อำพล จินดาวัฒนะ หารือถึงความจำเป็นในการปรับปรุงรัฐธรรมนูญให้สอดคล้องกับการพัฒนาสังคม แต่คัดค้านการแก้ไขมาตรา 144 และมาตรา 185 ที่เปิดช่องให้ ส.ส. และ ส.ว. แทรกแซงการบริหารราชการและงบประมาณ โดยเห็นว่าขัดต่อหลักการแบ่งแยกอำนาจและเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญปี 2560 ที่มุ่งป้องกันทุจริตและรักษาความเป็นธรรมในการบริหารราชการแผ่นดิน พร้อมวิงวอนให้ผู้เสนอกลับคำร้องและย้ำจุดยืนที่จะไม่สนับสนุนหากญัตติดังกล่าวดำเนินต่อไป
กราบเรียนท่านประธาน รัฐสภาที่เคารพครับ ผม นายแพทย์อำพล จินดาวัฒนะ สมาชิกวุฒิสภาในฐานะสมาชิก รัฐสภาครับ ท่านประธานที่เคารพครับ สังคมคือที่อยู่ร่วมกันของผู้คนหลากหลาย จึงมีความจำเป็นต้องมีกฎเกณฑ์กติกาที่ทุกฝ่ายยอมรับได้เพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างดีมีสุข รัฐธรรมนูญเป็นกติกากลางที่เป็นทางการ แต่ในความเป็นจริงแล้วในสังคมยังมีเรื่องอื่น เช่น เรื่องความเชื่อ พฤติกรรม วัฒนธรรม วิถีปฏิบัติต่าง ๆ ที่มองไม่เห็นเป็นตัวกำหนด ความเป็นไปของสังคมอีกด้วย รัฐธรรมนูญที่ดีต้องมีการปรับปรุงแก้ไข เปลี่ยนแปลงได้ตามสถานการณ์และระดับการพัฒนา ประชาธิปไตยที่ไม่หยุดนิ่งอยู่กับที่ กระผมเคยอภิปรายไว้แล้ว ณ สภาแห่งนี้ว่าประชาธิปไตย ที่หยุดนิ่งคือนาฬิกาที่ตายครับ นาฬิกาที่ไม่ตาย ลูกตุ้มนาฬิกาต้องแกว่งไปมาได้ ความพยายามของเพื่อนสมาชิกในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ จึงเป็นเรื่องที่รับได้ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อได้ศึกษาญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้ง ๑๓ ญัตติแล้ว และฟังการอภิปรายของเพื่อนสมาชิกแล้วนะครับ ตัดสินใจที่จะโหวต รับร่างวาระ ๑ ได้หลายฉบับครับ ฉบับใดที่เป็นคุณกับประชาชนและสังคมยินดีสนับสนุน รับหลักการ เช่น ฉบับที่ ๒ ฉบับที่ ๖ ฉบับที่ ๗ ฉบับที่ ๘ ฉบับที่ ๑๒ เป็นต้น ในขณะเดียวกันนั้นจะสนับสนุนรับหลักการในญัตติที่ ๔ ญัตติที่ ๑๑ ที่ยกเลิกอำนาจ ส.ว. ในการร่วมโหวตนายกรัฐมนตรีตามมาตรา ๒๗๒ ตามบทเฉพาะกาล ซึ่งเคยได้โหวตรับ หลักการนี้ครั้งหนึ่งแล้วในรัฐสภาแห่งนี้ เมื่อวันที่ ๑๘ พฤศจิกายนครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ประเด็นมาอยู่ตรงฉบับที่ ๑ ครับ ฉบับที่ ๑ นั้น เป็นญัตติที่เสนอโดยท่านไพบูลย์ นิติตะวัน และคณะ มีหลายเรื่องอยู่ในนี้ด้วยกัน กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับว่าเป็นฉบับที่ผมรับหลักการไม่ได้ครับ ญัตติที่อยู่ในนี้มี ๔-๕ เรื่อง มีเรื่องดี ๆ นะครับ เช่น ส่งเสริมสิทธิเสรีภาพ การให้รัฐสภาทำหน้าที่ติดตามด้านการปฏิรูป และยุทธศาสตร์ เป็นต้น แต่ประเด็นปัญหาอยู่ที่ว่าญัตตินี้ได้บรรจุการแก้ไขมาตรา ๑๔๔ และ มาตรา ๑๘๕ เพื่อให้ฝ่ายนิติบัญญัติคือ ส.ส. และ ส.ว. แปรญัตติงบประมาณในขั้นตอน พิจารณางบประมาณนำไปผลักดันทำโครงการลงพื้นที่ของตัวเองได้ และมาตรา ๑๘๕ ให้ ส.ส. ส.ว. เราเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการทำงานของราชการ ที่เรียกว่าก้าวก่าย แทรกแซง โดยให้เหตุผลว่าช่วยเหลือประชาชนครับ ท่านประธานที่เคารพครับ การเขียนหลักการและ เหตุผลเอาไว้ และเนื้อหาสาระที่อยู่ในการแก้ไขนั้นเป็นการแก้ไขแบบถอยหลังเข้าคลองครับ เป็นการเจาะช่องโหว่ที่จะนำไปสู่การทุจริตประพฤติมิชอบ ซึ่งรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๖๐ ได้ปิดช่องโหว่ช่องว่างเหล่านี้ไว้เป็นอย่างดีแล้ว ดังนั้นเหตุที่ยกเหตุและผลเอาไว้เพื่อจะแก้ ตรงนี้ไม่มีความชอบธรรมครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมขออธิบาย ข้อที่ ๑ ขอใช้อธิบายโดย หลักการแบ่งแยกอำนาจครับ ในประเทศของเราประชาธิปไตยของเราออกแบบไว้ เรามี ตุลาการ เรามีองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ เรามีคณะรัฐมนตรีและมีฝ่ายนิติบัญญัติคือ รัฐสภาซึ่งประกอบด้วย ส.ส. และ ส.ว. ๒ สภา ผมขอคู่เดียวคือคู่ ครม. และนิติบัญญัติ ครม. บริหารราชการแผ่นดินตามนโยบายที่แถลงต่อรัฐสภาครับ โดยมีราชการประจำเป็นผู้ปฏิบัติ ราชการให้ ย้ำนะครับ การปฏิบัติราชการ การบริหารเป็นเรื่องของคณะรัฐมนตรีครับ ส่วนรัฐสภาเรามีหน้าที่ใหญ่ ๒ เรื่อง เรื่องที่ ๑ คือนิติบัญญัติ ทุกท่านทราบดี เรื่องที่ ๒ เราทำหน้าที่กำกับการบริหารราชการแผ่นดิน คือกำกับการบริหารของ ครม. นิติบัญญัติ ไม่มีอำนาจหน้าที่เข้าไปแทรกแซงการปฏิบัติราชการของฝ่ายประจำครับ ในหลักการแยก อำนาจชัดเจน นิติบัญญัติไม่มีหน้าที่แปรญัตตินำงบประมาณไปทำโครงการ ไม่มีหน้าที่เข้าไป ร่วมใช้งบประมาณ ไม่มีหน้าที่เข้าไปใช้อิทธิพลแทรกแซงการทำงานของราชการประจำ ย้ำครับ ไม่ใช่หน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติ ไม่ว่าท่านจะอ้างเหตุผลว่า เมื่อเป็นสมาชิกสภา ผู้แทนราษฎรต้องช่วยเหลือประชาชน เรามีกลไกตรวจสอบฝ่ายบริหาร เราประสานงานได้ เราใช้กลไกรัฐสภา กลไกการทำรายงาน การศึกษา การประชุม ใช้กรรมาธิการ ใช้การยื่น กระทู้และการประสานติดต่อกับทางฝ่ายบริหารในระดับนโยบาย ไม่ใช่ระดับปฏิบัติของ เจ้าหน้าที่ ซึ่งเขาเป็นกลไกของฝ่ายบริหารคือทำงานให้กับคณะรัฐมนตรีครับ ดังนั้นหน้าที่ เหล่านี้ผมเข้าใจดี ผมเห็นใจท่านที่ท่านเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในพื้นที่ แต่ไม่เห็นด้วย เห็นด้วยกับท่าน ไม่ได้เพราะได้มีการแยกหน้าที่ไว้แล้ว ท่านประธานที่เคารพครับ ในขณะนี้ผมเป็นสมาชิก รัฐสภา เป็น ส.ว. เราก็ไม่มีหน้าที่ที่เข้าไปแทรกแซงสิ่งเหล่านี้ได้เลย รัฐธรรมนูญเขาเขียน ดีมากอยู่แล้วในมาตรา ๑๔๔ และมาตรา ๑๘๕ เหตุใดญัตติที่ ๑ จึงไปขอแก้ไขโดยอ้างเหตุผล ว่าจะช่วยเหลือประชาชน ช่วยเหลือประชาชน เรามีหน้าที่กำกับการทำงานของรัฐบาลครับ ประสานงานได้ เสนอแนะได้ แต่ไม่มีหน้าที่เข้าไปแทรกแซงครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ในอดีตเราเคยเห็นปรากฏการณ์ที่ฝ่ายนิติบัญญัติ บางส่วนนะครับ บางส่วนบางคนเท่านั้น แปรญัตติดึงงบประมาณไปทำโครงการลงพื้นที่ ของตัวเอง แถมเขียนป้ายด้วยว่าตัวเองดึงงบประมาณมาทำอะไรบ้างที่ศาลา ที่ถนน ที่สิ่งก่อสร้างต่าง ๆ ซึ่งไม่ใช่เงินของท่าน แต่เป็นเงินที่ท่านดึงมาจากฝ่ายบริหาร เกิดความ ไม่เป็นธรรมครับ ใครมือยาวสาวได้สาวเอา แทรกแซงการทำงานของราชการ ท่านอ้างว่า ช่วยเหลือประชาชน เมื่อกี้ผมเรียนแล้ว เห็นใจท่าน แต่เห็นด้วยกับท่านไม่ได้เพราะได้แยก อำนาจไปแล้ว นั่นเป็นหน้าที่ของฝ่ายบริหารนะครับ รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ท่านประธาน ครับ ได้บัญญัติห้ามเอาไว้เบ็ดเสร็จแล้วในมาตรา ๑๔๔ นะครับ ทำไม่ได้และมีโทษค่อนข้าง รุนแรง แล้วเหตุใดท่านจึงเสนอหลักการและเหตุผล รวมทั้งสารบัญญัติแก้ไขกลับไปถอยหลัง เข้าคลอง ซึ่งเป็นสิ่งที่กระผมกราบเรียนแล้วว่ารับหลักการไม่ได้ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ นอกจากนี้ยังจะแก้มาตรา ๑๘๕ รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ซึ่งเกี่ยวเนื่องกัน เขาห้าม ส.ส. ส.ว. ไปก้าวก่ายแทรกแซงการทำงานราชการ ทั้งทางตรงและทางอ้อม ทั้ง ๑. เรื่องการทำงานของราชการประจำ ข้อที่ ๒ การกระทำ ในลักกษณะที่ตนไปมีส่วนร่วมใช้งบประมาณ ย้ำครับ เราเป็นฝ่ายนิติบัญญัติเราไม่มีหน้าที่ ในตรงนั้น และ ๓. เรื่องการบริหารบุคคลของราชการเขา อันนี้คือการแบ่งแยกหน้าที่กัน ชัดเจน แบ่งแยกอำนาจนะครับ และไม่ให้ขัดกันแห่งผลประโยชน์ของการทำหน้าที่และ ประโยชน์ตนครับ ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญญัตติที่ ๑ แก้ตรงนี้กลับไป พูดง่าย ๆ ภาษา ที่สังคมเข้าใจง่าย ๆ คือท่านเสนอแก้ให้ ส.ส. ส.ว. กลับเข้าไปก้าวก่ายแทรกแซงการทำงาน ของราชการประจำได้ กลับไปแทรกแซงก้าวก่ายการทำงานของราชการประจำได้โดยท่าน อ้างว่าเพื่อช่วยเหลือประชาชนนะครับ
ดังนั้นสรุปครับท่านประธาน ๒ มาตรานี้ที่ท่านขอแก้ไขฉกาจฉกรรจ์มาก หลักการไม่ชอบครับ เมื่อหลักการไม่ชอบ การแก้ไขสารบัญญัติในขั้นตอนที่ท่านเขียนไว้ และถ้ารับหลักการเข้าไปในวาระ ๒ และวาระ ๓ การปรับปรุงแก้ไขสารบัญญัติที่เปลี่ยน หลักการความชอบอันนี้ไป มันก็จะไม่ชอบตามไปด้วยครับท่านประธานครับ ท่านประธาน ขออนุญาตสรุป สรุปครับในญัตติที่ ๑ แม้หลายอย่างในนั้นเป็นเรื่องที่ดีแต่เมื่อท่านได้ผูกรวม หลักการและเหตุผลแก้มาตรา ๑๔๔ และมาตรา ๑๘๕ ไม่ชอบด้วยหลักการและเหตุผล ที่กราบเรียน หลักการแยกอำนาจนะครับ บริหารและนิติบัญญัติที่แยกกัน เมื่อหลักการ ไม่ชอบ รับหลักการไม่ได้ครับ ข้อที่ ๒ ผู้แทน ผู้เสนอญัตติได้แถลงลักษณะที่ว่ารับหลักการ ไปก่อน แล้วไปแก้ในวาระ ๒ ให้กลับมาเหมือนเดิม คือเหมือนกับไม่แก้ ทำได้หรือครับในเมื่อ ท่านรับหลักการให้แก้ไปแล้ว แล้วสื่อก็ไปออกข่าวว่ายอมถอย ถ้าไม่แก้ค่อยไปคว่ำกันในวาระ ที่ ๓ ไม่ให้ประกาศใช้เป็นกฎหมาย ผมคิดว่านั่นคือการถอยแน่เหรอครับ หรือเป็นการขอไป อีกก้าวหนึ่งแล้วไปสู้เอาดาบหน้าคือขั้นวาระที่ ๒ และไปสู้ในอีกขั้นหนึ่งคือในขั้นตอนวาระ ที่ ๓ เป็นการกล่าวอ้างที่เลื่อนลอย ไม่มีหลักประกันอะไรเลยครับว่าวาระที่ ๒ จะแก้ตามนั้น กลับไปเหมือนเดิม ยิ่งไปกว่านั้นท่านประธานที่เคารพครับ ผมใช้เวลาอีกนิดเดียว มีเพื่อน สมาชิกส่วนหนึ่งได้ร่วมลงชื่อในญัตตินี้จำหลายสิบท่าน ท่านจะยอมแก้ไปอย่างนี้หรือครับ ไม่มีหลักประกันอะไรเลยครับ และมีเพื่อนสมาชิกส่วนหนึ่งท่านอภิปรายตั้งแต่เมื่อวาน ท่านสนับสนุนให้แก้ครับ แม้แต่ ส.ส. ในเขตบ้านผมใน กทม. เมื่อคืนนะครับ ท่านก็เสนอว่ามันควรแก้ ท่านจะได้ไปช่วยชาวบ้าน แล้วถ้าอย่างนี้จะมีหลักประกันได้อย่างไรว่าเมื่อเข้าสู่วาระ ๒ แล้วจะมีการแก้ไขครับ
สุดท้ายข่าวออกมาว่าหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐซึ่งก็คือกลุ่มเพื่อนสมาชิก ที่เสนอญัตติที่ ๑ บอกว่ายืนยันไม่แก้มาตรา ๑๔๔ มาตรา ๑๘๕ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของ รัฐธรรมนูญ แล้วก็มีข่าวสอดคล้องกับผู้นำรัฐบาลซึ่งก็เป็นนายกรัฐมนตรีที่พรรคพลัง ประชารัฐเป็นผู้เสนอให้เป็นนายกรัฐมนตรี ท่านก็ยืนยันจุดยืนไม่แก้เพราะอันนี้คือหัวใจ สำคัญ ด้วยเหตุผลทั้งหมดนี้ถึงเวลานี้ครับท่านประธาน ผมขอวิงวอนผู้เสนอญัตติที่ ๑ ครับ ถอนญัตติออกไปก่อนลงมติค่ำนี้หรือเย็นนี้ครับ จะเป็นการทำงานทางการเมืองที่สร้างสรรค์ รับฟังเสียงซึ่งกันและกัน โดยเฉพาะรับฟังเสียงจากสังคมที่ดังกระหึ่มอยู่ในขณะนี้ว่า ท่านกำลังจะแก้มาตรา ๑๔๔ และ มาตรา ๑๘๕ ถอยหลังเข้าคลองให้เกิดการประพฤติมิชอบ ซึ่งเขาปิดรูไว้แล้ว ท่านประธานที่เคารพครับ อย่างไรก็ตามถ้าผู้เสนอดึงดันญัตติที่ ๑ เดินหน้า ต่อไป ผมในฐานะสมาชิกรัฐสภาคนหนึ่งเป็นคนเล็ก ๆ คนเดียวเท่านั้นไม่สามารถลงมติ รับหลักการญัตติของท่านได้ ขอบพระคุณท่านประธานครับ