ศานิตย์ ชี้แก้รัฐธรรมนูญไม่เปลี่ยนการเมือง ติงผู้มีอำนาจขาดโปร่งใส

รัฐสภา · ครั้งที่ ๓ · ๒๔ มิถุนายน ๒๕๖๔

ศานิตย์ มหถาวร แสดงความเห็นต่อร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ 13 ฉบับ โดยตั้งข้อสังเกตถึงผลกระทบต่อกระบวนการยุติธรรม การตรวจสอบอำนาจ และความสุจริตในการเลือกตั้ง พร้อมเรียกร้องให้พิจารณาผลประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก แทนที่จะเน้นผลประโยชน์ทางการเมือง และชี้ว่าปัญหาหลักของประเทศไม่ได้อยู่ที่รัฐธรรมนูญ แต่อยู่ที่พฤติกรรมของผู้มีอำนาจที่ขาดความโปร่งใส รวมถึงเน้นย้ำความสำคัญของการรับมือโควิด-19 ผ่านการดูแลตนเองและการใช้วัคซีน มากกว่าการโทษผู้อื่น

พลตำรวจโท ศานิตย์ มหถาวร สมาชิกวุฒิสภา สรรหา

เรียนท่าน ประธานรัฐสภาที่เคารพ ผม พลตำรวจโท ศานิตย์ มหถาวร สมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ที่จริงผมก็จะไม่พูดเรื่องรัฐธรรมนูญ แต่เนื่องจากว่ามีเพื่อนสมาชิกอยากจะให้ผมพูดในบาง ประเด็นในบางเรื่อง ผมขออนุญาตท่านประธานครับ สิ่งที่ผมจะพูดมีอยู่ ๒ ส่วน ส่วนแรกคือ ในเรื่องของร่างทั้ง ๑๓ ร่าง ส่วนที่ ๒ เป็นเรื่องของความเห็น ข้อเสนอแนะ ผมอยากเห็น การเมืองไทย ประเทศไทยเจริญก้าวหน้า และเรียนด้วยความเคารพว่าผมพูดในฐานะที่เป็น คนไทยคนหนึ่งที่มีความรักชาติ แล้วก็รักทุกคนครับ ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายไหนผมก็ถือว่า เป็นคนไทยด้วยกัน ผมจะไม่ใช้เวลามากครับ ขอลงเรื่องประเด็น ร่างทั้ง ๑๓ ร่างที่เพื่อน สมาชิกเสนอมากว่า ๔๐ มาตรา ๓๐ กว่าประเด็น ประเด็นต่าง ๆ เพื่อนสมาชิกได้พูดมา ตั้งแต่เมื่อวานแล้วจนถึงวันนี้กว่า ๑๖ ชั่วโมง ผมก็จะขอพูดเสริมในสิ่งที่เพื่อนสมาชิกยังไม่พูด เริ่มตั้งแต่มาตรา ๒๔ สิทธิเสรีภาพ มาตรา ๒๙ เป็นเรื่องของการคุ้มครองผู้ที่ถูกกล่าวหา ผู้ที่ถูกต้องหา หรือจำเลย ท่านไปแก้เพิ่มมาว่า อัตราโทษ ๑๐ ปีขึ้นไปประหารชีวิต ถ้าพิจารณากว่า ๑ ปีให้ปล่อยตัว อันนี้ก็ลองดูแล้วกันนะ แต่ผมฟังจากผู้ปฏิบัติเขาไม่ค่อยจะ เห็นด้วยหรอกครับ ขออนุญาต ศาลเองนับตั้งแต่ท่านออกหมายขังท่านก็มีระเบียบปฏิบัติ ไว้ว่าภายใน ๑ ปี ท่านจะให้ทำให้เรียบร้อยภายใน ๖ เดือน เพราะฉะนั้นตรงนี้ไม่รู้จะไปเพิ่ม คุ้มครอง มีวาระซ่อนเร้นอะไรหรือเปล่า ส่วนมาตรา ๔๕ ไพรมารี่โหวต (Primary Vote) ประชาชนมีส่วนร่วมในการเลือกคนของเขา แล้วท่านไปแก้ทำไม ถ้าอย่างดีนะครับผมแนะนำ ไม่ต้องไปตั้งทุกสาขาก็ได้ในเขตเลือกตั้ง เอาแค่ระดับจังหวัด ๗๖ จังหวัด ผมเชื่อว่ามันเป็น การแก้ไขในเชิงปฏิบัติที่น่าจะทำให้เกิดผลครับ ท่านเรียกร้องเหลือเกินประชาชนได้อะไร ก็นี่อย่างไรครับ ท่านเอาออกทำไม ส่วนมาตรา อื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นมาตรา ๖๕ ยุทธศาสตร์ชาติ มาตรา ๘๓ มาตรา ๘๕ ๒ ใบ มาตรา ๙๑ มาตรา ๙๒ การคำนวณสูตร อะไรก็แล้วแต่ก็ว่ากันไป แต่มาตรา ๑๒๙ ท่านไปเพิ่มอำนาจ กรรมาธิการให้เรียกเอกสารหลักฐาน เรียกบุคคลมา เดิมทีเขายกเว้นศาล องค์กรอิสระ ท่านอยากจะเอาศาลมาไต่สวนในส่วนของท่านหรือเปล่าผมไม่แน่ใจนะครับ มันไม่ใช่ครับ มันเป็นการถ่วงดุล ไม่ใช่ไปสร้างความเสียหายหรือเปล่า ผมก็อยากจะเห็นสิ่งเหล่านี้ไม่ให้ เกิดขึ้น นอกจากนี้ยังมีมาตราอื่น ๆ มาตรา ๑๔๔ มาตรา ๑๘๕ ผมถามตรง ๆ ท่านจะแก้ อย่างไรในชั้นแปรญัตติ ตอบให้ผมชื่นใจหน่อยสิครับ แก้ไขหลักการมันแก้ได้อย่างไร ถ้าตอบ ไม่ชื่นใจท่านจะตีเช็คเปล่าให้ผมลงไม่ได้นะครับ ผมก็ฝากไว้นะครับ จริง ๆ ยังมีเรื่องอื่น ๆ อีก หลายเรื่อง เวลาจำกัดครับ ผมก็ขออนุญาตแล้วกัน นี่ผมไม่พูดถึงมาตรา ๒๗๙ มาตรา ๒๗๒ มาตรา ๒๕๖ อะไรก็แล้วแต่ ท่านเขียนในสิ่งที่มันอาจจะเป็นไปได้หรือเปล่า เมื่อมันมีปัญหา ท่านครับ ถามว่าการเลือกตั้งประเทศเรามีมากว่า ๒๘ ครั้ง รัฐธรรมนูญ มี ๒๐ ฉบับแล้วครับ ฉบับที่ท่านชื่นชมกันเหลือเกิน ปี ๒๕๔๐ ใช่ไหมครับ เป็นอย่างไรครับ เผด็จการรัฐสภาหรือเปล่า เกิดปัญหาลงถนนหรือไม่ เขาก็เลยมาแก้ปี ๒๕๕๐ แล้วเป็น อย่างไรครับ ปี ๒๕๕๐ ก็เหมือนเดิม ก็แก้ไปแก้มาก็เกิดปัญหาลงถนนกันอีก จึงเกิด รัฐธรรมนูญฉบับ ปี ๒๕๖๐ อาจจะไม่สมบูรณ์ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ในความเห็นของพี่น้อง ประชาชนหรือคนโดยทั่วไปมันยังมีอะไรที่เป็นพิเศษ ซึ่งท่านใช้มาแค่ ๒ ปี แล้วท่านจะแก้ อีกแล้ว ผมก็บอกว่าประเทศไทยนี่รัฐธรรมนูญไม่รู้จะมีกี่ฉบับ ถ้าท่านมัวแต่แก้ครับมันก็ ไม่ได้เรื่องได้ราวหรือเปล่า จริง ๆ แล้ว ในความเห็นส่วนตัวของผม ผมยังไม่เห็นมาตราอะไร ต่าง ๆ ที่ท่านเสนอแก้มันได้ประโยชน์กับพี่น้องประชาชนเลย แต่มันเกิดประโยชน์กับ ใครครับ ประโยชน์กับนักการเมืองหรือเปล่า สิ่งที่ผมอยากจะเห็นและอยากให้บรรจุอยู่ในนี้ ลองดูได้ไหมครับ ทำอย่างไรถึงจะให้การเลือกตั้งมันสุจริต เที่ยงธรรม สมัยผมเป็น สนช. ผมเคยแปรญัตติว่าท่านอยากให้สุจริตเที่ยงธรรมแต่ท่านไม่ให้เครื่องมือเครื่องไม้เลย จะเข้า ค้นบ้าน จะเข้าหาหลักฐาน กำลังซื้อเสียงกันอยู่ในบ้าน หัวคะแนนสุมหัวกัน ต้องไปขอ หมายค้น ผมบอกเอาแค่ในช่วงประกาศกฤษฎีกา ให้ กกต. หรือ กกต. มอบหมาย เอาทหาร นั่นล่ะครับไม่มีส่วนได้เสียกับใคร ตำรวจนี่ท่านเชื่อไหมครับ ผมเป็นตำรวจเก่าผมโดน ย้ายตลอด เพราะผมอยากให้มันสุจริตเที่ยงธรรมครับ ผมไปมีตรงไหนผมก็ไปดักไปนั่น แต่มัน ก็อย่างว่าโดนย้ายตลอดเหมือนกัน ติดชายแดนตลอดเหมือนกัน ก็ไม่ว่ากัน เพราะฉะนั้น ตรงนี้ครับผมอยากจะเห็น จริง ๆ ผมมีภาพครับ อยากเอารูปภาพของท่านอดีตนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวไว้ หมายเลข ๒ หลาย ๆ ท่านคงได้ยินได้ฟังมาบ้าง ผมมาเตือน มาย้ำให้ รัฐธรรมนูญไม่ใช่ตัวปัญหา คณะปฏิวัติเป็นเพียงปลายเหตุ คนโกงนั่นล่ะเป็นต้นเหตุ จริง ๆ ผมรู้จักผู้หลักผู้ใหญ่หลาย ๆ ท่าน การปฏิวัติรัฐประหารไม่มีใครอยากทำหรอกครับ เสี่ยงครับ เป็นกบฏไปตั้ง ๑๓ คน ถูกยิงเป้าไปก็มี เสี่ยงเป็นเสี่ยงตายเหมือนกัน แต่จำเป็นต้องทำครับ เพราะการเมืองบ้านเรามันเป็นอย่างไร จะมาอ้างแต่รัฐธรรมนูญ รัฐธรรมนูญ ผมไม่ได้ว่ารัฐธรรมนูญเลย ผมคุยกับเพื่อนสมาชิก ท่านพูดว่าอย่างไรครับ ท่านพูดบอกว่าในส่วนเขตเลือกตั้งทั้งหลาย ข้อมูลตรงนี้ผมขออนุญาตนำเรียนเพื่อเป็นข้อมูล เฉย ๆ ในกรุงเทพมหานครราคาหนึ่ง ในต่างจังหวัดราคาหนึ่ง โดยผ่านใครครับ ก็โดยผ่าน ชุมชนนั่นล่ะ ซื้อเป็นครอบครัวเลย ต่างจังหวัดก็ผ่าน ขอโทษครับ กำนัน ผู้ใหญ่บ้านบางท่าน บางคน รวมทั้ง อบต. บางท่านบางคนเท่านั้นเอง แล้วเป็นอย่างไรครับ ท่านนายกรัฐมนตรี ชวนครับ ท่านนายกรัฐมนตรีท่านได้เคยกล่าวไว้ในการประชุม ให้ข้อคิดเห็นในการสถาปนา รัฐสภาครบ ๘๘ ปี ท่านพูดไว้น่าฟังครับ ธุรกิจการเมืองมีเงินก็ชนะการเลือกตั้ง ตรงนี้ต้องไป แก้ครับ ผมอยากให้ช่วยกันอย่างนี้ พี่น้องประชาชนช่วยกันอย่างนี้ ทำการเมืองให้มันสุจริต เที่ยงธรรม ประการแรกครับท่านประธาน ๑. เรื่องของตัวบุคคล หลายท่านผมเห็นใจครับ ผู้แทนดี ๆ ในสภามีเยอะครับ แต่ถ้าท่านไม่ใช้กระสุนดินดำด้วยท่านก็สู้ไม่ได้ เสียงดีไม่มี คะแนน เพราะฉะนั้นต้องช่วยกันครับพี่น้องประชาชน หัวคะแนนทั้งหลาย เห็นแก่ชาติ บ้านเมืองหรือยัง ช่วยกันครับ เมื่อแก้ไม่ได้ต้องแก้ด้วยระบบหรือเปล่าครับท่านประธานครับ ในรัฐธรรมนูญฉบับนี้มันไม่มีครับ ไม่ว่าจะการเลือกตั้งวันแมนวันโหวต (One Man One Vote) หรือใช้ใบเดียว ๒ ใบ ผมถามว่ามันใช้ได้อย่างไร มันแก้ได้หรือเปล่า ผมมีข้อเสนอแนะ ที่ควรจะเอาไปใส่ไว้ตรงนี้หรือเปล่า การเลือกตั้งแบบพูดง่าย ๆ ว่า ท่านเคยได้ยินไหมครับ แอปโซลูท มาจอริตี ซิสเตม (Absolute Majority System) การเลือกตั้งสมบูรณ์แบบเด็ดขาด ก็ใช้เงิน กันมาก ๆ ก็ลองดูสิ ลองดูว่าจะใช้ได้หรือไม่

สรุปสั้น ๆ ครับการเลือกตั้งแบบนี้ ผู้สมัครรับเลือกตั้งจะต้องได้คะแนนเสียง ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ถ้าได้น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง ท่านจะต้องไปเลือกตั้งอีก ครั้งที่ ๒ ก็คือมาซื้อครั้งที่ ๒ ล่ะ แล้วอย่างไรท่านครับ เอาที่ ๑ ที่ ๒ เท่านั้นเองมาแข่งกัน มันก็อาจจะช่วยได้ไม่มากก็น้อย ท่านครับ สิ่งเหล่านี้ผมอยากอภิปรายเพื่อให้บันทึกไว้ในสภา แห่งนี้ พี่น้องประชาชนต้องได้เข้าใจนะครับ การที่การเมืองบ้านเราเป็นเช่นนี้ท่านก็คงทราบ ว่ามันเป็นอย่างไร รัฐธรรมนูญไม่ได้มีปัญหาเท่าไรเลย ท่านจะแก้อย่างไรผมก็คิดว่ามันก็ อีหรอบเดิมครับ สมมุติว่าแก้แล้ว ครั้งหน้าอีกฝ่ายขึ้นมาได้ มันก็เป็นอย่างนี้ครับ ช่วงนี้เป็น ช่วงโควิด (COVID) สุดท้ายแล้วท่านประธานครับ ผมว่าความสำคัญเร่งด่วนควรจะมาเอาเรื่อง นี้หรือเปล่า ช่วยกันครับ ถ้าตัวท่านเองป้องกันตัวเองดี วัคซีนดี ผมเชื่อว่ามันจะดีกว่าอย่างอื่น ถ้าท่านมัวแต่ไปโทษคนโน้นคนนี้โดยไม่ดูแลตัวเองมันแก้ปัญหาไม่ได้หรอก ต้องคนละไม้ ละมือครับ ขอบคุณท่านประธานอย่างสูงครับ