ชวน หลีกภัย ชี้แจงขั้นตอนการลงมติในวาระที่ 1 ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 265 พร้อมแจ้งรายชื่อผู้ตรวจนับคะแนนจากทั้งสองสภาที่ได้รับการคัดเลือก ย้ำแนวทางการออกเสียงเพื่อประหยัดเวลาและลดความสับสน โดยเสนอให้ไม่ใช้ถ้อยคำประกอบในการลงคะแนน และอนุญาตให้ผู้สำรองสามารถสลับเปลี่ยนตัวผู้ตรวจคะแนนได้เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการประชุม
ขอบคุณครับ ท่านสมาชิก ที่เคารพครับ กระบวนการสรุปก็ยุติ ต่อไปก็จะเป็นเรื่องการลงมติในวาระที่ ๑ ซึ่งตามมาตรา ๒๖๕ ของรัฐธรรมนูญ ใน (๓) การออกเสียงลงคะแนนในวาระที่ ๑ ขั้นรับหลักการให้ใช้วิธี เรียกชื่อและลงคะแนนโดยเปิดเผย และต้องมีคะแนนเสียงเห็นชอบด้วยในการแก้ไขเพิ่มเติม นั้นไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภา ซึ่งในจำนวนนี้ ต้องมีสมาชิกวุฒิสภาเห็นชอบด้วยไม่น้อยกว่าหนึ่งในสามของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มี อยู่ของวุฒิสภา ตัวเลขเราค่อยว่ากันอีกทีหนึ่งนะครับ แต่ว่าขอเรียนว่าโดยที่เราได้ตกลง ในการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม ๑๓ ฉบับพร้อมกันไป แล้วก็ในขั้นตอน การลงมตินั้นก็จะดำเนินการไปโดยพร้อมกัน ซึ่งขออนุญาตในที่นี้นะครับว่าผมจะขออนุญาต ชี้แจง เนื่องจากได้มีการหารือเรื่องนี้มาแต่ต้นนะครับ แล้วก็พวกเราหลายท่านอาจจะ ยังไม่ทราบ
ประการแรกก็คือว่าตามข้อบังคับนั้นก็จะต้องมีผู้ตรวจนับคะแนน ๖ ท่าน จากวุฒิสมาชิก ๒ ท่าน จากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ๔ ท่าน ขณะนี้ได้คัดไว้แล้วนะครับ คือ กรรมการนับคะแนนก็จะมี นายกองตรี อาญาสิทธิ์ นายกิตติชัย เรืองสวัสดิ์ นายศรัณย์ ทิมสุวรรณ นางสาววรรณวรี ตะล่อมสิน ฝ่ายวุฒิสภามีนายปัญญา งานเลิศ นางสาว วิบูลลักษณ์ ร่วมรักษ์ สำรองฝ่ายวุฒิสภา พลเอก ปรีชา จันทร์โอชา นางสาววิไลลักษณ์ อรินทมะพงษ์ สำรองฝ่ายสภาผู้แทนราษฎร ๔ ท่าน นางสาวไพลิน เทียนสุวรรณ นายเอกการ ซื่อทรงธรรม นายวันนิวัตน์ สมบูรณ์ นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร อันนี้เสนอมา ๒ ชื่อ เอาให้แน่สักท่านนะครับ หรือนายวุฒินันท์ บุญชู อันนี้ตกลงกันนะครับ
ทีนี้กระบวนการที่อยากจะถือโอกาสเรียนก็คือว่าก่อนลงมติก็จะต้องมีการ ตรวจสอบองค์ประชุมนะครับ ท่านสมาชิกก็ต้องเริ่มเข้ามาได้แล้วครับ เมื่อตรวจสอบ องค์ประชุมครบแล้วก็จะให้เลขาธิการอ่านรายชื่อสมาชิกรัฐสภาเรียงตามลำดับอักษรเพื่อ สมาชิกได้ออกเสียงลงคะแนนเป็นรายคนนะครับ ทีนี้ขอเรียนย้ำตรงนี้นะครับเมื่อเลขาธิการ อ่านรายชื่อสมาชิกท่านใดให้สมาชิกท่านนั้นยืนขึ้นและออกเสียงลงมติในแต่ละร่างว่าจะรับ หลักการ หรือไม่รับหลักการ หรืองดออกเสียง ทีละฉบับต่อเนื่องกันไปจนครบทั้ง ๑๓ ฉบับ กล่าวคือท่านหนึ่งขึ้นมาแล้วนะครับก็ออกเสียงลงมติทีเดียวเลยทั้ง ๑๓ ฉบับ โดยขอร้องว่า ให้ใช้คำว่า รับหลักการ ไม่รับหลักการ งดออกเสียง แล้วแต่ท่านจะลงมตินะครับ ขอเรียนว่า ในการลำดับแต่ละฉบับนั้นขอร้องพวกเราว่าไม่ต้องใช้คำว่า ร่างที่ ๑ ร่างที่ ๒ ร่างที่ ๓ หรือร่างที่เท่าไรก็ตาม หรือฉบับที่ ๑ ฉบับที่ ๒ ฉบับที่ ๓ ขอให้ใช้คำว่า ๑ ๒ นะครับ เช่น ลงมติว่า ๑ รับหลักการ หรือไม่รับหลักการ หรืองดออกเสียง ๒ รับหลักการ หรือไม่รับ หลักการ หรืองดออกเสียง ไปลำดับจนถึง ๑๓ รับหลักการ ไม่รับหลักการ หรืองดออกเสียง แล้วแต่ ไม่ต้องเอ่ยคำว่า ร่าง หรือฉบับที่ ทั้งหมดเพื่อประหยัดเวลา ที่เราปฏิบัติและขอร้อง สมาชิกจริงจังก็คือเมื่อเลขาธิการอ่านชื่อท่านแล้วกรุณาอย่าประกาศชื่อตัวเองซ้ำนะครับ ๗๐๐ กว่าคน เวลาจะกินไปมากเลยครับ แล้วเราปฏิบัติได้ผลมาแล้วในอดีตนะครับ เพราะฉะนั้นเมื่อเลขาธิการอ่านชื่อท่าน ท่านยืนขึ้น ออกเสียงลงคะแนน ๑ รับหลักการ ไม่รับหลักการ ๒ รับหลักการ แล้วแต่นะครับ อันนี้ก็เป็นลำดับ ให้ครบทั้ง ๑๓ ฉบับ แต่ละท่านนะครับ ไม่เวียนกลับมาอีก หลังจากนั้น ขอเรียนท่านสมาชิกว่าเมื่อระหว่างที่มีการลงคะแนนนั้น สมาชิกท่านใดที่ไม่อยู่ สมาชิก ท่านใดไม่อยู่ ท่านต้องมาเรียงลำดับหลังจากการลงคะแนนท่านสุดท้ายแล้ว สมมุติว่า ท่านหนึ่งลงคะแนนแล้ว ท่านถัดไปเกิดมาไม่ทันนะครับ แล้วก็ผ่านชื่อไป แล้วท่านกลับ เข้ามาและท่านจะขอแทรกทันทีทันใด ทำไม่ได้นะครับ มิเช่นนั้นผู้ตรวจคะแนนจะสับสน นะครับ เพราะฉะนั้นขอความกรุณาว่าให้เราอยู่ เพราะว่าแต่ละท่านจะรู้ตัวว่าชื่อลำดับที่ เท่าไร เมื่อเขาอ่านชื่อไปก็รู้ว่าจวนจะถึงแล้วหรือยัง แล้วก็เตรียมตัวไว้นะครับ เพราะว่า จะลำดับชื่อไปตามลำดับ
ทีนี้อยากกราบเรียนต่อไปว่ากรุณาอย่ามีสร้อย เพราะว่า ๗๐๐ กว่าคนนั้น ถ้าเรามีสร้อยว่า รับหลักการอย่างยิ่ง ไม่อยากจะรับมาแต่ต้น อะไรพวกนี้ก็ตาม สร้อยที่ เปลืองนั้นประชาชนก็จะตำหนินะครับ เพราะฉะนั้นขอความกรุณาว่าเราใช้คำที่ปรากฏ ในกฎหมายและตามระเบียบนะครับ ไม่มีสร้อยเพื่อให้เสียเวลานะครับ สมาชิกที่อยู่ในลำดับ ที่ไม่สามารถมาลงคะแนนได้ตั้งแต่ต้น ไม่มีปัญหา เพียงแต่ว่าท่านต้องเสียเวลารอจน คนสุดท้ายจบ แล้วท่านก็จะมาต่อ โดยจะมาแทรกระหว่างกลางไม่ได้ ขอย้ำอีกครั้งหนึ่ง นะครับ อันนี้ก็เป็นวิธีการที่เราจะลงมติครับ ทีนี้สมาชิกมีอะไรข้องใจไหมครับ เพื่อจะได้ สบายใจแล้วก็ไม่ต้องซักถามตอนที่เราลงมติเพื่อว่าไม่สับสนนะครับ เพราะว่า ๗๐๐ กว่าท่าน คงจะมีปัญหาบ้างครับ ถ้าเราไม่เข้าใจกระบวนการ ผมขออนุญาตให้ผู้ตรวจคะแนนมา เตรียมตัวนะครับ แล้วก็ประเดี๋ยวผมจะขอเรียกองค์ประชุมนะครับ ผมขออนุญาตเป็น หลักการนะครับว่าเนื่องจากผู้ตรวจคะแนนนี้ต้องอยู่จนกระทั่งคนที่ ๗๐๐ กว่านะครับ เพราะฉะนั้นอาจจะเหนื่อยหรือว่าอาจจะมีปัญหาอะไรก็ตาม ก็ขออนุมัติที่ประชุมว่าให้ ผู้สำรองนั้นสามารถมาเปลี่ยนได้นะครับ ท่านวิรัชเชิญครับ