ศานิตย์ มหถาวร หารือการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อส่งเสริมความสุจริตและเที่ยงธรรมในการเลือกตั้ง โดยเสนอทบทวนสัดส่วนจำนวน ส.ส. เขตและ ส.ส. บัญชีรายชื่อ รวมถึงระบบเลือกตั้งและเกณฑ์คะแนนขั้นต่ำ เพื่อเปิดโอกาสให้พรรคการเมืองเล็กสามารถแข่งขันได้อย่างเป็นธรรม พร้อมเน้นย้ำความจำเป็นในการปรับปรุงหลักเกณฑ์การเลือกตั้งให้สอดคล้องกับหลักธรรมาภิบาลและการสะท้อนเจตจำนงของประชาชนอย่างแท้จริง
เรียนท่านประธาน รัฐสภาที่เคารพ ผม พลตำรวจโท ศานิตย์ มหาถาวร สมาชิกวุฒิสภา ในนามสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ผมแปรญัตติไว้ ๓ มาตรา มาตรา ๓ มาตรา ๓/๑ มาตรา ๓/๒ เหตุที่ ผมแปรญัตติ เพราะผมเห็นว่ามันมีความเกี่ยวเนื่องเชื่อมโยง แล้วก็น่าจะเป็นประโยชน์ ต่อการเมืองการปกครองของประเทศไทย ท่านประธานครับ เราผ่านการเลือกตั้งมา ๒๘ ครั้ง ท่านประธานเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ทั้งบัญชีรายชื่อ และ ส.ส. เขต ๑๕ ครั้ง ผมจำได้ ว่าท่านลงเลือกตั้งครั้งแรกเมื่อปี ๒๕๑๒ แล้วท่านก็ต้องเจอปัญหาเกี่ยวกับการซื้อสิทธิ ขายเสียง เกี่ยวกับธุรกิจการเมือง มันเป็นการทำลายประชาธิปไตยหรือไม่ คนมีเงินชนะ การเลือกตั้งหรือไม่ อันนี้คือสิ่งหนึ่งครับท่านประธานที่ผมกังวลใจ ตั้งแต่อดีตขณะที่ผม ทำหน้าที่ควบคุมการเลือกตั้ง เป็นผู้ช่วยครับ ไม่ใช่ควบคุม เพราะผมไม่ใช่ กกต. แล้วจนกระทั่งมาปัจจุบันนี้ แล้วผมเชื่อว่าในอนาคตแก้รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐/๑ นี้มันก็คงจะ ไม่พ้นกับสิ่งที่ท่านประธานและผมเอง รวมทั้งเพื่อนสมาชิกที่อยู่ในที่นี้กังวลใจว่าจะ ทำอย่างไรให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม ผมอาจจะขอเวลาท่านประธาน อภิปรายไปถึงมาตรา ๘๕ สั้น ๆ นิดเดียว อาจจะเกินเวลานิดหน่อย เพราะผมอยากพูด อยากให้บันทึกไว้ แล้วอยากสื่อไปถึงทุกคนว่าเราต้องหันหน้าเข้าหากัน ประเทศชาติเรา เดินมาถึงตรงนี้ได้ ที่จริงมันน่าจะเกินก้าวหน้ามากกว่านี้หรือเปล่า เพราะอุปสรรคเกิดจาก อะไร ผมให้กำลังใจ ส.ส. ดี ๆ ทุกท่าน ไม่ได้มีเจตนาที่จะมาว่าร้ายหรือให้ร้ายใคร ขอพูด ในนามคนไทยที่มีโอกาสมาพูดในสภาแห่งนี้ ท่านประธานครับ มาตรา ๘๓ มีประเด็นที่จะ พิจารณาอยู่ ๒ ประเด็น ประเด็นแรกคือในเรื่องของจำนวน ส.ส. ประเด็นที่ ๒ เป็นเรื่อง เกี่ยวกับจำนวนบัตรเลือกตั้ง ที่กำหนดไว้ในวรรคสอง ท่านประธานครับ ประเด็นแรก จำนวน ส.ส. ขออนุญาตสไลด์ (Slide) แผ่นที่ ๑ ครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
อาจจะไม่ค่อย เห็นนะครับท่านประธาน ผมเปรียบเทียบให้ดูวิวัฒนาการจำนวน ส.ส. ในอดีตไม่มีปาร์ตี ลิสต์ (Party list) จนถึงปัจจุบัน ท่านประธานครับ ท่านเห็นไหมครับ ครั้งแรกมี ส.ส. จังหวัดละ ๑ คน อาจจะแต่งตั้ง แต่หลังจากที่ประชาชนมีความรู้ก็จะเพิ่มเป็นแสนละ ๑ คน ครั้งที่ ๒ ที่ผมย่อออกมา ปี ๒๕๑๑ ที่ผมเรียนว่าท่านประธานได้มีส่วนในการที่จะลงสมัครในการ รับเลือกตั้งครั้งนั้น ในครั้งนั้นมีผู้แทน ๒๐๐ กว่าคนเอง ๒๑๙ คน แล้วอะไรรู้ไหมครับ ส.ส. ไม่ได้เป็นรัฐมนตรี ที่จริงเรื่องนี้ถ้ามันแก้ได้ มาตรา ๘๘ ของรัฐธรรมนูญ ท่านสามารถ เสนอชื่อนายกรัฐมนตรีให้พี่น้องประชาชนได้รู้ว่าใครจะเป็นนายกรัฐมนตรี แต่ถ้าเพิ่มรัฐมนตรี สักนิดได้ไหม สมมุติว่าพรรค ก มีนายกรัฐมนตรีท่านนี้ รัฐมนตรีกระทรวงโน้น เป็นอย่างนี้ ผมเชื่อว่าพี่น้องประชาชนจะเลือกได้ง่ายขึ้น แต่เมื่อไม่มีการแก้ไขผมก็ฝาก ให้บันทึกไว้ในสภาแห่งนี้ ไล่มาถึงปี ๒๕๔๐ มีปาร์ตี ลิสต์ (Party list) ครั้งแรก ๔๐๐ : ๑๐๐ แล้วก็ไล่มาถึงรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐/๑ ก็ลดลงมาเหลือ ๓๗๕ : ๑๒๕ พอปี ๒๕๖๐ ท่านประธานครับ วิวัฒนาการเป็นอย่างไร เหลือเท่าไรครับท่านประธาน ๓๕๐ : ๑๐๐ ผมจึงถามต่อไปแล้วรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐/๑ ที่กำลังจะแก้นี้ สัดส่วนมันควรจะถอยหลัง ลงคลองหรือเดินหน้าลงคลอง กลับไปยึดเอามาเมื่อปี ๒๕๔๐ ใหม่ มันจะเหมาะสมไหมครับ ท่านประธานครับท่านเห็นไหม เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายต่างประเทศเขามีสัดส่วนของ ส.ส. เขต ส.ส. บัญชีรายชื่อ ซึ่งผมก็ไม่อยากอ้างอิง เพราะว่านั่นประเทศเขา แต่นี่เป็นประเทศ เราใช่ไหมท่านประธานครับ ทำให้มันเหมาะสมที่สุดกับประเทศเรา เพราะฉะนั้น ผมถึงอยากเรียนท่านประธานว่าจำนวนสัดส่วน ๔๐๐ : ๑๐๐ ผมว่าไม่ใช่หันหลังลงคลอง เดินหน้าลงคลองเลยครับ มันควรจะเปลี่ยน
ประเด็นที่ ๒ ผมอยากจะกราบเรียนท่านว่า อย่างที่ผมกราบเรียนไว้ว่า การเพิ่ม ส.ส. เขต เพื่อนสมาชิกอภิปรายไปแล้ว ผมจะไม่อภิปรายเพิ่ม เรื่องการซื้อสิทธิ ขายเสียงอะไรต่าง ๆ มันจะรุนแรงขึ้นหรือไม่ ก็อยากจะย้ำให้ท่านฟังสั้น ๆ และที่บอกว่า ส.ส. ต้องอยู่ใกล้ชิดประชาชน ต้องมีพื้นที่ให้แคบลงถึงจะใกล้ชิดประชาชนหรือเปล่าครับ ผมอยู่ในพื้นที่ผมเข้าใจดีว่าผู้แทนราษฎรที่จริงแล้วตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๗๕ แล้วครับท่านประธาน รัฐธรรมนูญชั่วคราวสยาม เขาบอกไว้อย่างไร ส.ส. มีหน้าที่ฝ่ายออกกฎหมายอย่างเดียว แล้วที่จริงหน้าที่ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ถ้าในส่วนของรัฐธรรมนูญต่อ ๆ มามีอีกหน้าที่หนึ่ง อะไรรู้ไหม เป็นกรรมาธิการสามัญครับ ของ ส.ส. มีตั้งหลายคณะ ของ ส.ว. มี ๒๖ คณะ ก็ทำหน้าที่ไปสิครับ ตรวจสอบ ศึกษา รายงานสภา สภาก็แจ้งให้ฝ่ายบริหาร ฝ่ายรัฐบาล เพราะฉะนั้นผมก็อยากจะว่าแค่ว่า สุดท้ายในเรื่องของประเด็นนี้การดูแลไม่ทั่วถึงผมว่ามัน ไม่น่าจะเป็นไปได้
ประเด็นที่ ๓ เรื่องบัตรเลือกตั้ง ไม่ว่าจะเอ็มเอ็มเอ (MMA) เอ็มเอ็มเอ็ม (MMM) หรือ เอ็มเอ็มพี (MMP) นี้ ก็อยากจะบอกสั้น ๆ แล้วกันว่าในการเลือกตั้งที่ผ่านมา ท่านก็เห็นใช่ไหม ที่จริงมันไม่มีปัญหาอะไรหรอกครับ เพียงแต่ไปแก้ประกาศ กกต. คำนวณ สูตรเลือกตั้งให้มันชัดเจน ไม่ให้เสียงมาบังคับ ตกน้ำไปตั้งเป็นแสน อันนี้ผมก็ไม่เข้าใจ เหมือนกันว่ามันเกิดเหตุอะไร ส่วนเอ็มเอ็มเอ็ม (MMM) นี้ เพื่อนสมาชิกก็พูดไปเยอะแล้ว ส.ส. เขต ส.ส. รายชื่อ มันเป็นเผด็จการรัฐสภาได้หรือไม่ครับท่านประธาน ส่วนสุดท้ายนี้เยอรมัน เอ็มเอ็มพี (MMP) ของเยอรมันเขามีตัวเลขชัดเจนว่า ส.ส. เขต เขามีแค่เท่าไร ๒๙๙ คนครับ ส่วนปาร์ตี ลิสต์ (Party list) ก็เป็นไปตามโอเวอร์แฮงค์ (Overhang) ก็คือคะแนนส่วนเกิน เขามีได้ตั้ง ๔๑๐ ท่าน อันนี้เราไม่ว่ากัน เพราะมัน ประเทศเขา คนของเขาเป็นอย่างนั้น แต่คนของเรา เราก็ต้องมาช่วยกันประคับประคอง ประเทศเราให้ไปสู่เป้าหมาย สู่ความเจริญรุ่งเรืองและสู่การพัฒนาให้มากที่สุด
ในส่วนของประเด็นนี้ผมอยากกราบเรียนท่านประธานว่า ถ้าแก้รัฐธรรมนูญแล้ว แก้ไขปัญหาเรื่องการเลือกตั้งให้มันบริสุทธิ์เที่ยงธรรมได้ ไม่ให้มีธุรกิจการเมือง ซึ่งเป็นการ ทำลายระบบประชาธิปไตย คนมีเงินถึงชนะการเลือกตั้งนั้น ถ้าเป็นไปได้ผมก็เลยขอแปรญัตติ ในส่วนที่เกี่ยวข้องว่า เอาล่ะ ณ เวลานี้เราอาจจะไม่เอาแบบตัวอย่างมากมายเราเอาแบบ ไทย ๆ แล้วกัน ๓๗๕ : ๑๒๕ ตามรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐/๑ ได้หรือเปล่า ถ้าได้ก็ยินดี ส่วนบัตรนี้ผมยังยืนยันว่าความเหมาะสม ผมไม่ได้เข้าข้างใครนะครับ เพราะผมไม่เล่น การเมืองอยู่แล้ว ผมพูดในฐานะคนกลางว่าเราเพิ่งผ่านการเลือกตั้งมาเพียงครั้งเดียว ใช้รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ มาเพียงครั้งเดียวเอง ท่านก็จะไม่เอาอีกแล้ว ผมถึงบอกปัญหา มันอยู่นิดเดียวเราแก้ได้ แล้วก็จะทำให้เกิดการถ่วงดุลครับท่านประธาน ถ่วงดุลในลักษณะ ที่ว่ามีฝ่ายโสต ฝ่ายค้าน หรือฝ่ายไม่ใช่เกี่ยวข้องกับรัฐบาล มาทำหน้าที่ถ่วงดุลมันจะได้ทำให้ เกิดความพอดีในลักษณะการปกครองของบ้านเรา
สุดท้ายครับท่านประธาน ผมขอพาดพิงมาตรา ๘๕ นิดเดียวครับ ผมอยากจะ นำเสนอเพื่อให้เป็นข้อมูลเผื่อในโอกาสต่อไป ประเด็นแรกท่านห่วงในเรื่องของพรรคมากมาย ที่ผ่านมาอาจจะมีตั้ง ๒๗ พรรค ก็แล้วแต่นะครับ จริง ๆ คำนวณก็แล้วแต่สูตรที่เราจะต้อง ไปแก้ไข แต่สิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะให้ท่านประธานได้ผ่านไปถึงเพื่อนสมาชิกและพี่น้อง ประชาชนว่าเรามุ่งมั่นที่จะให้มีการเมืองที่แบบธรรมาภิบาล เพราะฉะนั้นนอกจากเสนอ ชื่อรัฐมนตรีให้ประชาชนได้เห็นแล้ว ผมยังอยากเห็นการเลือกตั้ง ๒ ครั้ง ท่านประธานครับ ถ้าการเลือกตั้ง ๒ ครั้ง ท่านเชื่อไหมในอดีตท่านประธานคงทราบดี ผู้แทนที่ ๑ กับที่ ๒ ใช่ไหม ต่างกันระดับ ๑๐ ผมจำได้ว่าประมาณ ๘ คะแนนนี่เอง ก็มีครับ เพราะฉะนั้น ถ้าเลือกตั้ง ๒ ครั้ง เราจะได้ผู้แทนที่มาจากตัวแทนของพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง จะทำให้ เกิดความพอดี แล้วก็เข้ากับประเทศเรา ผมไม่ได้เอาตัวอย่างประเทศอื่นหรอกครับ ประเด็นที่ ๒ ที่ผมอยากจะให้สภาแห่งนี้บันทึกไว้ก็คือ ถ้ากลัวว่ามีมากมายไม่ต้องถึง ร้อยละ ๕ หรอกครับ อย่างเยอรมันเอ็มเอ็มพี (MMP) ผมบอกเอาแค่ร้อยละ ๑ ก็พอ ร้อยละ ๑ แค่ ๓๐๐,๐๐๐ คะแนนเศษเอง แต่ถ้าร้อยละ ๕ ๑,๙๐๐,๐๐๐ คะแนน เกือบ ๒ ล้านคะแนน ผมเชื่อว่ามันคงเป็นไปได้ยาก พรรคเล็กอาจจะเสียเปรียบพรรคใหญ่ มากเกินไป
สุดท้ายท่านประธานครับ ที่ผมอยากจะกราบเรียน อันนี้ผมขอให้ดำรงไว้ตลอด ทีแรกผมมีข่าวว่าอย่างไร ในมาตรา ๘๕ วรรคสี่ เขาจะตัด ตัดคำว่าอะไรครับ ตัวสีแดง ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตท่านประธานอ่านนะครับ โดยกฎหมายฉบับดังกล่าว กำหนดให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งยื่นหลักฐานการแสดงเสียภาษีเงินได้ประกอบการเลือกตั้งนี่ครับ ท่านประธานเห็นไหม การยื่นเสียภาษีนี้มันมีทั้งไม่ต้องยื่น เพราะอ้างว่ารายได้ไม่พอ หรือยื่น เพราะรายได้พอ แต่ทำไมครับ การเลือกตั้งหลาย ๆ ครั้งที่ผ่านมา คนที่สมัครรับเลือกตั้ง บางท่านบอกว่าไม่มีรายได้ก็เลยไม่ยื่น แต่ถามว่าแล้วเวลาเอาเงินไปใช้ในการที่จะลงเลือกตั้ง กฎหมายกำหนดไว้ ๑,๕๐๐,๐๐๐ บาท ใช่ไหมครับ พรรคการเมืองได้ไม่เกิน ๓๕ ล้านบาท อันนี้มันจะสวนทางกัน ผมก็ขออนุญาตชี้แจง ทำความเข้าใจ แล้วก็ให้บันทึกไว้ในสภาแห่งนี้ ว่าตรงนี้ขอให้ยึดไว้ต่อไปอย่าได้มีการแก้ไขแต่อย่างใด
สุดท้ายด้วยความเคารพท่านประธานครับ จะหานักการเมืองอย่างท่านประธานนี้ คงยาก ผมศึกษาดูและติดตามท่านมานี้ ไม่ใช่ชื่นชมหรือยกยออะไรท่านนะครับ อยากให้ท่าน เป็นหลักต่อไป ประเทศชาติต้องการคนที่เป็นหลัก แล้วก็ช่วยกันเอาเหตุ เอาผล แล้วทำให้การเมืองของไทยนี้เดินหน้า เรื่องคำว่า สุจริตไม่เที่ยงธรรม ควรจะหมดไป ธุรกิจการเมือง รวมทั้งเรื่องต่าง ๆ นานา การซื้อสิทธิขายเสียงก็คงจะหมดไป ประเทศชาติ จะได้เจริญก้าวหน้า ขอบคุณท่านประธานครับ ขอบคุณครับ