ออน สนับสนุนบัตรสองใบ-เพิ่ม ส.ส.เขต แต่ค้าน ส.ว.ก้าวก่ายงบประมาณ

รัฐสภา · ครั้งที่ ๓ · ๒๔ มิถุนายน ๒๕๖๔

ออน กาจกระโทก แสดงความเห็นในการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเห็นว่าแม้รัฐธรรมนูญจะเป็นกฎหมายสูงสุดแต่อาจมีข้อบกพร่อง จึงควรพิจารณาแก้ไขเพื่อประโยชน์ของประชาชนและประเทศ โดยยกตัวอย่างแนวทางจากต่างประเทศ สนับสนุนการเลือกตั้งแบบบัตรสองใบและการเพิ่ม ส.ส. เขตเพื่อกระจายการดูแลประชาชน แต่คัดค้านการแก้ไขมาตรา 144 และมาตรา 185 ที่อาจเปิดช่องให้ ส.ส. และ ส.ว. เข้าไปเกี่ยวข้องกับงบประมาณและการบริหารราชการ อันอาจก่อให้เกิดการทุจริตและกระทบขวัญกำลังใจของข้าราชการที่หวั่นเกรงการแทรกแซงจากนักการเมือง รวมทั้งคัดค้านการแก้ไขมาตราเกี่ยวกับยุทธศาสตร์ชาติและยกเลิกอำนาจ ส.ว. ในการเลือกนายกฯ โดยย้ำถึงความจำเป็นของแผนยุทธศาสตร์ระยะยาวและปกป้องบทบาทของ ส.ว. ตามรัฐธรรมนูญ พร้อมตั้งคำถามถึงกลุ่มที่แท้จริงที่อาจเป็นภัยต่อประชาชน

นายออน กาจกระโทก สมาชิกวุฒิสภา กลุ่มการศึกษาและการสาธารณสุข

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม ครูออน กาจกระโทก สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมขอแสดงความคิดเห็นในร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม ที่ส่งมาเพื่อพิจารณาครั้งนี้ใน ๑๓ ร่าง รัฐธรรมนูญนั้นเป็นกฎหมายสูงสุด ในการปกครองประเทศ แต่เราก็มาดูว่าทำไม่ต้องเสนอแก้ไข รัฐธรรมนูญไม่ดี หรือเราไม่ดี เราก็พูดกันมาเยอะแล้วล่ะครับท่านประธาน แต่ก็มีข้อสังเกต รัฐธรรมนูญหลาย ๆ ประเทศ บางประเทศก็ใช้รัฐธรรมนูญเปลือง เหมือนอย่างประเทศไทยเรา แต่บางประเทศครับ คนต่างชาติเป็นคนเขียนให้ด้วยซ้ำไป ใช้มา จนถึงปัจจุบันครับ นี่คือสิ่งที่เราต้องกลับมาพิจารณา เอาล่ะครับ เมื่อรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ ใช้มา ๒ ปีเศษ เราเห็นว่ามันมีจุดบกพร่อง ในมาตราใด ในประเด็นใดที่มันไม่เป็นไปเพื่อประโยชน์ของประชาชนหรือของประเทศ ผมเองเห็นด้วยครับที่จะมีการแก้ไข

ในร่างที่ ๑ ที่เสนอโดยนายไพบูลย์ นิติตะวัน และคณะ จากพรรค พลังประชารัฐ โดยขอแก้ไขในมาตรา ๘๓ มาตรา ๘๕ ที่เป็นหลัก โดยที่มาของ ส.ส. ๕๐๐ คน มาตรา ๘๕ การกำหนดให้ประชาชนที่มีสิทธิเลือกตั้งว่าจะใช้บัตรใบเดียว หรือ ๒ ใบ โดยครั้งนี้จะกลับมาใช้เป็นบัตร ๒ ใบ ผมเห็นด้วยครับ ด้วยเหตุผลก็คือให้ประชาชนที่ จะเลือกพรรค เลือกคนได้มีสิทธิในการพิจารณาโดยใช้สิทธิของตัวเองให้เต็มที่ แล้วก็ อีกอย่างหนึ่งถ้าจะเพิ่มจำนวน ส.ส. เป็น ๔๐๐ เขต ผมก็เห็นด้วยครับ มันจะทำให้พื้นที่จะมี ส.ส. ได้ดูแลอย่างทั่วถึงในทุกข์สุขของประชาชน แต่ก็มีข้อสังเกตครับท่านประธาน ทำอย่างไรที่เราจะทำให้พรรคการเมืองเข้มแข็ง ทำอย่างไรจะทำให้พรรคการเมืองเป็นของ ประชาชน ทำอย่างไรที่จะทำให้พรรคขนาดเล็กมีสิทธิในการที่จะได้จำนวน ส.ส. เข้ามา ในสภา ทำอย่างไรที่จะไม่มีการซื้อสิทธิ ขายเสียง ซึ่งประเด็นนี้เป็นประเด็นใหญ่มากครับ ดังนั้นผมเห็นด้วยที่จะนำมาพิจารณา แล้วก็มีในมาตรา ๑๘๕ ในมาตรานี้รู้สึกว่าจะควบ ไปด้วยมาตรา ๑๔๔ ในมาตรา ๑๔๔ นี้กำหนดให้ ส.ส.และ ส.ว. ที่เรากำหนดไม่ให้ไป ยุ่งเกี่ยวกับงบประมาณ แต่ครั้งนี้จะแก้ไขให้ ส.ส. หรือ ส.ว. ไปยุ่งเกี่ยวกับงบประมาณได้ จริง ๆ แล้วผมเป็น ส.ว. ถ้าให้อำนาจตรงนี้มันน่าอยากได้นะครับ แต่ผมคุยกับ ส.ว. แล้วก็ ตัวผมเองแล้ว ไม่อยากได้ครับในอำนาจตรงนี้ เพราะว่าเราเขียนกฎหมายตรงนี้ขึ้นมา เพื่อป้องกันไม่ให้มีการคอร์รัปชัน แล้วทำไมเราจะกลับไปสู่วังวนเก่าที่จะเกิดการทุจริต คอร์รัปชัน เราพัฒนามาไกลแล้วครับท่านประธาน ดังนั้นไม่น่าจะกลับไปที่เดิม เรื่องการ คอร์รัปชันมันเหมือนกับที่เราปลูกพืช เสร็จแล้วโรคและแมลงนี่มันระบาด ถ้าระบาดน้อยเรา ก็ใช้ยาอ่อน ๆ หรือไม่ใช้เลย แต่ถ้าเกิดว่ามันระบาดหนัก รุนแรง มันก็ต้องใช้ยาแรง แสดงว่า ที่ผ่านมาการคอร์รัปชันของเรานี่รุนแรงครับ รุนแรงจนเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก อย่างนี้ เราจะนิ่งเฉยอยู่หรือครับ ดังนั้นตรงนี้ผมไม่อาจจะเห็นด้วยครับที่จะแก้ไข รวมถึง มาตรา ๑๘๕ ที่กำหนดไม่ให้ ส.ส. หรือ ส.ว. ไปแทรกแซงการปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของงบประมาณ เรื่องการโยกย้ายอะไรต่าง ๆ เหล่านี้ จะทำให้ระบบ ราชการถดถอยครับ เดี๋ยวนี้ข้าราชการที่เขากลัวที่สุดคือกลัวนักการเมือง กลัวถูกกลั่นแกล้ง กลัวถูกย้าย กลัวไม่มีความก้าวหน้า กลัวไปหมด กลัวจนไม่กล้าทำอะไรครับท่านประธาน เดี๋ยวนี้ครูของผมเข็ดขยาดกับเรื่องงบประมาณแปรญัตติสนามฟุตซอล (Futsal Field) ห้องอัจฉริยะ นอนไม่หลับครับ เพราะจะถูกไล่ออก ๔ ถึง ๕๐๐ คนตอนนี้ทั่วประเทศ ดังนั้น พอใครเอางบประมาณ บอกว่า ส.ส. ไปหาแล้วจะเอางบประมาณไปให้ ปฏิเสธหมดครับ นี่คือเขากลัวครับ ดังนั้นผมไม่เห็นด้วยที่จะแก้ไขนะครับ

ในเรื่องของส่วนที่เป็นการแก้ไขในเรื่องยุทธศาสตร์ชาติ ในมาตรา ๒๗๑ มาตรา ๒๗๕ มาตรา ๒๗๙ อันนี้ผมก็ไม่เห็นด้วย เพราะการที่เราจะพัฒนาประเทศจำเป็น จะต้องมียุทธศาสตร์ชาติ ระยะสั้น ระยะกลาง ระยะยาว ประเทศพัฒนาแล้วเขากำหนด มีแผนยุทธศาสตร์ที่เป็นระยะยาวทั้งนั้นเลยครับที่พัฒนาแล้ว แล้วเราเองทำไมจะไปกำหนด ที่เป็นแผนระยะสั้นหรือระยะกลาง หรือว่าลองคิดดี ๆ นะครับ หรือว่าสิ่งที่เขียนเอาไว้ไม่ใช่ เราเขียน พอมาวันนี้เขากำหนดให้เราปฏิบัติ เราเลยบอกว่าเราไม่ได้เขียน เราก็จะไม่ปฏิบัติ อย่างนั้นหรือ เราลองมาหาจุดร่วมกันไหมครับ มาหาจุดร่วมว่าทำอย่างไรที่มันจะเกิด การพัฒนาต่อยอดในเรื่องของยุทธศาสตร์ชาติที่กำหนดเอาไว้นี้เดินต่อไปได้ และสิ่งที่พูด กันเยอะ ตอกย้ำกันมากครับท่านประธาน คือร่างที่ ๔ การแก้ไขเพิ่มเติมในมาตรา ๑๕๙ และยกเลิกมาตรา ๒๗๒ ซึ่งเสนอโดยนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ กับคณะ ให้ยกเลิกอำนาจ สมาชิกวุฒิสภาในการเลือกนายกรัฐมนตรี จริงแล้วครับ สมาชิกวุฒิสภาเขาไม่ได้อยากเลือก นักหรอกครับ แต่กฎหมายไปกำหนดให้เลือก เราต้องปฏิบัติตามกฎหมาย หลายคนคิดลบ คิดรังเกียจ กล่าววาจาให้ ส.ว. อย่างพวกผมช้ำใจ แต่เราก็อดทนอดกลั้นเพราะเรามี วุฒิภาวะพอ แล้วเราก็มีความเป็นประชาธิปไตยพอที่จะรับฟังเสียงวิพากษ์วิจารณ์ บางคน ก็ว่าสภาคนชรา ไม่มาจากประชาชน คำก็มาจากเผด็จการ ๒ คำก็มาจากเผด็จการ อย่าพูด เลยครับ ผมและท่านมาจากรัฐธรรมนูญฉบับเดียวกันครับ ประชาชน ๑๖ ล้านเสียง เขามีมติ ถ้าเราไม่อยากมาเล่นเป็น ส.ส. ส.ว. เพราะเป็นรัฐธรรมนูญมาจากเผด็จการก็ไม่ต้องสมัครมา ก็สิ้นเรื่อง อย่าลืมนะครับว่าประชาชน ๑๖ ล้านเสียงเขากินข้าวครับ เขาไม่ได้กินแกลบ บางคนกล่าวว่า ส.ว. เป็นปรปักษ์ต่อประชาชน รุนแรงมากครับ ผมอยากรู้เหมือนกันว่า ใครเป็นปรปักษ์ต่อประชาชน พรรคการเมืองที่ชังชาติ ชังเจ้า คิดล้มสถาบัน ไปทางไหน ชาวบ้านเขาก็เดือดร้อน พวกนี้ล่ะครับเป็นพวกที่เป็นปรปักษ์ต่อประชาชน