วัลลภ สนับสนุนแก้รัฐธรรมนูญเสริมสิทธิชุมชน-กระจายอำนาจ-คุ้มครองผู้ชุมนุม

รัฐสภา · ครั้งที่ ๓ · ๒๔ มิถุนายน ๒๕๖๔

วัลลภ ตังคณานุรักษ์ หารือการแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยชื่นชมแนวทางของพรรคเพื่อไทย ภูมิใจไทย และประชาธิปัตย์ที่แยกประเด็นชัดเจน แต่ตั้งข้อสังเกตต่อพรรคพลังประชารัฐที่รวมหลายประเด็นไว้ในร่างเดียวจนยากต่อการพิจารณา และคัดค้านการแทรกแซงงบประมาณและระบบราชการผ่านมาตรา 144 และ 185 พร้อมเรียกร้องให้ถอนร่างดังกล่าวเพื่อป้องกันปัญหาในอนาคต เสนอให้บัญญัติสิทธิชุมชน สิทธิผู้ถูกดำเนินคดีจากการชุมนุม รายได้พื้นฐานถ้วนหน้า และการปรับบทบาทวุฒิสภาในรัฐธรรมนูญ เพื่อเสริมสร้างความเป็นธรรมและการมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างแท้จริง

นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ สมาชิกวุฒิสภา สรรหา

ท่านประธานที่เคารพ กระผม วัลลภ ตังคณานุรักษ์ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกแห่งรัฐสภา ขออนุญาตเรียน ท่านประธานว่า ใน ๑๓ ร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่นำเสนอโดย ๔ พรรคการเมือง ผมได้อ่านโดยละเอียดพอสมควร แล้วก็พยายามเทียบเคียงกับรัฐธรรมนูญ ฉบับเดิมและฉบับก่อนหน้านั้นอีก ๒-๓ ฉบับ แล้วก็เทียบเคียงจากประสบการณ์ที่มีโอกาส ทำงานในรัฐสภามา ๒๐ กว่าปี ดูว่ากลไกหรือการแก้ไขต่าง ๆ นั้นน่าที่จะเห็นชอบ หรือไม่เห็นชอบเพียงใด ผมขออนุญาตท่านประธานที่จะอรรถาธิบายไปทีละส่วนซึ่งจะใช้ เวลาในสภาไม่นานนัก

ส่วนที่ ๑ ผมคิดว่าเป็นส่วนที่เรียกว่ากระบวนการนำเสนอการแก้ไขเข้าสู่สภา บังเอิญกระบวนการนำเสนอของ ๔ พรรคการเมืองนำเสนอไม่เหมือนกันท่านประธานครับ ส่วนที่ ๑ ก็คือของพรรคพลังประชารัฐ ท่านนำเสนอสาระหลายเรื่อง ซึ่งอยู่ในหลาย ๆ หมวด มาปนเปไว้ในฉบับเดียวกัน มันทำให้การพิจารณาของกระผมเองหรือของสมาชิกหลายท่าน ที่ผมได้สดับตรับฟังและพูดคุยกันมา ลงมติค่อนข้างยาก รักพี่เสียดายน้อง ให้พี่ก็จะไป เคืองน้องอย่างนี้เป็นต้น ซึ่งเดี๋ยวผมจะอรรถาธิบายในประเด็นนี้เป็นประเด็นสุดท้ายต่อไป ส่วนอีก ๓ ร่างนั้นเป็นของพรรคเพื่อไทย ๔ ฉบับ ของพรรคภูมิใจไทย ๒ ฉบับ และของพรรค ประชาธิปัตย์ ๖ ฉบับ ผมต้องขอบคุณ ๓ พรรคการเมือง ที่ได้แยกการเสนอมาตราต่าง ๆ เป็นหมวดหมู่ที่ชัดเจน มันทำให้เราเมื่อได้อ่านแล้วสามารถใช้ดุลพินิจพิจารณาแล้วก็ตัดสินใจ ได้ไม่ยากนัก

ท่านประธานที่เคารพครับ หลังจากเราได้ดูรายละเอียดแล้วผมคิดว่า มี ๓ ประเด็นสำคัญที่อยากจะนำเสนอต่อที่ประชุมว่าผมอ่านแล้วมีความรู้สึกเช่นไร ส่วนที่ ๑ ที่หลายพรรคการเมืองได้เสนอ ซึ่งผมคิดว่าเป็นการเสนอที่เป็นไปเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง อันนี้ขอชื่นชมจริง ๆ ด้วยใจจริงครับ สิ่งที่ได้ทำการเสนอเพื่อประชาชนเป็นเรื่องของ สิทธิเสรีภาพ เป็นเรื่องของสิทธิชุมชน เป็นเรื่องของการกระจายอำนาจ และเป็นเรื่องของ สวัสดิการขั้นพื้นฐาน โดยเฉพาะรายได้พื้นฐานที่พรรคภูมิใจไทยได้นำเสนอต่อที่ประชุม ผมคิดว่าใน ๔ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ตอบได้เต็มที่ว่าเป็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อประชาชน อย่างแท้จริงในทัศนะของผม ท่านประธานครับ ในส่วนของสิทธิเสรีภาพของประชาชนนั้น ได้จับหลักไปลงที่กระบวนการยุติธรรม ซึ่งแม้ว่ารัฐธรรมนูญจะได้เขียนไว้บ้างอยู่แล้ว แต่ร่าง ที่หลายพรรคการเมืองไม่ว่าจะเป็นพรรคเพื่อไทย พรรคประชาธิปัตย์ ๒ พรรคได้แก้ไข เพิ่มเติมนั้นเป็นรายละเอียดซึ่งผมคิดว่าเป็นคุณูปการมากต่อบุคคลที่อาจจะไปอยู่ใน กระบวนการยุติธรรมนั้น ผมขออนุญาตยกสถิติตัวเลขที่กระผมได้ดำเนินการภายใต้ ที่ท่านประธานเองได้ตั้งให้ผมเป็นกรรมการสมานฉันท์ และผมก็เป็นประธานอนุติดตาม ประเด็น ในขณะที่บ้านเมืองกำลังมีการประท้วงกันอย่างมากมายแล้วก็มีคดีความเกิดขึ้น การแก้ไขรัฐธรรมนูญคราวนี้แม้จะไม่สามารถย้อนหลังได้ แต่เราสามารถจะเทียบเคียงได้ มีคดีความที่ถูกจับกุมโดยข้อหายุยงปลุกปั่น ๑๐๓ ราย มีคดีความมั่วสุม ใช้กำลังประทุษร้าย ๑๙๙ ราย มีผู้ถูกจับเรื่องการฝ่าฝืนพระราชกำหนดฉุกเฉิน ๔๙๙ ราย แล้วก็มีการผิด พระราชบัญญัติชุมนุมอีก ๑๐๐ ราย บุคคลเหล่านี้ผมคิดว่าถ้าเราไม่ลืมอดีตของเรา พี่ ๆ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหลายท่าน สมาชิกวุฒิสภาจำนวนไม่น้อย พวกเราล้วนแต่เคยเดิน บนถนนมาก่อนมิใช่หรือ เรามีสิทธิที่จะถูกจับกุมด้วยลักษณะเช่นนี้มิใช่หรือ ฉะนั้นเพื่อน พี่น้องของเราที่ถูกคดีเหล่านี้จำเป็นต้องได้กระบวนการยุติธรรมในเชิงสมานฉันท์ตั้งแต่ต้นทาง ของการจับกุมไปจนถึงกระบวนการสั่งฟ้องโดยอัยการ หรือกระบวนการพิจารณาโดยศาล สถิตยุติธรรม ดังนั้นผมคิดว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ลงรายละเอียดที่ลงไปถึงกระบวนการจับกุมคุมขัง ได้เท่าไร ประกันอย่างไร ใครจะช่วยเหลือนี่เป็นคุณูปการจริง ๆ ครับ นี่เป็นส่วน ที่ ๑ ที่ผม คิดว่าผมเห็นชอบอย่างยิ่งที่จะต้องแก้ไขรายละเอียดเช่นนี้ลงไปในรัฐธรรมนูญ

ส่วนที่ ๒ เรื่องสิทธิชุมชน ท่านประธานที่เคารพครับ สมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรมาจากประชาชนเลือกตั้ง สมาชิกวุฒิสภาบางส่วนก็เคยผ่านเวทีการเลือกตั้ง ผมก็เคย เป็นสมาชิกวุฒิสภาที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนเช่นกัน เราสำเหนียกและสำนึก ตลอดครับว่าอะไรที่ไปกระทบชุมชน โดยชุมชนนั้นไม่ได้มีส่วนร่วมในการตัดสินชีวิตตัวเอง ไม่น่าจะถูกต้อง ดังนั้นกระบวนการของการพูดถึงสิทธิชุมชน ยิ่งในยุคสมัยปัจจุบันกำลัง มีสงครามแย่งชิงทรัพยากรดิน น้ำ ป่า แต่ชุมชนไม่ได้มีส่วนร่วมเลยครับ แม้รัฐธรรมนูญ จะบัญญัติไว้บ้าง ดังนั้นเมื่อมีการบัญญัติเพิ่มเติมอย่างชัดเจนลงไปในรัฐธรรมนูญว่าชุมชน มีสิทธิอะไร จะอนุรักษ์ทรัพยากรสิ่งแวดล้อมอย่างไร ดูแลธรรมชาติที่ดีได้อย่างไร มีส่วนร่วม ในการดูแลขนบธรรมเนียมประเพณีได้อย่างไร ล้วนแต่เป็นคุณูปการยิ่ง ที่ผมเห็นด้วยที่จะมี การบัญญัติตรงนี้ลงไป มิเช่นนั้นชาวบ้านจะถูกรังแกร่ำไปจากระบบราชการ หรือแม้กระทั่ง ระบบการเมืองที่เลือกข้างกันหนักหน่วง ฉะนั้นผมเห็นด้วยในเรื่องสิทธิชุมชน ซึ่งก็ควบคู่ไป กับการกระจายอำนาจ อันนี้ผมเห็นพ้องจะไม่อธิบายครับ เห็นพ้องต้องกันว่าส่วนนี้เป็นไปได้

อีกส่วนหนึ่งที่ผมต้องขอชื่นชมพรรคภูมิใจไทยครับที่ท่านได้พูดถึงสวัสดิการ พื้นฐานเกี่ยวกับรายได้พื้นฐานถ้วนหน้า ถ้าท่านประธานจำได้ดีจะเห็นได้ว่าเรามีระบบ สวัสดิการที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญและเขียนไว้ในกฎหมายหลายฉบับรองรับอยู่พอสมควร เช่น การศึกษา ๑๒ ปี ฟรีในปี ๒๕๔๒ เช่น รักษาพยาบาลซึ่งริเริ่มโดยอาจารย์หมอสงวน ตั้งแต่ปี ๒๕๓๓ สำเร็จในปี ๒๕๔๕ หรือแม้กระทั่งเด็กแรกคลอดที่รัฐบาลปัจจุบันให้ทุกคน อาจจะยังไม่ทุกคน ให้เฉพาะคนที่ยากจนในปี ๒๕๕๘ บัตรคนพิการ เบี้ยผู้สูงอายุ และล่าสุด คือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐอีก ๑๔ ล้านคน นี่คือตัวอย่างที่มันเกิดขึ้นตามนโยบายของรัฐ ตามนโยบายความสนใจของรัฐบาลยุคแต่ละยุค แต่การที่ได้บัญญัติลงไปอย่างชัดเจน ในรัฐธรรมนูญโดยพรรคภูมิใจไทยที่พูดถึงเรื่องรายได้พื้นฐานถ้วนหน้า เป็นสัญญาประชาคม ที่ประทับตราชัดเจนลงในรัฐธรรมนูญ ผมเห็นชอบครับ นี่คือประเด็นที่ ๑ ที่อยากสรุปว่า เรื่องสิทธิบุคคล เรื่องชุมชน เรื่องการกระจายอำนาจและเรื่องสวัสดิการถ้วนหน้าเป็นสิ่งที่ผม เห็นชอบอย่างยิ่งแล้วก็ขอชื่นชม แสดงความขอบคุณไว้ ณ ที่นี้

ประเด็นที่ ๒ ท่านประธานที่เคารพครับ ประเด็นซึ่งเกี่ยวกับการเมืองโดยตรง ก็คือเรื่องของการทำหน้าที่และการใช้อำนาจของสมาชิกวุฒิสภา หลายท่านเห็นว่าสมาชิก วุฒิสภาไม่ควรจะใช้สิทธิเลือกนายกรัฐมนตรีแล้ว ผมเองได้ลงมติเห็นชอบเรื่องนี้ไปตั้งแต่ ครั้งที่แล้วล่ะครับ ไม่เคยติดใจในอำนาจเหล่านี้เลยด้วยความสัตย์จริง และผมก็เชื่อมั่นว่า คนที่เป็นนายกรัฐมนตรีทำหน้าที่มานาน ผลงานก็มาก ถ้าไม่สามารถจะมีนักการเมืองที่เป็น ส.ส. สนับสนุนได้เกินกึ่งหนึ่ง วุฒิสภาก็ไม่ควรเลือก อันนี้เป็นหลักที่ชัดเจนไม่ติดใจครับ

ส่วนที่ ๒ ก็คือเรื่องของการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่พรรคประชาธิปัตย์เสนอ แต่เดิมการแก้ไขในวาระที่ ๑ และวาระที่ ๓ ต้องใช้เสียงของสมาชิกวุฒิสภายืนยันหนึ่งในสาม บัดนี้แก้เป็นสองในสามของสมาชิกรัฐสภา ผมเห็นชอบครับ สองในสามคือ ๕๐๐ คน ถ้าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ๕๐๐ คนเห็นด้วยกับการแก้นี่เราจะไปขวางได้อย่างไร ฉะนั้น ส่วนนี้ผมไม่ติดใจ ผมเห็นชอบครับ

อีกประเด็นหนึ่งที่ผมคิดว่าผมจะขออนุญาตท่านประธาน อาจจะใช้เวลา ในประเด็นที่ ๓ นะครับก็คือร่างที่ผ่านมาจากพรรค พปชร. ผมคิดว่ากลับมาสู่ประเด็นที่ ๑ ที่กระผมได้พูดแล้วว่าเป็นการเสนอร่างที่รวมหลายเรื่องไว้ในฉบับเดียวกัน มันทำให้เรา กระอักกระอ่วนใจมากในการพิจารณา เรื่องสิทธิชุมชนเราเห็นชอบ แต่เรื่องที่ไปเปิดช่องให้มีแนวโน้มจะทุจริตได้งบประมาณแผ่นดินในมาตรา ๑๔๔ หรือการให้ ไปแทรกแซงระบบราชการในมาตรา ๑๘๕ บอกตรง ๆ ครับรับไม่ได้เลย รับไม่ได้เพราะ อะไรครับ เพราะรัฐบาลที่ผ่านมาใน ๒ ยุค ยุคที่แล้วที่มาจากการปฏิวัติรัฐประหารกับยุคนี้ ล้วนแต่มีต้นตอที่ตั้งได้เพราะเกิดการทุจริตคอร์รัปชันเต็มบ้านเต็มเมืองมิใช่หรือ จึงได้เกิด การเปลี่ยนแปลงจนกระทั่งมาถึงทุกวันนี้ พรรค พปชร. ซึ่งถือว่าเป็นพรรคใหญ่ ซึ่งหลายคน อาจจะเห็นว่าแนบแน่นกับสมาชิกวุฒิสภา แต่อยากจะยืนยันครับว่าสมาชิกวุฒิสภาทุกคน มาจากรัฐธรรมนูญเหมือนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แม้วิธีการได้มาจะต่างกัน แต่ผม ยืนยันครับ ผมผ่านเวทีสภามาหลายรูปแบบทั้งการเลือกตั้ง แต่งตั้ง ผมยืนยันว่าสมาชิก วุฒิสภาชุดนี้มีความเป็นตัวเองสูงมาก สูงชนิดที่ผมก็ยังงงอยู่ว่าท่านเป็นตัวของตัวเองมาก และสำคัญกว่านั้นก็คือว่าถ้าอะไรที่เป็นเรื่องของประชาชนผมเชื่อมั่นว่า ส.ว. ทั้งหลาย ยืนหยัดเพื่อประชาชนไม่แพ้ท่าน ไม่แพ้ครับ เพียงแต่ว่าการแสดงออกนั้นอาจแสดงออก ต่างกัน เราไม่ถนัดในการแสดงออกด้วยวาจา หรือด้วยการสร้างคารมคมคาย แต่เรา แสดงออกด้วยการกระทำครับ เพราะการกระทำจะเป็นตัวตอกย้ำว่าพฤติกรรมของแต่ละคน นั้นเป็นเช่นไร

ท่านประธานที่เคารพครับ ด้วยเหตุนี้ในประการสุดท้ายก็คือว่าเรื่องเกี่ยวกับ มาตรา ๑๔๔ และมาตรา ๑๘๕ ที่เกี่ยวกับการแทรกแซงงบประมาณแผ่นดิน เกี่ยวกับ การโยกย้าย หรือไปแทรกแซงระบบราชการ รับไม่ได้ ๑,๐๐๐ เปอร์เซ็นต์ครับ ขอความ กรุณาถอนร่างออกไป ถ้าท่านไม่ถอนจะเกิดปรากฏการณ์พิเศษครับ ผมยืนยันว่าร่างนี้ จะไม่ผ่านการพิจารณา อย่างน้อยผมคนหนึ่งและสมาชิกอีกจำนวนไม่น้อยในขณะนี้อยากให้ ถอนออกครับ เพราะโหวตแล้วจะเกิดปัญหาจริง ๆ มันมีคำ ๆ หนึ่งที่กล่าวว่ารับไปก่อน แล้ว ไปแก้ในขั้นตอนของกรรมาธิการ เราอยู่ในสภามานานหลอกกันไม่ได้ครับ การรับหลักการ หลักการเขียนชัดครับจะแก้อย่างไร และแก้แล้วสมาชิกจะเอาด้วยหรือ บอกไปโหวตคว่ำ ในวาระที่ ๓ มันเป็นตลกร้ายครับ ถ้าเราโหวตคว่ำในวาระที่ ๓ เราจะเป็นจำเลยทันที แต่ถ้า เราโหวตคว่ำในวาระแรกเราจะเป็นพระเอกครับ เพราะนี่คือจุดยืนที่ชัดเจนของการต่อต้าน ของการทุจริตคอร์รัปชัน ฉะนั้นขอยืนยันในประการสุดท้ายว่ามาตรา ๑๔๔ และมาตรา ๑๘๕ ที่เสนอโดยพรรค พปชร. เข้ามาผูกรวมกับเรื่องอื่นที่เป็นเรื่องดี ๆ มันทำให้ สูญเสียพลังสำคัญไป อยากให้ถอนออกครับ มิเช่นนั้นจะโดนคว่ำครับ ขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ