สุทิน ยันถอดอำนาจวุฒิฯ คัดเลือกนายกฯ หวังคืนความเชื่อมั่น

รัฐสภา · ครั้งที่ ๓ · ๒๔ มิถุนายน ๒๕๖๔

สุทิน คลังแสง หารือประเด็นการแก้ปัญหาอำนาจของวุฒิสมาชิกในการเลือกนายกรัฐมนตรี โดยเสนอให้ถอดอำนาจดังกล่าวเพื่อคืนความเชื่อมั่นให้ประชาชน พร้อมตั้งข้อกังวลต่อร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่พ่วงประเด็นอื่นไว้มากเกินไป จนอาจบีบให้ต้องรับทั้งฉบับโดยไม่ได้พิจารณาอย่างรอบด้าน เขาสนับสนุนการรับหลักการร่วมข้ามฝ่าย และเรียกร้องให้เร่งดำเนินการแก้ไขอย่างรอบคอบในชั้นกรรมาธิการ โดยเน้นประโยชน์ของประชาชนเป็นศูนย์กลาง พร้อมเตือนว่าหากไม่ผ่านร่างนี้ อาจส่งผลต่อเสถียรภาพทางการเมืองและความเชื่อมั่นของประชาชนในระยะยาว

นายสุทิน คลังแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มหาสารคาม

ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ ทีนี้อำนาจต่อมาที่ทำให้มีปัญหาที่สุด แล้วก็ทำให้ท่านต้องได้รับการพูดถึง มากที่สุด แล้วเราจำเป็นต้องแก้ให้ท่าน คืออำนาจในการเลือกนายกรัฐมนตรี นี่เราต้องแก้ ทำไมครับ การเลือกนายกรัฐมนตรีเป็นอำนาจสูงสุด มันเกี่ยวพันเกี่ยวข้องกับชีวิตของ ประชาชน มันเป็นสุดยอดของการแข่งขัน เพราะฉะนั้นการที่ใครจะมีอำนาจในการเลือกตั้ง นายกรัฐมนตรีจึงมีส่วนสำคัญ เผอิญรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไปเขียนให้ท่านมีอำนาจท่านก็ต้องโดน เป็นธรรมดา แล้วเผอิญที่มาของท่านเขาก็บอกว่าไม่ได้รับการเลือกตั้ง เพราะฉะนั้นท่านต้อง ยอมรับว่าตรงนี้มันเป็นการแข่งขันที่มันเป็นการต่อสู้ที่มีการได้เสียสูง เพราะฉะนั้นอำนาจ นายกรัฐมนตรีหรืออำนาจการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีพอไปอยู่กับท่านปั๊บมันก็เลยเป็นของร้อน ดูมีเหตุผลนะครับ ก็บอกว่ามันเป็นบทเฉพาะกาล ก็อยู่กันเพียง ๕ ปี แล้วก็เป็นระยะ เปลี่ยนผ่าน ก็หมายความว่าเปลี่ยนผ่านจากการปฏิรูปประเทศก้าวสู่ประเทศเก่าไปสู่ ปฏิรูปใหม่ เผอิญอยู่มาคนในสังคมเขาก็ไม่เห็นว่ามันเป็นการเปลี่ยนผ่านไปสู่การปฏิรูป มันไม่ได้มีการปฏิรูปจริง จึงคิดว่าไม่น่าจะมีความจำเป็น จะมีเปลี่ยนผ่านก็คือเปลี่ยนผ่านจาก ประยุทธ์ ๑ มาประยุทธ์ ๒ แล้วที่ระแวงกันมาก ๆ วันนี้กำลังจะมีเรื่องก็คือ ท่านกำลังจะทำ หน้าที่เปลี่ยนผ่านจากประยุทธ์ ๒ ไปประยุทธ์ ๓ เขากลัวอย่างนี้ เพราะฉะนั้นท่านก็พยายาม อธิบายว่าการเลือกนายกรัฐมนตรีจริง ๆ ต้นเหตุมันมาจาก ส.ส. ปลายเหตุมันมาอยู่ที่ ส.ว. เท่านั้นเอง เรื่องนี้จริง ๆ อธิบายอย่างนั้นก็ได้ครับ ดูดีครับ แต่ว่าวันนี้ประชาชนไม่เชื่อ เขาเชื่อว่าใครจะได้เป็นนายกรัฐมนตรีวันนี้อยู่ที่ ส.ว. เพราะฉะนั้นแรงกดดันมันก็มาที่ท่าน มันก็เข้าตำราว่าเลือกนายกรัฐมนตรีที่ผ่านมาแม้มันจะเป็นการตกลงเบื้องต้นไปจาก ส.ส. ส.ว. ไม่เกี่ยว เขาก็มองว่าเหมือนกับช้างตายทั้งตัวเอาใบบัวไปปิด เขาก็ไม่เชื่อโดยง่าย เพราะฉะนั้นการที่จะแก้ตรงนี้ มาถึงจุดที่ท่านคิดว่าท่านจะได้เห็นเจตนาดี ผมคิดว่าถ้าสมมุติ ว่าละอำนาจข้อนี้ไปจากท่าน ๑. ท่านจะเบาลง ท่านจะออกจากภาวะกดดัน ออกจาก สถานการณ์ที่แข่งขันกัน ท่านไปยืนเหมือน ส.ว. ชุดก่อน ๆ ปั๊บ ถ้าแก้ให้ท่านไปอยู่ว่า เพียงกลั่นกรองกฎหมายแล้วก็ถ่วงดุล ตรวจสอบ ส่วนเรื่องนายกรัฐมนตรีก็เป็นเรื่องประชาชนเขาเลือกไป ผมว่าถ้าแก้อย่างนี้ได้ท่านเบาตัว ไว้เลยนะครับ แล้วผมก็เชื่อว่าท่านไม่อยากใช้อำนาจข้อนี้หรอก ผมคุยกับท่านสมาชิก ส.ว. หลาย ๆ ท่าน ท่านไม่อยากใช้อำนาจหรอก แต่คนอยากให้ใช้คือคนอื่น ไม่ใช่ท่าน เพราะฉะนั้นที่เราแก้ข้อนี้ ผมว่าถ้าแก้ปั๊บสถานการณ์หลายอย่างจะดีขึ้น และที่สำคัญที่สุด ก็คือเราก็คุยกันว่ามันเป็นเพียงบทเฉพาะกาล อีก ๒ ปีก็หมดแล้ว เราทำไมไม่ทนเอา ท่านครับ ๒ ปีต่อไปนี้สำหรับประเทศไทยมันเดิมพันสูงมาก ไม่รู้อะไรจะเกิดขึ้น ประชาชน เขาก็คิด พวกผมก็คิด ๒ ปีต่อไปนี้อาจจะเลือกตั้ง ๒ ครั้งก็ได้ เลือกนายกรัฐมนตรีอีก ๒ ครั้งก็ ได้ มันมีคุณค่าสูงนะ เขาถึงบอกว่าน่าจะพอแล้วกระมัง นี่คือมูลเหตุที่พวกเราจะต้องขอแก้ เรียนตรง ๆ ว่าที่พูดผ่านมาเหตุผลทุกอย่างไล่เลียงมาผมอาจจะพูดตรงไป ก็ไม่มีเจตนาที่จะ ทำให้บอบช้ำน้ำใจ แต่ข้อเท็จจริงมันเป็นอย่างนั้น ผมเชื่ออย่างนั้นนะครับ เพราะฉะนั้น เรื่องต่อมาที่พูดคุยกันมากก็คือเรื่องของร่างที่เราจะรับ เราเรียนตรง ๆ ว่าคราวนี้เราภูมิใจ และเห็นมิติที่ดีว่าคราวก่อนนั้นเราเสนอบัตร ๒ ใบ มีเราพรรคเดียวกับเพื่อนร่วมฝ่ายค้าน ประทานโทษ แต่พรรครัฐบาลไม่มีใครเอาด้วยกับเรา ก็ตก แต่คราวนี้ก็เห็นหลายพรรค ได้เสนอเข้ามาตรงกันกับเรา เป็นเรื่องที่ดีนะครับ เราต้องคิดเชิงบวกว่าเป็นนิมิตหมายที่ดี ที่เราคิดตรงกันเสียที อย่าไปคิดว่าเป็นการฮั้วเป็นการสมประโยชน์กัน นี่พูดกันต่อหน้า ท่านประธานเลย ใครจะไปสมประโยชน์กับท่านจุรินทร์ ใครจะไปสมประโยชน์กับ ท่านไพบูลย์ได้ แต่เผอิญมันมาตรงกัน แต่เมื่อตรงแล้วผมก็ยังติดใจว่าร่างของพรรค พลังประชารัฐท่านไม่น่าพ่วงอย่างอื่นมา ห่วงอันเดียวกับท่าน ส.ว. ล่ะทีนี้ คิดเหมือนท่าน ล่ะครับ มาตรา ๑๔๔ มาตรา ๑๘๕ ท่านไม่น่าเข้ามา ที่พรรคผมพูดว่าอย่างไรรู้ไหมครับ นี่ขายเหล้าพ่วงเบียร์ เราอยากได้เหล้าเราไม่อยากได้เบียร์ แต่จำใจจะต้องรับเบียร์ด้วย เพราะท่านเสนอมาร่างเดียวแล้วก็เป็น ๕ ประเด็น ก็เท่ากับบังคับให้พวกเราต้องรับแก้ มาตรา ๑๔๔ มาตรา ๑๘๕ ด้วย เราก็คิดว่าเราติดใจเรื่องนี้อยู่ แต่พอมาเห็นท่านไพบูลย์ บอกว่า ประกาศกลางสภาต่อหน้าประธาน ต่อหน้าสาธารณชนแล้ว ถ้าเราไม่เชื่อกันไม่รู้จะ เชื่อใครบ้าง จะหาหลักประกันมันไม่มีอะไรหลักประกันดีกว่านี้แล้วว่าคุณจะไปแก้ในชั้น กรรมาธิการ ถ้าท่านประกาศต่อหน้าสภาแล้ว ต่อหน้าท่านประธาน ต่อหน้าประชาชนแล้ว ท่านไปเบี้ยว ก็เอาสิ วาระที่ ๓ ท่านก็ยังต้องมาสภาที่นี่ อยากรู้เหมือนกันว่าท่านจะขึ้นพูด ต่อหน้าท่านประธานท่านจะบอกว่าอย่างไร เพราะฉะนั้นถ้าเราคิดจะไม่เชื่อกันก็เชื่ออะไร ไม่ได้เลย วันนี้ผมเห็นท่านประกาศทางสื่อมวลชนแล้วก็แถลงต่อสภาว่า จะยอมถอย มาตรา ๑๔๔ มาตรา ๑๘๕ เราสบายใจขึ้น สบายใจขึ้นที่จะรับ แต่อย่างไรก็ตามครับ มาตรา ๑๔๔ กับมาตรา ๑๘๕ ผมกราบเรียนท่านฝากเป็นข้อสังเกต ขีดเส้นใต้อีกทีว่า เราเห็นด้วยที่จะต้องถอน มาตรา ๑๔๔ มาตรา ๑๘๕ ออก หรือปรับอย่างไรก็ตาม ปรับตาม เพื่อนสมาชิกกังวลทั้งหมด พรรคเพื่อไทยอยากให้ปรับ ปรับแล้วเราจะได้ลงคะแนนได้ สบายใจ ถึงยังไม่ปรับวันนี้รับปากไปก็โอเค ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านไปปรับอย่างไร ก็ตามผมฝากนิดหนึ่ง ฝากนิดหนึ่งว่าจะต้องมีจุดพอดีนะ มีเส้นแบ่งให้พอดีเสีย ถ้าให้ ส.ส. ส.ว. ถอยออกหมดเสียจนหันหลังกลับไปมองก็ผิดอีก อย่างนั้นลองทบทวนดู หลายท่าน อ้างว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นฉบับปราบโกง ปราบโกง ปราบโกง และหัวใจปราบโกงมันอยู่ที่ มาตรา ๑๔๔ กับมาตรา ๑๘๕ นี่ล่ะ ไปแตะมันทำไม แตะปั๊บก็เหมือนกับเปิดช่องให้ทุจริต โกงสิ ท่านครับ ทบทวนกันนิดหนึ่ง ฝากให้พวกเราคิดกันโดยสุจริตใจนิดหนึ่งว่ารัฐธรรมนูญ ฉบับนี้ใช้มา มีผลบังคับใช้มา ถามว่าทุจริตมันลดลงไหม ข้อมูลของต่างชาติ ป.ป.ช. เอง ยังบอกว่าทุจริตมันเพิ่มสูงขึ้น ล่าสุดสัปดาห์ที่แล้ว นิด้า (NIDA) รองศาสตราจารย์ ดอกเตอร์พิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต ประทานโทษเอ่ยนาม ไม่เสียหาย เป็นข่าวทั่วไป ท่านเปรียบเทียบให้เสร็จสรรพเลยว่า คอร์รัปชันยุคนี้สูงขึ้นมาก และที่สำคัญที่สุดทุกท่านอภิปรายมาวันนี้ห่วงเรื่องเดียวกันมาก เข้าใจดีแล้ว รัฐธรรมนูญฉบับนี้ใช้มาเกิดอะไรขึ้นครับ ตัวเลขการทุจริตมันทรงมันสูง เถียงกันได้ แต่ตัวเลขหนึ่งที่เถียงไม่ได้เลยว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้มันปราบโกงจริงหรือเปล่าก็คือ ตัวเลขความเหลื่อมล้ำ ความเหลื่อมล้ำสูงที่สุดอันดับ ๑ ของโลก ถ้าไม่มีการทุจริตมันจะ เหลื่อมล้ำได้ไหมครับ มันก็มีทุจริตโดยตรง ทุจริตเชิงนโยบาย วันนี้ผมคิดว่ามันมีการทุจริต อีกแบบหนึ่งที่เหนือกว่าเชิงนโยบาย มันถึงทำให้ประเทศไทยเราทุจริต ความเหลื่อมล้ำ มันมากขนาดนี้ ผมย้ำอีกทีหนึ่งว่ามาตรา ๑๔๔ มาตรา ๑๘๕ ท่านต้องไปแก้ แต่ไม่เท่านั้น เราต้องคิดต่อว่าแก้แล้วคอร์รัปชันมันจะหยุดไหม ตัดออก ดึงออกแล้วมันจะหยุดไหม ฝากคิดต่อ แล้วเราชอบพูดกันจังว่าประเทศนี้เป็นรัฐราชการรวมศูนย์ ที่กล่าวหาว่า รัฐราชการรวมศูนย์ก็คือข้าราชการเป็นใหญ่ ใหญ่อย่างไร ใหญ่ทั้งจัดงบประมาณ ใหญ่ทั้ง แต่งตั้งตัวเอง ใหญ่ทุกอย่าง รัฐราชการรวมศูนย์ แล้วถ้าเป็นอย่างนั้นจริง ๆ เอาอะไรไป ถ่วงดุลกับราชการ เอาอะไรไปถ่วงดุลกับราชการ โดยเรื่องงบประมาณเราไปแก้ตรงแปรญัตติ มันถูกไหม ผมว่าทุจริตมันไปทุจริตกันตอนจัดซื้อจัดจ้างหรือเปล่า แล้วที่ซื้อเครื่องบินมา ๒-๓ วันซื้อมานี่ จะไปซื้อเรือดำน้ำ นักการเมืองซื้อหรือว่าข้าราชการซื้อ แล้วใครไป ถ่วงดุลเขา หรือนักการเมืองมองตาปริบ ๆ ผมฝากด้วยว่าถ้าวาระ ๓ ท่านไม่แก้เข้ามา หรือ ท่านไม่ตัดออก ไม่มีการเปลี่ยนแปลงตามที่รับปากสภา พวกผมฝ่ายค้านจะทบทวนการลงมติ ในวาระ ๓ แน่นอน แต่วันนี้ลงให้ท่านเพราะพวกผมยอมรับจริง ๆ ว่าบัตร ๒ ใบตรงกัน ทุกฝ่ายก็อยากได้ พอท่านพ่วงมาผมก็ขอมีออปชัน (Option) ให้ท่านไป

ท่านประธานที่เคารพครับ เรื่องของการแก้ไขรัฐธรรมนูญซึ่งยังมีอีก หลายเรื่อง ซึ่งเป็นเรื่องดี ๆ เรื่องสิทธิของประชาชน เรื่องปากท้องประชาชน ผมต้องกราบ ขอบพระคุณเพื่อนสมาชิกหลายพรรค พวกผมเองคุยกันแล้วว่าแม้จะเป็นร่างของพรรคอื่น แม้จะเป็นร่างของพรรคอื่น ฝ่ายรัฐบาลก็ตาม ฝ่ายค้านด้วยกันก็ตาม ถ้ามันเป็นประโยชน์กับ ประชาชนอย่างที่ท่าน ส.ว. ท่านวัลลภ ตังคณานุรักษ์ ท่านกรุณาเรียบเรียงมา ดีอย่างนั้น ดีอย่างนี้ ผมฟังท่านไปผมบอกนี่เราลงให้หมดเลย รับหลักการเลย ไม่คิดหรอกว่า เป็นฝ่ายไหน ๆ รับให้ นาน ๆ คิดตรงกันทีก็ให้ชาวบ้านเขา ส่วนใดที่คิดว่ายังเป็นปัญหาค้าง คาใจกันอยู่ ท่านอย่าลืมนะว่าวันนี้เป็นขั้นตอนรับหลักการ หลายอย่างมันไปแก้ไขกันในชั้น กรรมาธิการได้ ท่านก็บอกว่าแล้วถ้ากรรมาธิการไม่แก้ไขล่ะทำอย่างไร ในกรรมาธิการก็ไม่ใช่ ว่าใครจะไปแอบทำงาน ก็จะมีท่าน ส.ว. ก็จะมีท่าน ส.ส. ฝ่ายค้าน รัฐบาล นั่งทำงานด้วยกัน แล้วยังมีสื่อมวลชนไปนั่งดูด้วย เพราะฉะนั้นวันนี้อะไรซึ่งมันเป็นหลักการเราก็ต้องแยกว่ารับ ได้ก็รับ อะไรซึ่งมันไปแก้ไขกันในชั้นกรรมาธิการได้เราก็รอไปพูดคุยกันตรงนั้นได้ แม้กระทั่ง เกณฑ์ซึ่งเราเสนอไปว่าบัตร ๒ ใบ ตัดคะแนนขั้นต่ำที่ ๑ เปอร์เซ็นต์ ถ้าเพื่อนสมาชิกพรรค เล็กพรรคน้อยไม่สบายใจไปคุยกัน พวกเราก็คุยกันแล้วว่าตัดก็ได้ ระบบนับคะแนนไปทบทวน กันใหม่ได้ ไม่มีปัญหา

ท่านประธานที่เคารพครับ การแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้เป็นการยื่นครั้งที่ ๒ ในสมัยของเรา เพื่อนสมาชิกบอกว่าใจเย็น ๆ คราวนี้ยื่นมารีบด่วนมาก ท่านประธาน ส่งเอกสารกระชั้นชิดมาก ก็กระชั้นพอ ๆ กันนั่นล่ะครับ พวกผมก็ได้วันเดียวกันนั่นล่ะ พวกผมก็ไม่บ่นหรอก เพราะก็เชื่อเหมือนท่านประธานว่าเรื่องที่มันคุยกันมาจนไม่รู้กี่วันกี่ปีแล้ว ชำนาญหมดแล้วล่ะ อ่านทะลุ เพราะฉะนั้นถ้าไม่ผ่านก็แก้ใหม่ เรายังมีเวลา ผมเองเรียนตรง ๆ นะผมไม่เชื่อว่า เราจะมีโอกาสได้แก้อีก ถ้าวันนี้ตก วันนี้ล้มเหลว ท่านครับ ๑. เรื่องเวลามันคล้อยเข้ามาจน จะจวนแล้วนะ แม้จะบอกว่าอีก ๒ ปีจะครบสมัย ท่านอวยพรให้พวกผมอยู่ครบด้วย ขอบคุณ ท่านสมชายเพื่อนกัน พวกผมไม่เชื่อหรอก มันเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ ไม่รู้จะอยู่กี่เดือน กี่ปี แต่พวกท่านได้อยู่ครบแน่ แต่พวกผม เพราะฉะนั้นเวลาที่มีเราก็ควรแก้ เราจะแก้อย่างไร ต่อไปนี้ ถ้าตกวันนี้ เวลาไม่พอหรอก มันไม่มีเวลาให้เราจะไปคิดแก้หรอก นั่นเรื่องเวลานะ ๒. เรื่องสาระ ถ้ามันตกวันนี้จะไปอ้างสาระอะไรมาอีกล่ะ อ้าง ๒ รอบแล้วนะนี่ ครั้งแรก ก็สาระนี้ล่ะ ครั้งนี้ก็สาระนี้ล่ะ แล้วครั้งหน้าจะให้พวกผมอ้างอะไรอีก มันไม่มีอะไรจะอ้าง แล้วนะ และที่สำคัญที่สุด นี่พรรคพวกกันทุกท่าน มันไม่มีเวลาจะสับขาหลอกกันอีกแล้วนะ เขารู้ทันพวกเราแล้ว ประชาชนรู้ทันแล้ว นี่ผมดีใจตั้งแต่เมื่อวานมาอภิปรายมาถึงวันนี้ผมดีใจ ว่าอย่างน้อยที่สุดมันต้องได้ลุ้นสักร่าง มันต้องมีผ่าน ๑๓ ร่างต้องมีผ่าน ภาวนาเถอะที่ตรงกัน ที่สุดน่าจะผ่าน ผมเชื่อ แต่ฟังไปฟังมาฟังท่าน ส.ว. พูดหลัง ๆ มานี่ความหวังผมชักริบหรี่ลง ริบหรี่ลง บัตร ๒ ใบนี้คิดว่าอย่างน้อยท่านไม่ถือว่าพวกผมเป็นพวกท่าน ไม่กาของพวกผม ท่านก็ลงให้กับพรรคพลังประชารัฐโอเคก็น่าจะได้ แต่ฟังไปฟังมาไม่น่าจะใช่แล้ว ถ้าตรงนี้ ไม่ได้อันไหนมันจะได้ล่ะทีนี้ ไม่ได้ นี่กำลังเล่นอะไรกันหรือเปล่า ผมกำลังถูกออกให้หลอก โรงเรียนอีกหรือเปล่า ก็มีสิทธิคิดนะครับเพราะประสบการณ์มันสอน เพราะฉะนั้นจึงฝาก ทุกท่านครับว่าวันนี้การแก้ไขรัฐธรรมนูญมันอยู่ในความสนใจของประชาชน มันเป็นการ เดิมพันด้วยความสงบของบ้านเมือง มันเป็นการเดิมพันด้วยอนาคตว่าบ้านเมืองจะเดินได้ หรือเดินไม่ได้ เดี๋ยวดีไม่ดีเดิมพันด้วยว่าจะออกจากสภาได้หรือเปล่าวันนี้ด้วย มีสิทธิคิด เพราะฉะนั้นก็เลยเชิญชวนทุกท่านครับว่าอย่างไรเสียเราก็อย่าได้ดับความหวังของพี่น้อง ประชาชน อะไรซึ่งเราคิดว่ามันตรงกันแล้วทำไป อะไรซึ่งคิดว่าเราจะต้องอู้ต้องถ่วงต้องดึง เราทำมาแล้วมันเขารู้ทัน ขอบ้านเมืองและเดินไปได้ ขอท่านสมาชิกวุฒิสภาอาจจะ กระทบกระทั่งท่านหน่อย ถ้าคิดดี ๆ ท่านจะรู้ว่าถ้าแก้มาตรา ๒๗๒ แล้วท่านยกภูเขา ออกจากอก ท่านยกนรกออกจากใจ ข้อครหาใด ๆ แรงกดดันมันก็จะหนีจากท่านไปอยู่ที่อื่น ส่วนเรื่องอื่นอย่างไรก็ขอประชาชนเถอะ เรื่องสิทธิเสรีภาพ ซึ่งมันประเชิญเหตุข้างหน้ากำลัง จะเกิดนี้ ขอคุ้มครองพี่น้องประชาชนเถอะ เรื่องบัตรทอง เรื่องประกันสุขภาพ เรื่องรายได้ ชาวบ้านวันนี้วิกฤติทั้งนั้น หาความหวังไม่เจอทั้งนั้น ท่านรู้ไหมผมอ่านข่าวก่อนจะเข้ามา สหรัฐอเมริกาประกาศเตือนพลเมืองยกระดับประเทศไทยห้ามมา ขึ้นลำดับที่ ๓ ๑. ภัยโควิด (COVID) กับ ๒. ภัยปัญหาภาคใต้ ยกระดับ ต้องพึงระวังอันดับ ๓ อยู่กินกันอย่างไรต่อไปนี้ เพราะฉะนั้นถ้าไม่เห็นแก่พวกผม อะไรที่คิดระแวงว่าเป็นอำนาจของพวกผม ของชาวบ้าน ก็ให้เขาเถอะ ส่วนของพวกเราก็คุยกันอีก ก็จึงขอกราบขอบพระคุณพรรคการเมืองทุกพรรค รวมทั้งท่าน ส.ว. ด้วย โดยเฉพาะพรรคร่วมรัฐบาลที่ได้กรุณาเห็นพ้องต้องกัน พวกผมก็คงจะ ลงมติด้วยเจตนาดี ด้วยความซื่อว่าพวกเรามีเจตนาดี ถ้าไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงครับ พวกผมก็จะภาวนาให้มันผ่านทุกร่างนั่นล่ะ ทำให้ทุกร่างนั่นล่ะ ส่วนท่านจะกลับคืนมาอย่างไรสุดแท้จะคาดเดา ๑๓ ร่าง ไม่น่ามีปัญหาสำหรับเรา ขอบพระคุณครับ