ชลน่าน เสนอยกเลิกมาตรา 85 ชี้ซ้ำซ้อน-ห่วงประกาศผลเลือกตั้งล่าช้า

รัฐสภา · ครั้งที่ ๕ · ๒๕ สิงหาคม ๒๕๖๔

ชลน่าน ศรีแก้ว ขอให้ใช้รายงานกรรมาธิการเป็นหลักในการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญเพื่อป้องกันความสับสนจากตัวเลขที่ไม่ตรงกัน พร้อมเสนอให้เพิ่มมาตรา ๓/๑ ตามข้อสงวนความเห็นและยกเลิกมาตรา 85 โดยเฉพาะวรรคหนึ่งที่ซ้ำซ้อนกับมาตรา 83 รวมถึงเรียกร้องให้ปรับกฎหมายลูกให้สอดคล้องกับระบบเลือกตั้งแบบบัตรสองใบและไม่จำกัดบทบาท กกต. โดยเฉพาะเรื่องระยะเวลาการประกาศผลการเลือกตั้งที่ต้องชัดเจนและเป็นธรรม

นายชลน่าน ศรีแก้ว กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดน่าน พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมขออนุญาตท่านประธานในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างน้อยผู้ได้สงวนความเห็นเอาไว้ เพื่อจะมากราบเรียนท่านประธาน ฝากไปยังท่านสมาชิกรัฐสภาผู้ทรงเกียรติ เพื่อจะได้ พิจารณาว่าจะเห็นชอบกับข้อสงวนของผมหรือไม่ ผมสงวนไว้ในมาตรา ๕ ตามรายงาน ผมกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพนะครับว่า การพิจารณารายงานกรรมาธิการ ร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมนี้อาจจะต้องใช้ตัวรายงานเป็นหลัก ถ้าท่านประธานใช้เฉพาะ ชื่อที่ส่งเข้าไปจากฝ่ายเลขานุการมันจะเกิดความสับสนได้ เพราะว่าตัวเลขของผู้แปรญัตติ กับตัวเลขมาตราของกรรมาธิการจะไม่ตรงกัน เพราะผู้แปรญัตติก็จะทำตัวเลขของ ผู้แปรญัตติ แต่ถ้ากรรมาธิการก็จะมีตัวเลขของกรรมาธิการไป เพราะฉะนั้นผมขออนุญาต ท่านประธานใช้ตัวรายงานเป็นหลักในการที่จะพิจารณา ต้องขอบคุณท่านประธานครับ ผมกลัวว่าของผมจะหลุดไป ในข้อสงวนของผมนะครับ ผมเขียนไว้ว่าขอให้เพิ่มความเป็น มาตรา ๓/๑ ดังนี้

มาตรา ๓/๑ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๘๕ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และขอให้ใช้ข้อความต่อไปนี้แทน โดยสรุปท่านประธานครับ ผมจะไม่ลงรายละเอียดมาก เกรงใจท่านสมาชิก เมื่อวานเราถกเถียงกันมาก ประเด็นนี้ที่ผมยกเลิกมาตรา ๘๕ เดิมนี้ เพราะผมเห็นว่ามันเกี่ยวเนื่องกับมาตรา ๘๓ จริงอยู่ครับในหลักการมาตรา ๘๓ เป็นการเขียน เรื่องของรองรับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรว่ามีจำนวนเท่าใด แบ่งเป็นกี่ประเภท แต่ละประเภท มาจากการเลือกตั้งแบบใด แล้วจำนวนสมาชิกที่อยู่ในสภาเท่าไรถึงจะเป็นองค์ประชุมอะไรต่าง ๆ อันนั้นคือมาตรา ๘๓ แล้วกรรมาธิการเสียงข้างมากเองก็ไปเติมเรื่องของที่มาของบัญชีรายชื่อ เข้าไปในมาตรา ๘๓ นี้ด้วย หมายถึงว่าให้มาจากการเลือกตั้งมีบัตรเลือกตั้งอย่างละ ๑ ใบไป อันนั้นก็ชัดเจนไปในประเด็นตรงนั้น ผมเองเห็นว่ามันเกี่ยวเนื่องในแง่ที่ว่าพอเขียนมาตรา ๘๓ อย่างนั้น มันบ่งชี้ไปที่ระบบเลือกตั้ง ระบบเลือกตั้งเดิมนี้ ผมขอบคุณท่านเลิศรัตน์นะครับ ต้องขออนุญาตเอ่ยนามท่าน ท่านชี้แจงได้เห็นภาพชัดเจนมาก ระบบเดิมเป็นแบบเอ็มเอ็มเอ (MMA) จัดสรรปันส่วนผสม ระบบที่เรากำลังจะแก้นี้เป็น เอ็มเอ็มเอ็ม (MMM) เป็นเมจอริทาเรียน (Majoritarian) คือเสียงข้างมากคู่ขนาน เสียงข้างคู่ขนานไม่เอามาเกี่ยวข้องกัน เขตชนะเขตได้ผู้แทนเขตไป บัญชีรายชื่อซึ่งหมายถึง คะแนนพรรคก็เอามาคำนวณ ก็จัดสรรสัดส่วนให้กับแต่ละพรรคการเมืองไป เขาเรียกว่า เอ็มเอ็มเอ็ม (MMM) เมจอริทาเรียน (Majoritarian) ก็เป็นเสียงข้างมากอยู่ดี จะคู่ขนาน ด้านไหนก็เป็นเสียงข้างมาก ที่มันเกี่ยวเนื่องเพราะเป็นมันระบบเลือกตั้งอย่างนี้นะครับ ในมาตรา ๘๕ ว่าด้วย ส.ส. เขต รัฐธรรมนูญเดิมเขียนถึง ส.ส. เขตว่ามาอย่างไร จะเลือก อย่างไร กกต. จะไปออกหลักเกณฑ์วิธีการในการที่จะประกาศรับสมัครเลือกตั้งอย่างไร การประกาศผลอย่างไร ผมเห็นว่ามันเกี่ยวเนื่อง จริงงอยู่มันอาจจะไม่ตรง แต่ความหมาย เนื่องของผมนี้ คือมันเนื่องจากระบบที่เปลี่ยนใหม่แล้วมาเป็นระบบ จากระบบเดิมที่เป็น ใบเดียวมาเป็นบัตร ๒ ใบ อะไรที่มันเกี่ยวเนื่องถ้าเป็นบัตร ๒ ใบ ก็ต้องแก้ไขสอดรับกัน เพราะฉะนั้นมาตรา ๘๕ ผมแก้อยู่ ๒ จุดครับท่านประธาน โดยความนะครับ

ประการที่ ๑ ยกเลิกวรรคหนึ่งของมาตรา ๘๕ ออก วรรคหนึ่งว่าด้วย เรื่องของที่มาที่เขียนไว้ชัดในรัฐธรรมนูญที่ออกในปี ๒๕๖๐ วรรคหนึ่ง ผมขออนุญาต ท่านประธานอ่านนะครับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรซึ่งมาจากเขตเลือกตั้งแบบแบ่งเขต เลือกตั้ง ให้ใช้วิธีออกเสียงลงคะแนนโดยตรงและลับ ซึ่งประโยคนี้เราเอาไปใส่ในมาตรา ๘๓ ไปแล้ว โดยให้แต่ละเขตเลือกตั้งมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในแต่ละเขต ๑ คน และผู้มีสิทธิ ออกเสียงออกเสียงลงคะแนนได้คนละ ๑ คะแนน โดยจะลงให้ใคร ไม่ลงให้ใครก็ได้ อันนี้คือ วรรคหนึ่ง ผมเห็นว่าอันนี้ต้องเอาออก เพราะว่าไปเขียนไว้ในมาตรา ๘๓ แล้ว อันนั้นประการที่ ๑

ประการที่ ๒ ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต เราให้มีการประกาศผล ผมก็ไปแก้จากให้ กกต. ไปประกาศผลเลือกตั้งภายใน ๖๐ วัน จากกฎหมายเดิมมาเป็นภายใน ๓๐ วัน ประเด็นนี้ถกเถียงกันมาก แล้วผมเองก็ยอมรับว่า มันอาจจะถูกตีความว่า ถ้าไปเขียนอย่างนี้จะไปจำกัดสิทธิทำให้ กกต. ทำหน้าที่มิได้ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๕๖ (๘) หรือไม่ การแก้ไขบทบัญญัติรัฐธรรมนูญถ้ามีบทแก้ไข ที่ไปเป็นการทำให้องค์กรอิสระ ศาล มิสามารถทำหน้าที่ได้ ให้ไปทำประชามติ ผมก็เกรง ประเด็นนี้อยู่พอสมควร แต่ท่านประธานครับด้วยความเคารพท่านประธาน ผมเองสอบถาม วิธีการทำงานของ กกต. ทั้งหมด กกต. ชุดนี้ทำงานภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ ซึ่งเขาออกแบบ ไว้บัตรใบเดียวนะครับ บัตรใบเดียวนี้การประกาศผลเขาจะประกาศผลทั้งประเทศเมื่อ ๑. ตรวจสอบได้ว่ามันสุจริตและเที่ยงธรรม และ และนะครับ และมีจำนวนเขตเลือกตั้ง ได้ร้อยละ ๙๕ ของเขตเลือกตั้งทั้งหมดจาก ๔๐๐ ก็คิด ๙๕ ได้ประกาศผลทั้งหมดเลยครับ ท่านประธาน ไม่เหมือนระบบที่เรากำลังเสนอใหม่ ระบบที่เรากำลังเสนอใหม่นี้ การประกาศผล ที่จะนำมาคำนวณเป็นคะแนนบัญชีรายชื่อต้องได้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ต้องได้ร้อยละ ๑๐๐ ถึงจะประกาศผลและคำนวณสัดส่วนบัญชีรายชื่อได้ แต่อันเดิมระบบเก่านี้คือ ร้อยละ ๙๕ เอามาคำนวณได้เลยครับ ที่ผมต้องอภิปรายอย่างนี้ผมจะโยงใส่มาตราที่ผมแปรครั้งหลัง ๆ จะได้ไม่ได้ต้องพูดเลยครับท่านประธาน พอไปโยงอย่างนี้มันก็เลยให้สิทธิว่า กรณีถ้ามีการ จัดเลือกตั้งใหม่ก่อนประกาศผล เขาให้เอาสิทธิเอาคะแนนเหล่านั้นมาคำนวณใหม่ได้ หรือหลังประกาศผลไปแล้ว ๑ ปี ถ้ามีการเลือกตั้งใหม่เอาคะแนนมาคำนวณใหม่ได้ ส.ส. เรา หลายท่านครับท่านประธาน ถ้าท่านประธานเห็นภาพนะครับ ได้รับประกาศผลเป็นผู้แทน อีก ๓ เดือน มีการเลือกตั้งซ่อม ท่านต้องออกจากสภาแห่งนี้ไป เพราะตัวเศษของท่าน มันน้อยกว่าพรรคที่ได้คะแนนเข้ามาใหม่ รัฐธรรมนูญฉบับนี้เขียนรองรับไว้ สถานะสมาชิกจะถูกออกโดยบทบัญญัติรัฐธรรมนูญเลย กรณีของท่านน้อยกว่านี้ให้บัญชีรายชื่อของพรรคนั้นหลุดไป เพราะฉะนั้นมาตรา ๘๕ ผมก็เลยมองว่าระบบเป็นอย่างนี้นะครับ ระบบเป็นอย่างนี้พอกลับมาเป็นบัตร ๒ ใบ วิธีการ คำนวณคะแนนที่ชัดเจน ไม่ยุ่งยากซับซ้อนคำนวณได้เร็ว แต่สิ่งที่ผมกราบเรียนท่านประธาน เมื่อสักครู่นี้มันจะเป็นเหตุให้มีการจัดเลือกตั้งใหม่ก่อนประกาศผลเลือกตั้ง ผมเองเข้าใจ ประเด็นนี้ ถ้าความไม่ชัดเจนในกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งไม่ชัดเจน จะทำให้ กกต. ทำงานลำบากมาก ผมเลยยกประเด็นนี้ขึ้นมาอภิปรายให้ท่านประธานและ ที่สภาแห่งนี้ได้บันทึกไว้ว่า ถ้าคุณจะแก้ปัญหานี้ถ้ายังคงอยู่ ไปเขียนกฎหมายเลือกตั้งให้ชัด เพราะเขาตีความอย่างไรครับท่านประธาน ตีความว่าก่อนประกาศผลจัดการเลือกตั้งก็ได้ แล้วไปประกาศผลหลังเลือกตั้งก็ได้ บางคนตีความเข้มเลยบอกว่าต้องประกาศผล ก่อนเลือกตั้ง ถ้ามีเวลา ๖๐ วัน เขาประกาศผลทัน ๓๐ วันเขาอาจจะประกาศผลไม่ทัน ซึ่งมันจะเข้าข่ายว่าไปจำกัดสิทธิขององค์กรอิสระในการทำหน้าที่ ประเด็นนี้ผมกราบเรียน ท่านประธาน เพื่อบันทึกไว้ในสภาถึงเจตนารมณ์ ผมเองไม่ติดใจที่จะขอโหวตมาตรานี้ แต่สิ่งที่ผมต้องการ คือต้องบอกไว้ว่าต้องไปทำกฎหมายลูกให้สอดรับและสอดคล้อง ขอบคุณท่านประธานครับ