วิรัตน์ ชี้สัดส่วน ส.ส. 400-100 สร้างปัญหาซื้อเสียง-ไม่สะท้อนเจตนาประชาธิปไตย

รัฐสภา · ครั้งที่ ๕ · ๒๕ สิงหาคม ๒๕๖๔

วิรัตน์ วรศสิริน อภิปรายเสนอให้ปรับโครงสร้างสัดส่วน ส.ส. เขตและบัญชีรายชื่อใหม่เพื่อลดการซื้อเสียงและสร้างความยุติธรรมในการเลือกตั้ง โดยสนับสนุนระบบสัดส่วนผสมที่ถ่วงดุลอำนาจได้ดีกว่าระบบเดิมที่ก่อให้เกิดปัญหาการได้เปรียบเสียเปรียบและนำไปสู่วิกฤติการเมือง

นายวิรัตน์ วรศสิริน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ

กราบขอบพระคุณท่านประธานเป็นอย่างสูงครับ ผม วิรัตน์ วรศสิริน พรรคเสรีรวมไทย วันนี้ผมได้แปรญัตติไว้ในมาตรา ๘๓ ประเด็นสัดส่วน ส.ส. เขต ๔๐๐ คน และบัญชีรายชื่อ ๑๐๐ คน มาเป็น ๓๕๐ คน ๑๕๐ คน คือเป็นแบบที่ใช้อยู่ในปัจจุบันนี้ ต้องกราบเรียนท่านประธานว่าหัวใจของระบอบประชาธิปไตยในการเลือกตั้งนี้ ที่สำคัญที่สุด คือความสุจริต ยุติธรรม จำนวนอะไร เท่าไร นั่นก็เป็นเรื่องรอง ผมคิดว่ายังเป็นเรื่องรองอยู่ ที่สำคัญจะต้องสุจริต ยุติธรรมเป็นสำคัญ จะเหมาะสมเท่าไรก็อยู่กับเหตุกับผล ท่านประธาน คณะกรรมาธิการท่านเสนอให้มี ส.ส. เขต ๔๐๐ นี้ ข้อดี ข้อเสียของ ๔๐๐ เป็นอย่างไร ข้อดีก็คือได้ผู้แทนเขตในพื้นที่ที่ประชาชนสามารถใช้สิทธิเลือกกันเองได้โดยตรงนี้ได้จำนวน มากขึ้น ส่วนข้อเสียก็คือทำให้มีการซื้อสิทธิขายเสียง ทวีความรุนแรงกันมากขึ้น เพราะว่าเขต เมื่อเล็กลงจำนวนเสียงที่จะซื้อก็น้อยลง ก็จะใช้เงินกันมากขึ้น ก็จะแข่งขันกันดุเดือดขึ้น ท่านประธานครับ เราจะยอมรับกันหรือไม่ว่าประเทศเรามีการซื้อสิทธิขายเสียงกัน จนกลายเป็นธรรมเนียมที่ว่าเงินไม่มา กาไม่เป็น เป็นไปหมดทุกที่ ตอนนี้เป็นไปทุกภาค ทุกส่วนของประเทศแล้ว เดิมทีคิดว่าภาคใต้ยังไม่มี ก็มีแล้วนะครับท่านประธาน ไปฟังปราศรัยก็ได้ก่อน ๒๐๐ บาท คืนหมาหอนก็ได้อีก ๕๐๐ บาท จะเปลี่ยนเป็นระบบเขต เล็กลง ต่อไปอาจจะเป็นพัน พรรคเสรีรวมไทยได้ส่งผู้สมัครเลือกตั้งซ่อมมาตลอด ผมได้ลงไป หาเสียงผมทราบดี ต้องกราบเรียนท่านประธานและสมาชิกรัฐสภาทุกท่านนะครับ ระบบเลือกตั้งปี ๒๕๔๐ นี้ ๔๐๐ ๑๐๐ นี้ท่านยังคิดว่าเหมาะสมกับประเทศไทยของเรา จริงหรือ ผมคิดว่าระบบนี้ได้สร้างปัญหาให้กับประเทศมามากขนาดไหน หลังการยึดอำนาจ จึงมีการเปลี่ยนแปลงมาเป็นระบบจัดสรรปันส่วนผสม ผมคิดว่าไม่เชื่อต้องถาม ท่านประธาน คณะกรรมาธิการน่าจะไปถาม พลเอก ประวิตรดู ท่านเป็นอดีตรองหัวหน้า คสช. ตรงนี้ ต้องไปถามท่านดูว่ามันสร้างปัญหาจริงหรือไม่ แต่ว่าท่านประธานครับไปถามผมก็เชื่อว่า ท่านก็คงตอบว่าไม่รู้ ไม่ทราบ ท่านประธานครับ อดีตเคยมีการกล่าวหาว่าระบบนี้เป็นระบบ ที่พรรคใหญ่กินรวบ รวบอำนาจเป็นเผด็จการสภา ระบบเลือกตั้ง ๔๐๐ ๑๐๐ นี้ เกิดความ ได้เปรียบเสียเปรียบในการเลือกตั้ง ไม่สะท้อนความต้องการของผู้ใช้สิทธิลงคะแนนเลือกตั้ง อย่างแท้จริง ไม่สะท้อนนะครับ คะแนนเสียงพรรคใหญ่อาจจะชนะด้วยจำนวนคะแนน ๔๐ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ของจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง แต่ว่ากลับได้จำนวน ส.ส. คิดสัดส่วนแล้ว ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ๖๐ เปอร์เซ็นต์ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ กลายเป็นเสียงข้างมากในสภา แปลง่าย ๆ ได้จำนวน ส.ส. มากกว่าสัดส่วนคะแนนที่ได้รับ ส่วนคะแนนเสียงของประชาชนที่ไปเลือก เลือกในอันดับ ๒ อันดับ ๓ คะแนนเสียงเหล่านี้ก็ถูกละเลยไม่ได้เอามาคิด ผมกราบเรียน ท่านประธานไปแล้วว่าเคยมีการกล่าวหาว่าระบบ ๔๐๐ ๑๐๐ นี้ ทำให้เกิดระบบเผด็จการ สภาขึ้นมา สุดท้ายก็จบด้วยการทำปฏิวัติรัฐประหาร ทุกท่านก็คงทราบ ๆ กันอยู่แล้ว ผมเรียนถามท่านประธานคณะกรรมาธิการเมื่อสักครู่นี้ไป ว่าผู้มีอำนาจขณะนี้ไม่กลัวผีแล้ว หรือครับ อดีตเคยกลัวผีว่าผีจะกลับมา มาวันนี้ไม่กลัวแล้วหรือครับ หรือว่าเพียงเพื่อให้ได้ ประโยชน์เท่านั้น ท่านก็ไม่กลัวสิ่งที่ท่านเคยเตรียมไว้ อุดมการณ์ต่าง ๆ เป้าหมายต่าง ๆ ท่านเลิกกลัวแล้วหรือครับ สิ่งเหล่านี้ที่ที่จริงแล้วไม่ควรเกิดขึ้น ต้องฝากอดีตสมาชิกวุฒิสภา ที่มาจาก สนช. ๖๐-๗๐ ท่าน ท่านเคยพิจารณาเรื่องเหล่านี้ในสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ท่านเคยอภิปรายถึงการเลือกตั้งระบบสัดส่วนผสม ๓๕๐ ๑๕๐ นี้ดีอย่างไรบ้าง ท่านเคย อภิปรายไปแล้ว ท่านเคยพูดถึงระบบ ๔๐๐ ๑๐๐ เหล่านี้ล้มเหลวอย่างไรบ้าง ท่านก็เคย อภิปรายมาแล้ว ท่านประธานครับ ผมแปรญัตติ ๓๕๐ ๑๐๐ นี้มีข้อดี คือเขตใหญ่ขึ้น ทำให้การซื้อสิทธิขายเสียงนี้ ลดน้อยลงไปได้บ้าง อันที่จริงแล้วแต่ถามว่าในส่วนลึกนี้ของ หัวใจผมนี้ผมต้องการแบบไหน ผมกราบเรียนว่าร่างรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๘ ของท่านอาจารย์บวรศักดิ์ อุวรรณโณ ขออนุญาต ที่เอ่ยนามท่านนะครับ ท่านนำเสนอต่อสภา สนช. ในขณะนั้นเป็นระบบเลือกตั้งแบบสัดส่วนผสม ที่เหมาะสมที่สุดแล้ว มองเห็นปัญหาได้ดีที่สุด ท่านเสนอไว้ในสัดส่วนที่ ๓๐๐ : ๑๗๕ เขต ๓๐๐ คน และบัญชีรายชื่อไม่เกิน ๑๗๕ คน และมีบัตร ๒ ใบ นั่นคือเหมาะสมที่สุด และดีที่สุด ผมกราบเรียนท่านประธานและท่านสมาชิกรัฐสภาทุกท่านนะครับ นี่จะเป็นการ ลดการซื้อสิทธิขายเสียง ลดอำนาจของพรรคใหญ่ได้อย่างแท้จริง ทำให้เกิดการถ่วงดุลอำนาจ ในสภาผู้แทนราษฎรเอง แต่ถึงอย่างไรก็ตามผมเองถ้าถามผม ในส่วนตัวผม ผมอยากให้เป็น ๒๕๐ : ๒๕๐ ส.ส. เขต ๒๕๐ คน ส.ส. บัญชีรายชื่อก็ ๒๕๐ คนเท่ากัน จะทำให้การซื้อสิทธิ ขายเสียงนี้ลดน้อยลง จนเปลี่ยนนิสัยการใช้เงิน การซื้อสิทธิขายเสียงจะหมดไป ระบบเลือกตั้งที่เลวร้ายก็จะได้กลับมาในทางที่ดี เงินไม่มา กาไม่เป็น ก็จะได้หมดสิ้นไปจาก ประเทศไทย กราบขอบพระคุณท่านประธานเป็นอย่างสูงครับ