อันวาร์ สาและ หารือปัญหาความขัดแย้งระหว่างรัฐสภายังประชาชนที่เกิดจากกลไกเสียงข้างมาก พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงความเปราะบางของระบอบประชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญปัจจุบันที่ให้อำนาจ ส.ว. แต่งตั้งเหนือกว่า ส.ส. โดยเสนอแนวทางแก้ไขผ่านการตั้งคณะลูกขุนจากภาคเอกชนเพื่อเพิ่มความเป็นธรรมในการตัดสินวาระสำคัญ และผลักดันการปฏิรูปกลไกภายในสภาเพื่อส่งเสริมเจตจำนงของประชาชนแทนการพึ่งพาการรัฐประหาร พร้อมเรียกร้องให้พิจารณาแนวคิดดังกล่าวเป็นทางเลือกเพื่อความมั่นคงและเสถียรภาพของชาติในระยะยาว
เรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม นายอันวาร์ สาและ ส.ส. จังหวัดปัตตานี พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา วันนี้เป็นวันสำคัญมากที่สุดวันหนึ่งของระบอบประชาธิปไตย เพราะว่าเรากำลังแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับที่ออกแบบมาเพื่อพวกเราให้เป็นประชาธิปไตย ไม่ให้ สืบทอดอำนาจต่อไป จึงได้มีการยื่นร่างเข้ามาเพื่อขอแก้ไขถึง ๑๓ ร่าง จะสำเร็จหรือไม่ ก็คงแล้วแต่บุญแต่กรรมของประเทศล่ะครับ การที่จะแก้ไขสิ่งต่าง ๆ ที่เป็นปัญหาให้หมดไปนั้น ก่อนอื่นเราคงจะต้องเข้าใจว่าปัญหา อยู่ที่ไหน และเราต้องพูดแต่ความจริง จะโกรธกันไม่ได้ แต่สังคมการเมืองบ้านเรามักจะพูด ไม่เป็นความจริงกัน ภาษาชาวบ้านเขาเรียกว่าแทงกั๊ก ถามวัวตอบควาย ทะเลาะกันบน หน้าสื่อ แต่ก็บอกว่าไม่มีอะไร การเมืองจึงถูกมองว่าเป็นเรื่องของการแสวงหาประโยชน์ ส่วนตนมากกว่าที่จะทำประโยชน์ให้แก่ชาติบ้านเมือง ความขัดแย้งในสภานั้นเป็นเรื่อง ปกติครับ ในระบอบประชาธิปไตยที่มีความเห็นไม่ตรงกันแต่ความขัดแย้งนั้นสามารถยุติได้ ด้วยเสียงข้างมากในสภา ซึ่งบ่อยครั้งฝืนความรู้สึกของประชาชน แต่มีการทักท้วงจากสังคม ผ่านสื่อ ซึ่งหากรัฐบาลไม่ใส่ใจนี่ก็จะเป็นปัญหา ทนไม่ไหวก็รวมตัวกันชุมนุมต่อต้าน กระโดด ร่วมเป็นคู่ขัดแย้ง สุดท้ายก็เป็นความขัดแย้งระหว่างสภากับประชาชน จนนำไปสู่เหตุของ การปฏิวัติ ยังจำได้ไหมครับกรณีที่อภิปรายเรื่องทุจริตจำนำข้าวและ พ.ร.บ. นิรโทษกรรม ถ่ายทอดสดทั่วประเทศ รัฐบาลผิดหรือไม่ผิดประชาชนจะเป็นผู้ตัดสิน แต่มติเสียงข้างมาก ในสภาบอกว่ารัฐบาลไม่ผิด มีการจุดประเด็นเรื่องนี้ ชุมนุมกันเกือบปี เศรษฐกิจเสียหาย ประชาชนบาดเจ็บล้มตาย นี่คือเหตุผลที่ทหารใช้เป็นข้ออ้างในการปฏิวัติใช่ไหมครับ พรรคประชาธิปัตย์ก็ถูกกล่าวหาว่าเป็นคนเรียกประชาชนออกมาชุมนุม และเรียกทหาร ออกมาปฏิวัติ เพราะผู้จุดประเด็นเป็นอดีตสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ เราจะโทษ พรรคประชาธิปัตย์หรือจะโทษเสียงข้างมากในสภาตามรัฐธรรมนูญครับ และหากยอมรับกัน ว่าเสียงข้างมากคือปัญหาก็ต้องแก้ไขที่เสียงข้างมาก ท่านประธานครับ วันนี้ผมจะขอเสนอ แนวทางแก้ไขปัญหาเรื่องเสียงข้างมาก โดยให้มีคณะลูกขุนสภา หรือจะเรียกว่า ตุลาการสภา ความหมายคือ คณะบุคคลที่มาจากตัวแทนองค์กรภาคเอกชนที่ไม่ใช่ นักการเมือง ทำหน้าที่เป็นตัวแทนของประชาชนในการตัดสินชี้ขาดการอภิปรายวาระสำคัญ ในสภา โดยยึดหลักการทำสิ่งที่ถูกให้เป็นถูกและผิดให้เป็นผิด ซึ่งจะเป็นการหลีกเลี่ยงหนทาง ที่จะนำไปสู่ความขัดแย้ง ดังเช่นตัวอย่างที่ผมได้เสนอไปแล้วในกรณีของจำนำข้าว และ พ.ร.บ. นิรโทษกรรม ถ้าในตอนนั้นมีคณะลูกขุนสภาก็อาจจะไม่เกิดเหตุการณ์วุ่นวาย จนนำไปสู่การปฏิวัติ ทำไมผมถึงเชื่อว่าคณะลูกขุนสภาจะเป็นทางออกของประเทศไทย ผมเชื่อว่าคณะลูกขุนสภาหรือคณะตุลาการสภาไม่ใช่นักการเมือง ซึ่งจะตัดสินโดยไม่เข้า ข้างใคร เพราะไม่ได้สังกัดพรรค ถ้าทำตามหลักทำสิ่งที่ถูกให้เป็นถูก ผิดให้เป็นผิด สังคมก็จะ ให้การยอมรับและพอใจต่อคำตัดสินนั้น ๆ เพราะตรงใจกับประชาชน เสมือนหนึ่งประชาชน เข้าไปนั่งเป็นกรรมการตัดสินด้วยตัวเอง หากทำได้ประชาชนจะรู้สึกว่าจะสภาเป็นของ ประชาชนอย่างแท้จริง จึงไม่มีสาเหตุใดที่จะทำให้ประชาชนขุ่นเคือง ออกมาชุมนุมประท้วง แล้วก็ไม่มีเหตุใด ๆ ที่ทหารจะใช้เป็นข้ออ้างออกมาทำการปฏิวัติรัฐประหาร ท่านประธานครับ ผมขออนุญาต ผมมีสไลด์ (Slide) ให้ขึ้นด้วยครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
ท่านประธานครับ ลองดูสิครับ สถิติของการปฏิวัติประเทศเราเป็นอย่างไรบ้างครับ ติด ๑ ใน ๕ ของโลก และมีการรัฐประหารสำเร็จถึง ๑๓ ครั้ง เป็นที่๑ ของโลกน่าภูมิใจไหมครับ ท่านประธานครับ เรื่องนี้เป็นเรื่องใหม่ที่ไม่มีใครคิดและไม่เคยมีใครพูดถึง ผมเองคิดว่านี่คือแนวทางในการแก้ไข ปัญหาของชาติ ที่ผมพยายามเน้นว่าปัญหาเกิดในสภาก็ต้องควรจบในสภาด้วยกลไกของ ประชาธิปไตย ทำไมต้องให้ทหารออกมาปฏิวัติ เพราะปฏิวัติครั้งใดประเทศไทยก็ถอยหลัง เข้าคลอง ส่วนที่มาของคณะลูกขุนหรือตุลาการสภาจะเป็นอย่างไรนั้นก็ไม่น่ามีปัญหาครับ สามารถออกแบบได้ ไม่ใช่เรื่องแปลกหากผู้มีอำนาจต้องการแก้ไขปัญหาของชาติรัฐธรรมนูญ ฉบับนี้อ้างว่าเป็นประชาธิปไตย ถูกออกแบบมาได้อย่างไรครับ ให้ ส.ส. ที่มาจากการเลือกตั้ง ของประชาชนซึ่งควรจะมีอำนาจบริหารในสภา แต่อำนาจกลับไปอยู่ที่ ๒๕๐ สว. ที่มาจากการแต่งตั้ง นี่สิครับเป็นเรื่องแปลก เรื่องนี้ผมได้ นำเสนอในที่ประชุมพรรค เพราะมั่นใจว่าประเด็นของผมนั้นไม่ถูกกล่าวหาว่าเป็นการแก้ไข รัฐธรรมนูญเพื่อตัวเอง แต่เป็นการแก้ไขให้ประชาธิปไตยเดินหน้าต่อไปได้เพื่อประโยชน์ของ ประเทศชาติและประชาชนโดยไม่ต้องมีการปฏิวัติ แต่สิ่งที่น่าเสียดายครับ พรรคไม่ได้ใส่ใจ ซึ่งผมก็ไม่ได้ว่าอะไรครับ แต่ก็ต้องทบทวนและพิจารณาว่าผมควรจะต้องทำอย่างไรต่อไป หรือไม่
ท่านประธานครับ ๑๓ ร่างแก้ไขที่เสนอเข้ามานั้นผมไม่แน่ใจนะครับว่า จะได้รับการพิจารณาจากผู้มีอำนาจหรือไม่ เพราะจากพฤติกรรมที่ผ่านมามักจะโยนว่า เป็นเรื่องของสภา แต่อย่างไรก็ตามวันนี้ ผม นายอันวาร์ สาและ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดปัตตานี พรรคประชาธิปัตย์ ก็ขอทำหน้าที่เสนอแนวคิดที่แปลก ๆ ใหม่ ๆ ให้ถูกบันทึก ไว้ในสภาเพื่อเป็นทางออกให้กับบ้านเมือง เพราะหากยังปล่อยให้เสียงข้างมากยังมีบทบาทใน รัฐสภา ตัดสินมาแล้วฝืนความรู้สึกอีก ประชาชนก็ออกมาต่อต้านอีก ก็กลับมา วังวนเดิมอีกครับ ขอบคุณครับท่านประธาน