าคนแล้ว คือถ้าท่านเป็นห่วงอยากให้มีคนดูแลสารทุกข์สุขดิบประชาชน น้ำไม่ไหล ไฟดับอะไรก็ตาม มันมีวิธีอื่นตั้งเยอะตั้งแยะที่ไม่ต้องแก้รัฐธรรมนูญ ท่านทำได้ทันทีด้วย ท่านใช้หน้าที่ในกรรมาธิการก็ได้ ไปตรวจสอบความโปร่งใสการใช้งบประมาณ เพื่อให้การใช้ งบประมาณมันเป็นประโยชน์ต่อประชาชนทำได้ทันที ทำได้วันนี้เลยด้วย ไม่ต้องแก้รัฐธรรมนูญ คือเหตุผลที่ท่านอ้างนี้มันฟังไม่ขึ้น แล้วการแก้ไขรัฐธรรมนูญแค่วิธีเลือกตั้งเท่านั้น มันจะแก้ ด้วยเหตุผลบางเบาแค่นี้ก็ไม่ได้ มันสะท้อนเจตนาว่าเวลาของรัฐสภาแห่งนี้มันเอาไปใช้ ทำอะไรที่ไม่เป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชนมากกว่า เวลามันถูกเอาไปใช้เพื่อแสวงหา ความได้เปรียบในการเลือกตั้งครั้งต่อไปของพรรคการเมืองอย่างเดียวหรือครับ ปัจจุบันนี้ เราใช้ ๓๕๐ เขต กับ ๑๕๐ ปาร์ตี ลิสต์ (Party list) นี้ ผมก็ไม่รู้ว่าตัวเลขนี้มันมาจากไหน แต่ว่าเราใช้ไปแล้วครับ แล้วเราก็พบข้อเสียอยู่มาก แต่ในขณะเดียวกันเราก็เห็นข้อดีตั้งเยอะ ตั้งแยะที่มันเกิดในรัฐสภาแห่งนี้ที่ควรจะรักษาเอาไว้ เช่น วันนี้เรามีผู้แทนที่เป็นผู้แทน กลุ่มแรงงานโดยเฉพาะ พูดเรื่องแรงงานโดยเฉพาะ เรามีผู้แทนที่ต่อสู้เพื่อคนพิการโดยเฉพาะ เรามีผู้แทนที่เป็นกลุ่มพี่น้องชาติพันธุ์ แล้วก็ต่อสู้เรื่องชาติพันธุ์โดยเฉพาะ กลุ่มแอลจีบีที (LGBT) ผลักดันเรื่องความเท่าเทียมโดยเฉพาะ เมื่อก่อนเราไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้ ซึ่งเรา ทิ้งไม่ได้นะครับ มันถึงเวลาที่รัฐสภาแห่งนี้จะต้องมองไปที่กลุ่มแรงงาน กลุ่มชาติพันธุ์ กลุ่มแอลจีบีที (LGBT) อย่างจริงจังแล้ว ผมไม่ได้หมายถึงพรรคก้าวไกลนะครับ พรรคอื่น ท่านก็หาผู้แทนแบบนี้มาได้
อีกนิดหนึ่งครับท่านประธาน เรียนด้วยความเคารพอีกครั้งครับ การเลือกตั้ง ผลของมันคือมันต้องมากจากการตัดสินใจของประชาชน นั่นคือตัวแปรสำคัญ ตัวแปรสำคัญ ไม่ใช่กติกาการเลือกตั้ง ถ้าอยากชนะการเลือกตั้งครั้งต่อไปไปทำงานครับ แล้วปล่อยให้ ปัญหาของประเทศมันถูกซ้ำเติมอยู่แบบนี้ ไม่ยอมทำงานที่เราควรจะทำ แล้วจะไปแก้กติกา เลือกตั้งเพื่อให้ตัวเองกลับมามันไม่ถูกต้อง ถ้าอยากแก้ปัญหาประเทศนี้จริง ๆ ช่วยกันครับ ช่วยกันตั้ง ส.ส.ร. นั่นต่างหากแก้ปัญหาจริง ๆ ซึ่งการตั้ง ส.ส.ร. มันก็จะแก้ สุดท้ายแล้วมัน ก็จะได้ไปแก้วิธีการเลือกตั้งที่ท่านอยากได้ด้วย นั่นคือเป็นเหตุผลที่ผมอยากให้คง ๓๕๐ คน กับ ๑๕๐ ปาร์ตี ลิสต์ (Party list) ไว้ครับท่านประธาน ขอบคุณครับ