ถวิล เปลี่ยนศรี หารือเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อให้มีความเป็นธรรมและป้องกันการก้าวก่ายการแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ของรัฐ และเรียกร้องให้ให้ความเป็นธรรมและคุ้มครองเจ้าหน้าที่ของรัฐ โดยเฉพาะการให้ความเห็นชอบผู้ได้รับ การเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรี และการป้องกันความไม่เท่าเทียมกันของสิทธิและอำนาจในระบอบประชาธิปไตย
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม นายถวิล เปลี่ยนศรี สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ขอใช้เวลาของ รัฐสภาแห่งนี้อภิปรายร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม ที่สมาชิกเสนอ เข้ามาสู่การพิจารณาจำนวน ๑๓ ฉบับ ผมอยากเริ่มอย่างนี้ครับ รัฐธรรมนูญนั้นแม้จะเป็น กฎหมายสำคัญสูงสุดของประเทศที่วางโครงสร้างการปกครอง กำหนดกรอบกติกา ความสัมพันธ์ของอำนาจฝ่ายต่าง ๆ ในบ้านเมือง ซึ่งตามหลักการนั้นควรจะแก้ไขยาก ไม่ควร จะได้รับการแก้ไขอย่างพร่ำเพรื่อ แต่รัฐธรรมนูญก็เหมือนกฎหมายอื่น ๆ หรือสิ่งอื่น ๆ ในโลกนี้ครับ เมื่อเวลาเปลี่ยนแปลงไปผ่านไปสถานการณ์ความจำเป็นต่าง ๆ เปลี่ยนแปลงไป อาจจะเกิดความล้าสมัยไม่เหมาะสม ก็ย่อมจะมีการเปลี่ยนแปลงได้ นั่นคือรัฐธรรมนูญแก้ไข ได้ ผมพูดอย่างนี้หลายท่านอาจจะตั้งคำถามว่า อ้าวแล้วทำไมครั้งที่แล้วที่มีการเสนอแก้ไข รัฐธรรมนูญนั้นถึงไม่สำเร็จ ครั้งที่แล้วมีการเสนอแก้ไขมาตรา ๒๕๖ หมวด ๑๕ แห่ง รัฐธรรมนูญเพื่อให้มี ส.ส.ร. ขึ้นมาจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับแล้วก็ล้มเหลวนั้น ผมคิดว่าเพราะว่าท่านไปทำเรื่องที่ยาก คือขอทำทั้งฉบับ ขอตั้ง ส.ส.ร. ขึ้นมาทำรัฐธรรมนูญ ฉบับใหม่ ถ้าเป็นกีฬาเรื่องนี้ต้องเรียกว่าท่านเลือกเล่นท่ายาก ซึ่งปกติจะมีคะแนนสูงนะครับ แต่โอกาสพลาดก็มีมาก ถ้าเล่นหกต่ำหกสูง ตีลังกากลับหน้ากลับหลัง แถมยังใส่เกลียวเข้าไป อีก ๒ รอบ เพราะฉะนั้นก็ไม่สำเร็จเหมือนเช่นที่ผ่านมาแล้วนะครับ เพราะว่ามันเป็นไปไม่ได้ ทั้งในหลักข้อกฎหมายซึ่งศาลรัฐธรรมนูญก็ได้วินิจฉัยเป็นแนวทางไว้แล้ว รวมทั้งข้อเท็จจริง ที่ว่าแก้อย่างนั้นมันอันตราย แก้อย่างนั้นมันจะทำให้บางเรื่องยุ่ง คราวนี้เมื่อท่านเสนอเข้ามา ทั้ง ๑๓ ฉบับ เยอะนะครับ แต่ก็เป็นการเสนอแก้ไขรายมาตรา ซึ่งก็เป็นไปตามคำวินิจฉัยและ ข้อแนะนำของศาลรัฐธรรมนูญ ก็เป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้วครับ ส่วนจะเหมาะจะควรหรือไม่นั้น อย่างน้อยที่สุดก็ได้เข้ามาในช่องทางที่ถูกต้องแล้วเดินต่อไปได้ รวมทั้งในโอกาสนี้เมื่อเข้ามา ในช่องทางที่ถูกต้องก็เป็นโอกาสที่สมาชิกวุฒิสภา ซึ่งพวกเราถูกต่อว่าต่อขานมาตลอดว่าทำ ตัวเป็นจระเข้ขวางคลอง เป็นอุปสรรคต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตลอดนะครับ คราวนี้เมื่อ ท่านเสนอเข้ามาเป็นรายมาตรา ท่านจะตัดทอนสิ่งใด ท่านจะเพิ่มเติมสิ่งใด แม้ว่าสิ่งนั้นจะ กระทบต่อสิ่งที่พวกเราถูกกล่าวหาอยู่ตลอดว่าเป็นอำนาจเป็นผลประโยชน์ของพวกเรา ท่าน ทำได้เต็มที่นะครับ ผมมั่นใจนะครับว่าเพื่อนสมาชิกวุฒิสภาพวกเราจะพิจารณาอย่าง ตรงไปตรงมาด้วยเหตุด้วยผล ถ้าสิ่งนั้นชอบด้วยกฎหมาย เป็นไปเพื่อประโยชน์ของประชาชน เป็นไปเพื่อให้เกิดผลดีต่อส่วนรวม ไม่ต้องมากังวลว่าพวกเราจะไม่เห็นด้วย ทุกอย่างจะเป็นไป ตามข้อเท็จจริง ทุกอย่างจะเป็นไปตามข้อกฎหมายและเหตุและผลของแต่ละเรื่อง
ทีนี้ผมมาดูแล้วว่า แล้วเราจะพิจารณาร่างทั้ง ๑๓ ฉบับอย่างไร เยอะนะครับ ๑๓ ฉบับ มีทั้งฉบับเดียวรวมหลายเรื่อง มีทั้งฉบับเดียวเรื่องเดียวประเด็นเดียว มีทั้ง ฉบับเดียวเรื่องเดียวหลายประเด็น แล้วก็มีทั้งที่ซ้ำกัน ซ้ำและตรงกัน ซ้ำแล้วก็ไม่ตรงกัน มันเยอะนะครับ คงอภิปรายไม่ได้ทั้งหมดว่าอะไรดีหรือไม่ดี ผมก็เลยมาจับหลักนะครับว่า ถ้าอย่างนั้นผมพิจารณากลับกันนะครับ จับเอาหลักตรงที่ว่าอะไรบ้างที่เป็นสาระสำคัญ อะไรบ้างที่เป็นหัวใจของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ซึ่งไม่ควรจะเอาออกไป ซึ่งไม่ควรจะปรับแก้ไข ให้ผิดเพี้ยนไปจากหลักการหรือเจตนารมณ์ดั้งเดิมที่มีอยู่ ก็จะจับร่างแต่ละร่างมาขึงดูว่า ฉบับใดไปตัดไปแก้หลักการสำคัญหรือเจตนารมณ์เหล่านั้นในรัฐธรรมนูญหรือไม่ ถ้ามี ก็ไม่รับครับ ถ้าไม่มีก็รับ นี่เป็นเรื่องง่าย ๆ นะครับ ถึงแม้จะใช้หลักนี้แล้วก็ตามผมก็ยังพบว่า มันมีหลายประเด็นมากคงไม่มีเวลาเพียงพอที่จะใช้ในการที่จะอภิปรายลงไปทุก ๆ ประเด็น ก็จะขออภิปรายเฉพาะสัก ๒-๓ ประเด็นที่สำคัญ ๆ ครับ
ประเด็นแรกครับ พูดกันเยอะแล้ว พูดกันแทบจะทุก ๆ ชั่วโมง ทุก ๆ การอภิปรายก็คือมาตรา ๑๔๔ และมาตรา ๑๘๕ มาตรา ๑๔๔ ที่ตัดบทลงโทษที่รุนแรง ตั้งแต่พ้นจากตำแหน่ง สิ้นสุดสมาชิกภาพ ตัดสิทธิทางการเมือง เผลอ ๆ ไปถึงขั้นติดคุก กับนักการเมืองทั้งที่เป็น ส.ส. ส.ว. รัฐมนตรี รวมไปถึงเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เข้าไปเปลี่ยนแปลง แก้ไข เพิ่มเติมรายการในงบประมาณรายจ่ายของรัฐ เรื่องนี้มองง่าย ๆ นะครับว่ามันไป ทำลายหลักการสำคัญอย่างที่เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายแล้วนะครับ ในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ อย่างหนึ่งนั่นก็คือมุ่งการปราบโกง มุ่งการปราบการทุจริตคอร์รัปชันที่ทำกันมายาวนาน จนเป็นที่เอือมระอาแล้วก็ทำให้ประเทศเราจมปลักอยู่กับการเป็นประเทศที่แก้ไขปัญหา คอร์รัปชันไม่ได้สักที เป็นอุปสรรคปัญหาต่อการพัฒนาประเทศตลอดมา ปล่อยประเด็นนี้ ออกไปก็เหมือนแก้มัดตราสังข์นะครับ ป่าช้าแตกแน่นอน ปล่อยให้มีการคอร์รัปชันอาละวาด หลอกหลอนประชาชนกันอีกรอบ เพื่อนสมาชิกหลายท่านพูดแล้วประเด็นนี้รับไม่ได้ แล้วก็ อาจจะต้องย้ำว่ารับไม่ไหวนะครับ
อีกมาตราหนึ่งครับ มาตรา ๑๘๕ อันนี้ก็สำคัญพอกันนะครับ ที่แก้ไขยอมให้ ส.ส. ส.ว. รวมไปถึงรัฐมนตรีใช้สถานะหรือตำแหน่งหน้าที่เข้าไปก้าวก่ายแทรกแซงการแต่งตั้ง โอนย้าย เลื่อนตำแหน่ง เลื่อนเงินเดือน ไปจนกระทั่งถึงให้พ้นตำแหน่งข้าราชการและ เจ้าหน้าที่ของรัฐ อันนี้ผมต้องบอกว่าเห็นแล้วแสลงใจผมมากเลย เพราะผมเจอจริง แล้วก็เจ็บจริงมาด้วยตัวผมเองในเรื่องนี้ คงยอมให้ร่างที่มีเนื้อหาอย่างนี้ผ่านไปไม่ได้ เช่นเดียวกันครับ ผมอยากจะเรียนว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐนั้นไม่ใช่พนักงาน ไม่ใช่คนงาน ไม่ใช่ยาม ไม่ใช่ รปภ. หรือคนรับใช้ส่วนตัวในบ้าน หรือในบริษัทของท่านนะครับที่ท่านนึกจะ โอนย้าย สับเปลี่ยนหน้าที่ ลงโทษ ไล่ออก ปลดออกได้ตามอำเภอใจทำไม่ได้นะครับ ท่านอาจจะคุ้นเคยในระบบของท่าน แต่ในระบบราชการของพวกเรา เรามีระบบคุณธรรม คุ้มครองอยู่ ท่านอย่าไปยุ่งกับเขาเลยนะครับ ปล่อยให้เขาอยู่กับระบบคุณธรรมซึ่งมันดีอยู่ แล้วนะครับ ผมประสบมาด้วยตัวเองครับที่มีการโอนย้ายอย่างไม่เป็นธรรม ไม่เป็นตามระบบ คุณธรรม ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการบริหารราชการแผ่นดิน แต่เป็นไปเพื่อความสะใจ เพื่อประโยชน์ตน ประโยชน์พรรค ประโยชน์พวกและญาติพี่น้อง มันเป็นประสบการณ์ ที่เจ็บปวดแล้วครับ ไม่น่ารื่นรมย์แต่อย่างใด สุดท้ายแม้ผมจะต่อสู้ฟ้องร้องเรียกหา ความเป็นธรรมและได้กลับคืนมาในที่สุด แต่ก็เป็นไปอย่างโดดเดี่ยว เป็นไปอย่างใช้เวลา ยากลำบากและเต็มไปด้วยอุปสรรคนานาประการนะครับ ก็ไม่อยากให้เรื่องนี้เกิดขึ้นอีก ต้องขอบคุณท่านผู้เสนอญัตตินะครับ ใน ๒ มาตรานี้ที่ท่านรับปากจะไปแก้ไขให้กลับไปยัง หลักการเดิมทั้ง ๒ มาตราในชั้นกรรมาธิการนะครับ แต่ด้วยความเคารพครับว่าในชั้นนี้ รับไม่ได้จริง ๆ ส่วนในชั้นกรรมาธิการวาระ ๒ วาระ ๓ นั้นก็ขอดูกันอีกทีหนึ่งนะครับ
ประเด็นที่ ๒ ครับ มาตรา ๒๗๒ เรื่องการให้ความเห็นชอบผู้ได้รับ การเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรี หรือที่เรียกกันว่าการปิดสวิตช์ ส.ว. เรื่องนี้ต้องพูดกันให้ชัด ครับ จะมาพูดเอามัน คำหนึ่งก็ปิดสวิตช์ ส.ว. สองคำก็ปิดสวิตช์ ส.ว. ไม่ได้ครับ พวกผม ส.ว. แม้จะอายุมากกันแล้ว ไฟน้อยกันแล้วนะครับ แต่จะมาให้ใครปิดสวิตช์ง่าย ๆ โดยไม่มีเหตุ ไม่มีผล จนกระทั่งไปถึงขั้นที่ข่มขู่คุกคามหรือเหยียดหยามในประการต่าง ๆ นั้นยอมไม่ได้ หรอกครับ แต่ถ้าท่านมีเหตุผลมาพูดกันผมกระซิบเบา ๆ นะครับ เราปิดสวิตช์เราเองได้ครับ
มาที่เหตุผลที่ไม่เห็นด้วยกับการตัดอำนาจตรงนี้ของ ส.ว. ครับ ในการรับรอง ให้ความเห็นชอบนายกรัฐมนตรี ต้องบอกว่าในหลักการแล้วนี่เสียงของสมาชิกวุฒิสภาไม่ใช่ เสียงชี้ขาดในการเลือกตัวนายกรัฐมนตรีหรอกครับ ผู้ที่มาเป็นนายกรัฐมนตรีนั้นถ้าไม่มีเสียง สนับสนุนในสภาผู้แทนราษฎรที่มากเพียงพอเป็นนายกรัฐมนตรีไม่ได้หรอกครับ ถึงเป็นได้ ก็บริหารประเทศต่อไม่ได้ เรื่องนี้เป็นข้อเท็จจริงในทางการเมืองเมื่อตอนที่พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา เข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรีหลังการเลือกตั้งนั้น ท่านเข้ามาเพราะเสียงสนับสนุน ของ ส.ส. อย่างพวกเราในห้องนี้ล่ะครับ ไม่ได้มีเสียงสนับสนุนของ ส.ว. ไม่มีเสียงสนับสนุน ของ ส.ว. สักคนเดียวท่านก็เป็นนายกรัฐมนตรีได้อยู่แล้วนะครับ ท่านเป็นโดยเสียงสนับสนุน ของ ส.ส. ไม่ใช่เสียงสนับสนุนของ ส.ว. นะครับ เรื่องนี้ผมคิดว่าพวกเรา ส.ว. โดนด่าฟรีครับ เนื้อไม่ได้กินหนังไม่ได้รองนั่ง มีคนเอากระดูกมาแขวนคอให้โดนด่าฟรีมาตลอด
เหตุผลที่ ๒ ครับ การให้ ส.ว. ออกเสียงเลือกนายกรัฐมนตรีนั้นเป็นผลของ การทำประชามติพร้อม ๆ กับการรับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ทั้งฉบับ เป็นฉันทามติของประชาชน ไปหักดิบยกเลิกดื้อ ๆ ไม่ได้นะครับ ถ้าจะทำก็ต้องไปย้อนต้นทางทำประชามติมาเสีย ให้ถูกต้อง
เหตุผลที่ ๓ ที่ว่าเรื่องนี้ทำไมถึงจะไปยกเลิกไม่ได้ ก็เพราะว่าเรากำหนดไว้ใน รัฐธรรมนูญในบทเฉพาะกาล มันจะสิ้นสุดไปกับบทเฉพาะกาลก็อีกแค่ปี ๒ ปี ถึงเวลานั้น สวิตช์ พวกเราปิดเองครับไม่ต้องให้มีใครมาไล่ปิดอีกต่อไป
เหตุผลสุดท้ายที่ผมอยากจะพูดที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ก็คือว่า ส.ว. เราไม่ได้ มาจากประชาชน การมามีเสียงเลือกหรือให้ความเห็นชอบตัวนายกรัฐมนตรีนั้นในทาง หลักการแล้วมองอย่างไรก็ไม่เป็นประชาธิปไตยหรอกครับ ใคร ๆ ก็ทราบในสถานการณ์ปกติ มันไม่ควรมีอยู่นะครับ แต่ผมอยากให้พวกเราตั้งสติกันแล้วก็พิจารณาเรื่องนี้อย่างเป็นธรรม อยากเรียกร้องให้เราทำใจกว้าง ๆ ว่าในความเป็นจริงที่ผ่านมานั้นเราเป็นประชาธิปไตยกัน จริงหรือเปล่า ทุกอย่างเป็นไปตามหลักการอย่างสวยหรูอย่างนั้นหรือ บ้านเมืองเราที่ยุ่งเหยิง วุ่นวายมืดมนอย่างหลาย ๆ ปีที่ผ่านมานั้นเป็นเพราะอะไร ฝีมือใคร ผมคิดว่าไม่ใช่เพราะ พวกผมหรอกครับ แต่ที่มันยุ่งมันมืดเพราะใครท่านไปเป็นพิจารณาดูครับ ที่ผ่านมาใครกัน ที่อาศัยประชาธิปไตยบังหน้าสมคบกันโกงกินคอร์รัปชันสารพัดจนบ้านเมืองเสียหายย่อยยับ ที่ผ่านมาใครกันที่ดำเนินนโยบายผิดพลาดจนบ้านเมืองเสียหายแทบล่มจมล่มสลายไม่ต้องพูด ว่านโยบายเรื่องอะไร ท่านก็คงจะทราบกันนะครับ และใครบ้างที่ลุแก่อำนาจอาศัย เสียงข้างมากที่ผ่านกฎหมายใด ๆ ตามอำเภอใจโดยเฉพาะกฎหมายนิรโทษกรรมที่ทำลาย หลักนิติรัฐนิติธรรมอย่างย่อยยับไม่ฟังเสียงใคร ๆ จนกระทั่งประชาชนต้องออกมาเดินขบวน ขับไล่กันเต็มถนนเป็นล้าน ๆ คน แน่นอนล่ะครับนักการเมืองและพรรคการเมือง ที่ดีมีแน่นนอน แล้วก็มีอยู่มากด้วย แล้วก็มีอยู่ในสภาแห่งนี้เยอะด้วยนะครับ ซึ่งผมเคารพ นับถือชื่นชมพวกเขาเหล่านั้นอย่างเต็มที่นะครับ แต่เสียดายเหลือเกินว่าเรายังมีนักการเมือง ที่ดีไม่มากพอที่จะไปต้านทานนักการเมืองที่ไม่ดี ผมพูดอย่างนี้ก็เพราะว่าด้วยเหตุและผล ข้อบกพร่องอย่างนี้ครับ รัฐธรรมนูญฉบับนี้จึงได้มีบทบัญญัติต่าง ๆ เพื่อป้องกันและแก้ไข ปัญหาเหล่านี้ไม่ให้เกิดขึ้นอีก ซึ่งรวมถึงเรื่องบทเฉพาะกาลที่ให้ ส.ว. เราเข้าไปมีส่วนเลือก นายกรัฐมนตรี แล้วก็เป็นเรื่องชั่วคราวแค่ ๕ ปีเท่านั้น คงจบประเด็นที่ ๒ ครับ
เรื่องที่ ๓ นิดเดียวครับ เรื่องยุทธศาสตร์ชาติครับ ยุทธศาสตร์ชาติเป็นเรื่อง สำคัญนะครับ ทุกประเทศมีมีในรูปแบบต่าง ๆ กันเพื่อกำหนดเป้าหมายและทิศทาง ในระยะยาวของประเทศที่จะเดินไป เรื่องนี้สำคัญอย่างไรครับ แม้แต่เราเองธุรกิจเล็ก ๆ ยังต้องมีเป้าหมายยังต้องมีแผนของตัวเองต้องสำรวจทรัพยากร ต้องพิจารณาอุปสรรคปัญหา ข้อจำกัดต่าง ๆ หาทางเลือกเพื่อบรรลุเป้าหมายของเราเอง นี่ประเทศใหญ่โตกว่าบ้าน กว่าตัวเรา ใหญ่โตกว่าครอบครัวของเราตั้งไหน ๆ ไม่มีไม่ได้หรอกครับ เพราะฉะนั้นร่าง ที่เสนอมาในเรื่องนี้ถ้าตัดเรื่องนี้ออกไปรับไม่ได้ แต่ถ้าเสนอว่าควรจะปรับปรุงเปลี่ยนแปลงใน เนื้อหาวิธีทำวิธีปฏิบัติ วิธีขับเคลื่อนให้ดีขึ้นก็พอจะรับได้ ผมคงหมดเวลาตรงนี้แล้วก็คงเกิน เวลามาแล้ว ก็คงจะแค่นี้ครับ อยากสรุปว่ารัฐธรรมนูญนั้นแก้ได้ทำให้ถูกนะครับ แล้วก็ ประเด็นอะไรที่ผมคิดว่าได้อภิปรายมานั้นถ้ามันไปขัดกับหลักเรื่องพวกนี้ก็ด้วยความเคารพ ก็คงรับไม่ได้ ส่วนประเด็นอื่น ๆ ก็คงจะมีเพื่อนสมาชิกอภิปรายก็ตัดสินใจกันอีกทีครับ ขอบพระคุณมากครับ