เสรี เสนอปรับระบบเลือกตั้งใหม่ เขตใหญ่ ส.ส.หลายคน เพิ่มตัวแทน-ลดซื้อเสียง

รัฐสภา · ครั้งที่ ๕ · ๒๕ สิงหาคม ๒๕๖๔

เสรี สุวรรณภานนท์ แถลงต่อที่ประชุมเพื่อเน้นย้ำประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเสนอให้ปรับระบบการเลือกตั้งใหม่เป็นเขตใหญ่ มี ส.ส.หลายคนต่อเขต เพื่อเพิ่มความเป็นตัวแทนของประชาชน ลดการซื้อเสียงและปัญหาความเหลื่อมล้ำที่เกิดจากระบบเขตเลือกตั้งเดิม

นายเสรี สุวรรณภานนท์ สมาชิกวุฒิสภา สรรหา

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายเสรี สุวรรณภานนท์ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิก รัฐสภา ขอกราบเรียนท่านประธาน ๒ ส่วน เพื่อไม่ให้หลงลืมนะครับ

ส่วนแรกขอพูดถึงส่วนที่กรรมาธิการแก้ไขเพิ่มเติม แล้วก็ขีดเส้นไว้ว่า การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรให้ใช้วิธีออกเสียงลงคะแนนโดยตรงและลับ จริง ๆ แล้ว ข้อความเดิมก็มีคำว่า โดยเสรี โดยตรงและลับ จริง ๆ โดยเสรีก็ดีนะครับ เพราะดีครับ แต่ตัดออกก็ไม่เป็นอะไร ก็อยากจะกราบเรียนว่าส่วนที่กรรมาธิการเพิ่มมานี้ ก็เข้าใจได้ว่า เป็นการเพิ่มเพื่อให้สอดรับของการที่จะบัญญัติให้มี ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อและ ส.ส. เขต ที่ใช้บัตร ๒ ใบ ก็เลยมาเพิ่มตอนท้ายเป็นข้อความว่าแบบละ ๑ ใบ ส่วนข้อความเดิม จริง ๆ แล้วมันอยู่ในมาตรา ๘๕ พอท่านเขียนรัฐธรรมนูญจะให้มีบัตร ๒ ใบ ก็เลยมาเพิ่มตรงนี้ แต่ข้อความเดิมมันก็เลยกลายเป็นว่า การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรให้ใช้วิธีออกเสียง อะไรต่าง ๆ อยู่ใน ๒ มาตรา ซึ่งมันอาจจะเป็นวิธีการเขียนรัฐธรรมนูญที่ซ้ำซ้อน แต่ก็ ไปแปลงตอนท้าย วิธีการเดียวกันนี้ก็เข้าใจว่าไม่อยากที่จะไปแตะมาตรา ๘๕ เพราะเดี๋ยว จะกลายเป็นมาตราที่เพิ่มจากหลักการไป ก็เลยไปตัดมาตรา ๘๕ ร่างของกรรมาธิการออก ผมเองนะครับ ขออนุญาตเอ่ยนามท่านคุณหมอชลน่าน ผมก็ไปเขียนสอดเอาไว้อยู่ในมาตรา ๘๕ เพื่อให้สอดกับมาตรา ๘๓ ที่ผมได้แปรญัตติ แล้วก็สงวนคำแปรญัตติเอาไว้ ก็จะขอกราบเรียน ท่านประธาน ขอพูดไปในคราวเดียวกันเลย เพราะตัวเลขนี้จริง ๆ กรรมาธิการก็มีมาตรา ๘๕ อยู่ แต่ก็ไปปรับเปลี่ยนตัวเลขนะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ส่วนที่ผมแปรญัตติไว้ ท่านประธานจะสังเกตได้ว่าผมขอเติม ข้อความว่าสภาผู้แทนราษฎรประกอบด้วยสมาชิกที่ประชาชนเลือกตั้ง จริง ๆ คำ ๆ นี้ ผมอยากจะสะท้อนให้เห็น ว่าสิ่งที่เรากำลังจะแก้รัฐธรรมนูญอยู่นี้เป็นการแก้แล้วให้ประชาชน ได้ประโยชน์ ซึ่งในรัฐธรรมนูญฉบับก่อน ๆ หลายฉบับ ฉบับเดิม ๆ เลย ตั้งแต่ ปี๒๔๗๕ มา แล้วต่อมาอีกหลายฉบับจะใช้ถ้อยคำว่าประกอบด้วยสมาชิกที่ราษฎรเลือกตั้ง แต่ตอนหลังนี้ หายไปหมดเลยครับท่านประธาน ผมก็เลยจะเน้นย้ำว่าสิ่งที่เรากำลังจะแก้ไขรัฐธรรมนูญ ต้องให้ความสำคัญไปที่ราษฎรหรือประชาชนเป็นผู้เลือกตั้ง แต่การแก้รัฐธรรมนูญดังกล่าวนี้ มันมีคำถามเยอะครับท่านประธาน ว่าในครั้งนี้ที่เราแก้รัฐธรรมนูญแล้วประชาชนได้อะไร ดูเหมือนจะไม่ได้อะไรเท่าไรเลย เพราะว่าแก้รัฐธรรมนูญเพื่อให้ได้บัตร ๒ ใบ ตามที่ ฝ่ายการเมืองต้องการ ดังนั้นเพื่อให้เห็นได้ว่าสิ่งที่เราแก้รัฐธรรมนูญเราต้องแก้เพื่อประโยชน์ ของพี่น้องประชาชนครับ ประชาชนจะได้ประโยชน์อย่างไร ท่านประธานครับ ผมก็ไปใส่ไว้ อยู่ในมาตรา ๘๕ ซึ่งสอดรับกัน สอดรับกันว่าประชาชนได้ประโยชน์ ถ้าหากว่าเราจะแบ่ง การเลือกตั้งออกเป็น ๒ ประเภทแล้ว ที่ผ่านมาการเลือกตั้งมีปัญหาสร้างความแตกแยกให้กับ พี่น้องประชาชน สร้างความเหลื่อมล้ำ สร้างมาตรการที่ไม่มีตัวแทนของพี่น้องประชาชน อย่างแท้จริง ดังนั้นข้อเสนอที่ผมได้แปรญัตติไว้ ซึ่งจะต่อไปเป็นชุดเลยครับท่านประธาน จะทำให้เห็นได้ว่าถ้าเราจะแก้รัฐธรรมนูญ แล้วจะแก้ให้ประชาชนได้ประโยชน์ มันต้องใช้ เขตเลือกตั้งเขตใหญ่ครับท่านประธาน เขตใหญ่ที่มี ส.ส. หลายคน ไม่ใช่เขตเดียวคนเดียว อย่างที่เราได้ทำกันมา แล้วพยายามจะทำต่อไป ถามว่าได้ประโยชน์อะไรในสิ่งที่ผมเสนอไว้ ถ้าหากจะมองว่าเขตเดียว คนเดียว คือมันเขตเล็กครับท่านประธาน ท่านประธาน มีประสบการณ์มากจากการเลือกตั้ง แล้วก็จะเห็นการเลือกตั้งที่เขตเล็กเขตเดียวคนเดียว พอเขตเล็กผลที่ออกมาเป็นอย่างไรครับท่านประธาน มันซื้อเสียงง่าย เพราะเขตมันเล็ก มันเลยใช้เงินไม่มาก ใช้เงินน้อยกว่าในเขตใหญ่ เขตเดียวคนเดียวครับท่านประธาน ในเขตหนึ่งมันมีตัวแทนประชาชนได้แค่ ๑ คนนะครับท่านประธาน มันไม่สะท้อนปัญหา ไม่สะท้อนความต้องการของพี่น้องประชาชน การที่มีเขตเดียวคนเดียวผมอยากจะให้ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรช่วยกันคิดด้วยครับ เพราะจะมีผลกระทบกับพวกท่านมากกว่า พวกผม แต่ผมเห็นปัญหานี้มายาวนาน ผมอยากจะให้ประชาชนในแต่ละพื้นที่เขามีตัวแทน ของเขาครับท่านประธาน ที่ช่วงก่อน ๆ ก็มีครับ ในเขตหนึ่งมี ส.ส. หลายคนเราก็เคยทำกัน มาแล้ว แต่พอช่วงหลังเราไปยึดหลักว่าประชาชน ๑ คน ใช้สิทธิ ๑ เสียง เลือกตั้งได้ ๑ คน มันก็เลยได้ตัวแทนมา ๑ คน นิดเดียวครับท่านประธาน ถ้าผมพูดตรงนี้แล้วเดี๋ยวมัน จะประหยัดเวลาในมาตราอื่นด้วย ท่านประธานครับ ที่ผมกราบเรียนตรงนี้ก็คือจะบอกว่า ถ้าหากว่าในพื้นที่ที่แข่งขันการเลือกตั้งแล้วมีการแพ้ชนะเกิดขึ้น คนที่ได้คะแนนเสียงน้อยกว่า ซึ่งบางทีแพ้กันไม่มาก ได้คนละ ๓๐,๐๐๐ เสียง ๔๐,๐๐๐ เสียง แต่คนที่รับการเลือกตั้ง คือคนเดียว คนที่ได้ ๓๐,๐๐๐ เสียง ๔๐,๐๐๐ เสียง เช่นเดียวกันแต่แพ้กันไม่กี่แต้มเอง กับไม่มีตัวแทนในพื้นที่ ไม่มีตัวแทนของพี่น้องประชาชน มันทำให้เกิดปัญหาว่าประชาชน ในพื้นที่นั้น ๆ ไม่มีตัวแทน มันก็เลยเกิดเป็นกลุ่มก้อนไปเรียกร้องกันนอกสภาอย่างที่เห็นอยู่ บ่อย ๆ ประจำ นอกจากนั้นครับท่านประธาน การที่เขตเดียวคนเดียวที่เราใช้กันมานี้ มันทำให้เกิดภาคนิยมขึ้นมา ใครอยู่ภาคไหนมันจะเป็นตัวแทนภาคนั้น แต่ท่านประธานครับ ถ้าการเลือกตั้งประชาชน ๑ คน เลือกได้ ๑ เสียง แต่ในเขตนั้นมี ส.ส. ได้หลายคน ในเขตนั้นพรรคหนึ่งอาจจะได้คนที่หนึ่ง พรรคที่คะแนนน้อยลงมาได้คนที่ ๒ พรรคน้อยลงไปอีกได้คนที่ ๓ เพราะฉะนั้นในเขตหนึ่งจะมีตัวแทนของพี่น้องประชาชน ๓ กลุ่ม ๓ พรรค พรรคประชาธิปัตย์อาจจะได้ภาคใต้เยอะ แต่ต่อไปพรรคอื่นก็จะมาอยู่ พรรคประชาธิปัตย์ในภาคใต้ ภาคอีสาน ภาคเหนือ ขออนุญาตเอ่ยเป็นตัวอย่าง มันเป็นข้อเท็จจริง พรรคพลังประชารัฐได้เยอะ อย่างนี้เป็นภาคนิยม ต่อไปก็จะมีพรรคอื่น เป็นลำดับที่ ๒ ลำดับที่ ๓ มันก็กระจัดกระจายกันไปอยู่ในแต่ละเขต แต่ละพื้น มันจะไม่เกิด ภาคนิยมเกิดขึ้น และพี่น้องประชาชนนี่สำคัญครับท่านประธาน มันก็จะทำให้มีตัวแทน นี่ล่ะครับที่ผมกราบเรียนท่านประธานว่า ถ้าเราจะแก้รัฐธรรมนูญเราต้องนึกประโยชน์ของ พี่น้องประชาชนจะได้รับ แต่เรามาแก้แค่บัตร ๒ ใบ มันเสียโอกาสจริง ๆ ครับท่านประธาน ก็ เลยกราบเรียนว่าอย่างน้อยก็ขอให้เป็นแนวคิดว่า ถ้าหากว่าจะแก้ต่อไปผมว่ามันพิสูจน์ ได้ชัดเจนครับท่านประธาน ถ้าเราจะเอาประโยชน์ของพี่น้องประชาชนจริง ๆ ต้องให้พี่น้อง ประชาชนในแต่ละพื้นที่เขามีตัวแทน ดังนั้นเขตใหญ่ซื้อเสียงยาก เขตใหญ่ได้ตัวแทนของ พี่น้องอย่างทั่วถึงกว้างขวาง มีตัวแทนของแต่ละกลุ่มคน มันก็จะได้ประโยชน์ ขอบคุณครับ ท่านประธาน