ชินวรณ์ บุณยเกียรติ หารือประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 2560 เพื่อเสริมสร้างประชาธิปไตย แก้ปัญหาข้อบกพร่องทางโครงสร้างและกฎหมายที่ก่อความขัดแย้ง โดยเน้นการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ การตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ การกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น และการต่อต้านการทุจริต พร้อมเสนอให้ตั้งกรรมาธิการศึกษาเพื่อดำเนินการอย่างโปร่งใส มีธรรมาภิบาล และสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของสังคม เพื่อนำไปสู่ระบบการเมืองที่มั่นคง เสถียรภาพ และรับผิดชอบต่อประชาชน
กราบเรียนท่านประธานครับ ผมคงไม่ได้ใช้เวลามากนักสำหรับการสรุป แต่ว่าอยากจะ กราบเรียนว่าท่านประธานให้เห็นภาพที่ชัดเจนว่าการที่พวกเราสมาชิกรัฐสภาได้ร่วมกัน พิจารณาในการแก้ไขเพิ่มเติมร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ผมคิดว่าต่างคนต่างทำหน้าที่ในฐานะ ที่เป็นสมาชิกรัฐสภา เป็นตัวแทนปวงชนชาวไทยตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้น ผมคิดว่าผมก็จะไม่อ้อนวอนแล้วก็ไม่เรียกร้องใครก็ตามว่าจะให้ช่วยกันลงมติเป็นอย่างไร แต่ผมคิดว่าจากการที่พวกเราได้ศึกษาเรื่องกฎหมายรัฐธรรมนูญ และได้ร่วมกันเสนอร่าง ขอแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญ เป็นเรื่องที่บรรดาเพื่อนสมาชิกรัฐสภาแห่งนี้ก็ได้ติดตาม ได้ศึกษามาตามลำดับ ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานเพื่อทบทวนนิดเดียวว่า ในเรื่อง ของการเสนอขอแก้ไขร่างกฎหมายรัฐธรรมนูญนั้น พรรคประชาธิปัตย์ของผมได้เห็น ความสำคัญว่าเมื่อรัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้ใช้มาระยะหนึ่ง เราก็พบปัญหาหลายเรื่องที่เกิดขึ้น จากความไม่มีดุลภาพของกฎหมายรัฐธรรมนูญ เกิดขึ้นจากความขัดแย้งในเรื่องของกฎหมาย รัฐธรรมนูญ แม้แต่มีหลายกลุ่มที่อาจจะเรียกร้องว่าไม่ให้มีการแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญ หรือบางกลุ่มบอกว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นฉบับแก้โกงหรืออย่างไรก็ตาม แต่ว่าเราก็พบ ความเป็นจริงว่ากฎหมายรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ นั้นเป็นกฎหมายรัฐธรรมนูญที่ยังมีปัญหา และมีช่องว่างทั้งในเชิงโครงสร้างและในเชิงกฎหมายหลายประเด็น และเราเชื่อว่าจะนำไปสู่ ความขัดแย้งครับ กฎหมายรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุดในการปกครองประเทศ ถ้าหาก ว่าไม่สามารถที่จะสร้างความเข้าใจร่วมกันได้ และไม่สามารถที่จะทำให้การเมืองมีดุลยภาพ ในที่สุดเสียงเรียกร้องให้มีการแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญก็เกิดขึ้นครับ พรรคประชาธิปัตย์ จึงได้เสนอเรื่องนี้เป็นนโยบายของพรรคประชาธิปัตย์ว่าเรามีความจำเป็นที่จะต้องแก้ไข กฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับนี้ โดยมีวัตถุประสงค์อยู่ ๓ ประการครับ
ประการแรก แก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับนี้เพื่อที่จะให้มีความเป็น ประชาธิปไตยมากยิ่งขึ้นครับ
ประการที่ ๒ เราเห็นว่าจำเป็นต้องมีการแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับนี้ โดยเฉพาะในเรื่องของสิทธิและเสรีภาพของพี่น้องประชาชน ถ้าเราไปลงดูในรายละเอียด จริง ๆ เราก็จะพบว่าในเรื่องสิทธิและเสรีภาพของพี่น้องประชาชน รัฐธรรมนูญปี ๒๕๖๐ นี้ อ่อนลงไปมาก เมื่อเปรียบเทียบกับรัฐธรรมนูญปี ๒๕๕๐ และปี ๒๕๔๐ และแน่นอน ที่สุดครับ สิ่งที่เราเห็นและพบว่ามีเสียงเรียกร้องกันมากขึ้นก็คือว่าเราจะทำอย่างไร ให้การเมืองนั้นได้มีการตรวจสอบ โปร่งใสและเป็นธรรมาภิบาล ผมคิดว่าเราก็ต้องมีจุดเริ่มต้น ในการที่จะแก้ไขให้กฎหมายรัฐธรรมนูญนั้นได้สนองตอบต่อการเมืองในโลกยุคปัจจุบัน ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ๗ ปีของรัฐบาลปัจจุบันอาจจะคิดว่าไม่นานนะครับ แต่ว่า บริบทของเศรษฐกิจ สังคม การเมืองนั้น ผมคิดว่าเปลี่ยนแปลงไปมากมาย จนแน่นอนที่สุดก็ นำมาสู่การที่พวกกระผมได้เสนอต่อสภาแห่งนี้ให้ตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นมาเพื่อศึกษาในการ แก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญ นี่ล่ะครับจึงเป็นที่มาที่ผมบอกว่าผมมั่นใจว่าพวกเราสมาชิก รัฐสภาแห่งนี้มีความเข้าใจในเรื่องการขอเสนอแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญอย่างชัดเจน เพราะเราได้ร่วมกันในการเป็นกรรมาธิการศึกษาเพื่อแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญ และต่อมา เมื่อเราได้มีการเสนอให้มีการแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญในคราวที่แล้ว ในท้ายที่สุดในรัฐสภา แห่งนี้ก็นำไปสู่การขอให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นมาศึกษาก่อนที่จะแก้ไขกฎหมาย รัฐธรรมนูญ ที่ผมต้องพูดในเรื่องนี้ก็เพราะว่ามันก็มีกระแสในเรื่องของหลายส่วนที่อาจจะ พูดถึงว่ายังไม่มีความเข้าใจ ร่างรัฐธรรมนูญส่งมาช้า หรือควรที่จะได้มีการได้ศึกษาให้เกิด รายละเอียดมากยิ่งขึ้น แต่วันนี้ผมยืนยันว่าไม่มีความจำเป็นนะครับ วันนี้เป็น วันประวัติศาสตร์ครับ วันที่ ๒๔ มิถุนายน เราผ่านมา ๘๙ ปีแล้วครับ การเปลี่ยนแปลง การปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์มาเป็นระบบประชาธิปไตยที่มี พระมหากษัตริย์เป็นประมุข เพราะฉะนั้นวันนี้จึงเป็นวันที่พวกเราทั้งหลายต้องร่วมใจกัน ตัดสินใจครั้งสำคัญอีกครั้งหนึ่งว่าเราจะนำไปสู่กระบวนการในการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ เพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ตามที่ผมได้กราบเรียนทั้ง ๓ ประการนั้น หรือไม่ครับ
ท่านประธานครับ พวกผมซึ่งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรค ประชาธิปัตย์ เมื่อสักครู่ท่านประธานบอกว่าพรรคภูมิใจไทยมีเจตนาที่จะสรุปด้วย เพราะฉะนั้นผมก็จะลดลงไปเหลือ ๖ ประเด็นที่เป็นส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ที่ได้มี การเสนอนะครับ ผมคิดว่าจริง ๆ โดยภาพรวมนั้นท่านหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ท่านจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ได้กรุณากราบเรียนต่อท่านประธานสภาและเพื่อนสมาชิก ในรัฐสภาแห่งนี้ ชัดเจนไปแต่ละประเด็นแล้วครับ แต่ว่าอย่างไรก็ตามครับเมื่อผมได้ฟังเพื่อน สมาชิกได้ถามถึงจุดอ่อน จุดแข็ง ได้ถามถึงความมั่นใจ ผมคิดว่าก็มีความจำเป็นที่ผมจะต้อง สรุปเพื่อให้เกิดความชัดเจนอีกครั้งหนึ่งว่าในร่างที่เสนอโดยพรรคประชาธิปัตย์นั้นถ้าเราจะ แบ่งเป็นองค์ประกอบแล้วก็มี ๒ ส่วนที่สำคัญเท่านั้นครับ ส่วนแรกก็คือเป็นส่วนเรื่องสิทธิ เสรีภาพของประชาชน เป็นส่วนที่เกี่ยวข้องกับในเรื่องเกี่ยวกับการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ และเป็นส่วนที่เกี่ยวข้องกับการกระจายอำนาจลงไปสู่ท้องถิ่น ซึ่ง ๓ เรื่องนี้ผมคิดว่าเป็นเรื่อง ที่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชนโดยตรงครับ
ผมอยากกราบเรียนท่านประธานว่า เช่น ในหมวดที่เรามีการแก้ไขมาตรา ๒๙ เราก็เพิ่มเติมสิทธิของประชาชนในกระบวนการยุติธรรมครับ กำหนดให้ก่อนมีคำพิพากษา อันถึงที่สุด แสดงว่าบุคคลใดได้กระทำความผิดจะปฏิบัติต่อบุคคลนั้นเหมือนเป็นผู้กระทำ ความผิดมิได้ ยกเลิกการควบคุมหรือคุมขังผู้ต้องหาหรือจำเลยในการกระทำได้เพียงเท่าที่ จำเป็น เพื่อป้องกันมิให้เป็นการหลบหนี ตามมาตรา ๒๙ เดิม สิ่งเหล่านี้ดูเหมือนว่าเป็นหลักเบื้องต้น แต่ผมคิดว่ามันมีความจำเป็นครับ ในฐานะที่เรา เป็นนักการเมืองและเราเป็นฝ่ายนิติบัญญัติผมคิดว่าสิ่งที่เราสามารถดำเนินการให้กับ ประชาชนได้ ท่านประธานเองได้เคยกล่าวไว้ว่าเราไม่สามารถที่จะทำให้ประชาชนรวย เท่ากันได้ แต่เราสามารถที่จะทำให้ประชาชนได้รับความยุติธรรมเท่ากันได้ นี่คือสิ่งสำคัญ ที่ผมคิดว่าถ้าเรามีความเข้าใจในเรื่องของการยึดหลักความยุติธรรมให้กับพี่น้องประชาชน แม้แต่จุดเริ่มต้นในกระบวนการยุติธรรมตามที่ผมยกตัวอย่างดังกล่าวนั้นก็ถือว่ามีความสำคัญ เป็นอย่างยิ่งครับ ผมอยากเรียนว่าเพื่อนสมาชิกท่านจะละเลยสิ่งเหล่านี้ไปได้อย่างไรครับ หรือจะยกตัวอย่างเพิ่มเติมให้เห็นชัดเจน ไม่ว่าการเพิ่มเติมสิทธิชุมชน ท้องถิ่นดั้งเดิมในการ จัดการบำรุงรักษาและประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ เพิ่มสิทธิบุคคลในการได้รับ ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ การดำเนินการโครงการหรือกิจกรรมอันส่งผลกระทบต่อ ชุมชน ซึ่งทั้งหมดเหล่านี้ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่ในขณะนี้ถ้าหากคนที่ไม่ได้รับผลกระทบ อย่างแท้จริงในฐานะที่เขาเป็นเจ้าของที่ดิน เป็นเจ้าของทรัพยากรในชุมชนนั้น ๆ เขาควรจะ ได้รับประโยชน์จากทรัพยากรเหล่านั้นอย่างไร ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่รัฐธรรมนูญควรจะได้มี บทบัญญัติที่กำหนดเอาไว้นะครับ หรือในเรื่องของการกระจายอำนาจการถือครองที่ดิน อย่างเป็นธรรมและให้เกษตรกรมีกรรมสิทธิ์หรือสิทธิในการที่จะใช้ที่ดินในการประกอบอาชีพ หรือการจัดหาแหล่งน้ำอย่างเพียงพอ นี่ผมยกตัวอย่างให้เห็นได้อย่างชัดเจนว่าการขอแก้ไข กฎหมายรัฐธรรมนูญในหมวดและมาตราดังกล่าวนี้ผมคิดว่าพวกเราได้ทำการศึกษาเรื่องนี้ อย่างชัดเจน และผมหวังว่าวันนี้จะเป็นวันที่เป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญครับ
หรือในเรื่องที่เกี่ยวกับการแก้ไขเพิ่มเติมที่จะให้ประธานรัฐสภาส่งคำร้อง ที่กล่าวหากรรมการ ป.ป.ช. ไปยังประธานศาลฎีกาเพื่อตั้งคณะผู้ไต่สวนอิสระที่เป็น ผู้เป็นกลางทางการเมือง ซึ่งเดิมกำหนดให้เป็นดุลพินิจของประธานรัฐสภา ความเห็น เป็นเหตุสมควรสงสัยจึงจะส่งเรื่องไปยังศาลฎีกา เหล่านี้เป็นต้น ผมคิดว่าในวันนี้เราต้อง ยอมรับความเป็นจริงว่าการทุจริตคอร์รัปชันเกิดขึ้นอย่างมากมายครับ และแน่นอนที่สุดมีร่าง ของพรรคพลังประชารัฐที่ได้มีการพูดถึงมาตรา ๑๔๔ และมาตรา ๑๘๕ ซึ่งเกี่ยวข้องกับเพื่อน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เพื่อนสมาชิกวุฒิสภา และกรรมาธิการ ดูเปรียบประหนึ่งเหมือนว่า บุคคลหรือกลุ่มของพวกเราที่นั่งอยู่ในที่ประชุมนี้มีส่วนในการที่ทุจริตคอร์รัปชันอย่างมโหฬาร ผมไม่ปฏิเสธนะครับ และผมไม่เห็นด้วยที่จะไปแก้ไขให้ความเข้มข้นในเรื่องนี้อ่อนลงมา ผมคิดว่าเราก็พบความเป็นจริงว่าในการพิจารณางบประมาณในหลายส่วนก็พบว่าได้มี การทุจริตคอร์รัปชันจริง ๆ แต่ผมคิดว่ากระบวนการทุจรติคอร์รัปชันที่ทำให้เกิดความสูญเสีย กับประเทศชาติบ้านเมืองมากที่สุดก็คือว่าความทุจริตคอร์รัปชันจากผู้มีอำนาจครับ ท่านประธานครับ ที่ใดมีอำนาจที่นั้นย่อมมีการฉ้อฉลครับ ที่ใดที่มีอำนาจเหลือล้นการฉ้อฉล ก็มากเหลือประมาณครับ ผมคิดว่าคนที่เรียนทางรัฐศาสตร์คงจะจำคำที่เป็นคติเหล่านี้ได้ครับ เพราะฉะนั้นผมอยากกราบเรียนกับท่านประธานว่า นี่คือเรื่องที่เป็นประเด็นที่เรามี ความจำเป็นที่จะต้องดำเนินการในการขอแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญนะครับ
ในส่วนประเด็นที่ ๒ ที่ผมจะยกตัวอย่างมาเป็นองค์ประกอบก็คือในเรื่องของ การที่เราเห็นว่าวันนี้เรามีความจำเป็นที่จะต้องดำเนินการที่จะต้องสร้างระบบในเรื่องของ อำนาจรัฐ ไม่ว่าระบบการเลือกตั้งก็ดี ระบบการเลือกนายกรัฐมนตรีก็ดี อันนี้ก็เป็นเรื่องที่ เพื่อนสมาชิกในรัฐสภาแห่งนี้ได้พูดถึงกันมาตลอดว่าในช่วงระยะเปลี่ยนผ่านที่ผ่านมา ท่านนายกรัฐมนตรีของเราได้รับการเลือกตั้งจากรัฐสภาแห่งนี้ แต่ว่าก็มีเสียงของสมาชิกวุฒิสภาสนับสนุนท่าน ๒๕๐ ท่านครับ ผมอยากจะกราบเรียนกับ ท่านประธานว่าผมได้ยืนยันในหลักการนี้ตลอดระยะเวลาครับว่า ตรงนี้คือระบบที่มาที่ถูก กล่าวหาในเรื่องของการสืบทอดอำนาจและถูกกล่าวหาว่าไม่เป็นประชาธิปไตยครับ ไม่ได้ รังเกียจครับที่บรรดาเพื่อนสมาชิกวุฒิสภาได้ทำหน้าที่ที่สำคัญตามบทบัญญัติของกฎหมาย รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ และไม่ได้รังเกียจที่ท่านได้เคยทำหน้าที่ในการเลือกนายกรัฐมนตรี ผ่านมาครั้งหนึ่งแล้ว แต่เมื่อท่านสมาชิกวุฒิสภาไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง ผมคิดว่าท่านก็ควร จะมีอำนาจจำกัดในการที่จะกลั่นกรองกฎหมาย ในการที่จะตรวจสอบอำนาจรัฐในด้านอื่น ๆ นะครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้บริบททางการเมืองเปลี่ยนแปลงไปครับ ท่านนายกรัฐมนตรีก็มาจากการเลือกตั้ง ท่านนายกรัฐมนตรีก็มาจากพรรคการเมือง ที่สนับสนุนท่านนายกรัฐมนตรี เพราะฉะนั้นผมคิดว่าจะมีความชอบธรรมเป็นอย่างยิ่ง ถ้าหากว่าเพื่อนสมาชิกวุฒิสภาจะได้ยอมรับความเป็นจริงว่า ถ้าหากว่าท่านได้ร่วมมือกัน ในการตัดสิทธิไม่ให้ ส.ว. เลือกนายกรัฐมนตรี ข้อกล่าวหาในเรื่องที่ว่าท่านนายกรัฐมนตรี สืบทอดอำนาจก็จะหมดไปครับ และที่สำคัญที่สุดก็คือว่าผมเข้าใจว่าเราก็จะต้องยอมรับว่า ในยุคบทเฉพาะกาลนั้น ท่านก็ยังเหลือเวลาอีกประมาณ ๒ ปีเท่านั้นเองครับ เพราะฉะนั้น วันนี้ถ้าหากไม่มีการเปลี่ยนแปลงในช่วงที่มีการขอแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญ ในท้ายที่สุด ทำให้คนว่าในท้ายที่สุดท่านก็ยึดอำนาจ แล้วก็ไม่ยอมแก้ไขก็เพื่อตนเอง ซึ่งสิ่งเหล่านี้ผมคิดว่า ก็ไม่อยากให้เกิดขึ้นนะครับ
และประการสุดท้ายที่ผมอยากกราบเรียนท่านประธานก็คือในเรื่องของระบบ การเลือกตั้งครับ ท่านประธานที่เคารพครับ เราต้องยอมรับความเป็นจริงว่าท่านนายกรัฐมนตรี เองก็ถูกเรียกร้องว่าให้ลาออก ให้ยุบสภา ผมคนหนึ่งครับที่ได้กราบเรียนกับท่าน นายกรัฐมนตรีในสภาหลายโอกาสว่าท่านมีหน้าที่ที่จะต้องแก้ไขปัญหาบ้านเมือง ต้องประคับประคองบ้านเมืองให้เดินไปข้างหน้าให้ได้ ท่านไม่ควรที่จะลาออกหรือยุบสภา ทำไมผมจึงพูดเช่นนี้ครับ เหตุที่ผมพูดเช่นนี้ผมไม่ได้มีความประสงค์ว่าผมจะต้องมีหน้าที่ ในการที่จะประคับประคองท่านนายกรัฐมนตรีครับ แต่ผมมีความประสงค์ที่สำคัญว่า เราจะต้องดำเนินการในการที่จะต้องถอดสลักในการแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญ เพื่อที่จะให้ ระบบการเลือกตั้งและระบบการเลือกนายกรัฐมนตรีนั้นต้องเปลี่ยนแปลงไปจากบริบทเดิม ครับ ถ้าเรายังไม่เปลี่ยนแปลงกติกา ท่านประธานครับ ผมคิดว่าทุกคนก็ทราบดีครับ ถ้าหากเกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง นายกรัฐมนตรียุบสภา หรือนายกรัฐมนตรีลาออก ในท้ายที่สุดการเมืองก็กลับไปสู่จุดเดิม กลับไปสู่วังวนเดิมและปัญหาความขัดแย้งก็จะมีมาก ยิ่งขึ้น มีมากยิ่งขึ้นตามลำดับครับ แน่นอนที่สุดครับท่านประธาน ในฐานะที่พวกผมมาจาก การเลือกตั้ง พวกผมเป็นนักประชาธิปไตยครับ เราต้องยอมรับความเป็นจริงครับว่าถ้าหาก เราจะเข้ามาสู่วงจรของการมีอำนาจเราต้องยอมรับว่าเราจะต้องมาจากการเลือกตั้งครับ บางยุคบางสมัยก็มีการเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีมาจากการเลือกตั้งครับ เพราะฉะนั้น พวกผมจึงเห็นว่าควรที่จะได้มีการแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญในระบบเกี่ยวกับการเลือกตั้ง และระบบการเลือกนายกรัฐมนตรีตามที่มีรายละเอียดที่เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายไปแล้ว ผมก็ ไม่อยากจะรบกวนเวลาทั้งหมดของสภาแห่งนี้ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผมคิดว่าถ้าเราจะมาเริ่มต้นในการที่จะให้มี การแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญใน ๑๓ ฉบับที่เพื่อนสมาชิกรัฐสภาแห่งนี้เสนอขึ้นมา ซึ่งผมดู หลักการและรายละเอียดทั้งหมดแล้ว ผมคิดว่าประเด็นที่เสนอขึ้นมาทั้งหมดนี้เป็นประเด็น ที่ดีกว่ารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ แน่นอนครับ นี่คือเหตุผลแรก
ประเด็นที่ ๒ ก็คือผมเชื่อว่ากฎหมายรัฐธรรมนูญจะถอดสลักทางการเมืองที่ เกิดขึ้นในขณะนี้ได้ และจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองให้มีความเป็นประชาธิปไตย มากยิ่งขึ้นครับ และประการสุดท้ายครับท่านประธาน ผมมีความเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่า ถ้าเมื่อไรการเมืองมีเสถียรภาพ การเมืองมีดุลยภาพ เราก็จะได้ผู้แทนที่ดีครับ ถ้าเมื่อไรเราได้ ผู้แทนที่ดี ผู้แทนที่มาจากการเลือกตั้งที่สุจริตยุติธรรม จริง ๆ หัวใจก็อยู่ที่ตรงนี้นะครับ ท่านประธานครับ แต่วันนี้เราพูดถึงกฎหมายรัฐธรรมนูญ ซึ่งก็จะเป็นบันไดก้าวแรกที่จะ นำไปสู่การแก้ไขกฎหมายการเลือกตั้งและกฎหมายพรรคการเมืองให้อนุวัติเป็นไปตาม กฎหมายรัฐธรรมนูญต่อไป ผมเชื่อมั่นเหลือเกินครับว่าถ้าเราที่นั่งอยู่ตรงนี้ทั้งหมดทุกคนละ วางผลประโยชน์ส่วนตัวและมองไปสู่อนาคตว่าถ้าเราสามารถที่จะช่วยกันทำให้การเมืองของ เรามีเสถียรภาพและแก้ไขปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในขณะนี้ ผมคิดว่าในอนาคตต่อไปใคร จะมาเป็นรัฐบาลก็แล้วแต่ครับท่านประธาน ถ้าไม่มีความขัดแย้งที่ต้องมาโต้เถียงกันเรื่องที่มา ของนายกรัฐมนตรี เรื่องสภาเดี่ยว สภาคู่ เรื่องระบบการเลือกตั้ง ผมคิดว่าก็จะทำให้การเมือง มีเสถียรภาพ และถ้าหากการเมืองมีเสถียรภาพ พรรคประชาธิปัตย์เรามีความมั่นใจว่า การเมืองที่สุจริต การเมืองที่มีเสถียรภาพจะทำให้เราได้รัฐบาลที่ดี และเมื่อเราได้รัฐบาลที่ดี ก็จะไปแก้ไขปัญหาปากท้องของพี่น้องประชาชน จะไปแก้ไขปัญหาในการพัฒนาประเทศของ เราให้พัฒนาไปตามเป้าประสงค์ที่พวกเราต้องการต่อไป เพราะฉะนั้นวันนี้ผมจึงเชื่อมั่นว่า เพื่อนสมาชิกรัฐสภาแห่งนี้ต่างคนต่างทำหน้าที่ด้วยจิตสำนึก ซึ่งผมจะดูและเฝ้ามองร่วมกับ ประชาชนตอนลงมติตามลำดับต่อไปครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ