อนุศักดิ์ คงมาลัย อภิปรายร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยวิเคราะห์ข้อเสนอจากพรรคการเมือง 13 ฉบับ พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงเจตนาทางการเมืองและเน้นพิจารณาเฉพาะประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการกระจายอำนาจ ความเสมอภาค และการมีส่วนร่วมของประชาชน นอกจากนี้ยังหารือปัญหาการคุ้มครองผู้บริโภคที่ยังขาดประสิทธิภาพ แม้มีกฎหมายรองรับมานาน พร้อมเรียกร้องให้เร่งปรับปรุงกลไก กฎหมาย และการบังคับใช้ รวมถึงสนับสนุนการมีส่วนร่วมของชุมชนในระดับท้องถิ่น และเสนอให้กรรมาธิการชี้แจงแนวทางการปฏิรูปและผลกระทบจากการใช้ระบบเลือกตั้งแบบบัตรสองใบเพื่อให้ประชาชนเข้าใจอย่างรอบด้าน
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพครับ กระผม อนุศักดิ์ คงมาลัย สมาชิก วุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ใคร่ขอจะใช้เวลาที่มีอยู่ประมาณ ๑๐ นาทีนะครับ เพื่อ อภิปรายร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) ซึ่งก็ถือว่าหลาย ท่านก็ผ่านตา แล้วก็ได้พูดคุยกันมาแล้ว กระผมขออนุญาตนำสไลด์ (Slide) ขึ้นมานำเสนอ ประกอบการอภิปรายในครั้งด้วยครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
ในสไลด์แรกครับ จากการที่พรรคการเมืองทั้งหมดที่ได้กรุณานำเอาแนวคิด ในการที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเป็นการแก้ไขรายมาตราเรียงตามลำดับมาตรานั้นก็ถือว่า เป็นแนวคิดที่ถูกต้องแล้วหลังจากที่ได้มีการวินิจฉัยโดยศาลรัฐธรรมนูญ และที่สำคัญก็คือว่า การเสนอในครั้งนี้ถือว่าเป็นแนวคิดในการที่จะเสนอเพื่อให้เห็นกระบวนการของการแก้ไข ซึ่งผมพอที่จะประมวลออกมาเป็นบัญชีหรือเป็นรายการมาตราตามข้อเสนอใน ๑๓ ฉบับที่จะ เรียงตามแนวตั้งแต่ข้างซ้ายจนกระทั่งถึงทางขวา ๑๓ ฉบับ ก็เป็นของพรรคพลังประชารัฐ ๑ ฉบับ เป็นของพรรคฝ่ายค้าน พรรคเพื่อไทย ๔ ฉบับ เป็นของพรรคภูมิใจไทย ๒ ฉบับ และ นอกนั้นก็เป็นของพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งผมเองได้ส่งรายการพวกนี้ให้พี่น้องที่เป็นเครือข่าย องค์กรชุมชนได้ช่วยกันดู เขาก็บอกว่าเขายังสงสัยว่าบางเรื่องมันจะเป็นการแก้ไขเพื่ออะไร แก้อย่างไร เพราะเขาก็ยังไม่ค่อยเข้าใจ เพราะว่าดูเหมือนจะไปเป็นประเด็นในแง่ที่ว่าต้องการ แก้เพื่อให้มีความได้เปรียบในการเลือกตั้งครั้งหน้าหรือเปล่า ในขณะเดียวกันพรรคฝ่ายค้านก็ดี พรรคขนาดกลางก็ดีซึ่งได้มีโอกาสเข้ามาร่วมอยู่ในรัฐสภาแห่งนี้ ซึ่งทำหน้าที่เป็นนิติบัญญัติ ก็ล้วนแล้วแต่มีข้อเสนอแนะที่แตกต่างกันไป ดังนั้นในฉบับเดียวของท่านไพบูลย์ที่เสนอ ในนามพรรคพลังประชารัฐกับที่เหลืออีก ๑๒ ฉบับนั้น ผมก็เลยได้ขออนุญาตนำเอา การอภิปรายของเมื่อวานนี้ ทางท่าน พลอากาศตรี นายแพทย์เฉลิมชัย เครืองาม ซึ่งท่านได้ สรุปเอาไว้ค่อนข้างชัดเจนดี นั่นก็คือว่ามี ๑๓ ประเด็น ๑๓ เรื่องหลักที่จะต้องมีการแก้ไข แล้วผมก็จะให้ความสนใจอยู่ในประเด็นที่ ๘ ประเด็นที่ ๖ แล้วก็กลับมาประเด็นที่ ๓
ในส่วนที่เป็นประเด็นที่ ๘ นี้ก็เป็นการพูดคุยกันค่อนข้างชัดเจนอยู่เหมือนกัน ว่าสิทธิเสรีภาพที่มีอยู่นี้ไม่พอหรืออย่างไร สิทธิทางกฎหมายไม่พอหรืออย่างไร สิทธิชุมชน มีอะไรที่ขาดตกบกพร่องอย่างไร สิทธิส่วนบุคคลและสิทธิกระบวนการยุติธรรมมันขาด หายไปอย่างไร ในรายละเอียดเหล่านี้มีเยอะมากเลยครับในกระบวนการในเรื่องของทางด้าน การพิจารณาคดีหรืออะไรต่ออะไรก็แล้วแต่ แต่ผมจะลองขออนุญาตโฟกัส (Focus) เข้าไปที่ เรื่อง ๆ เดียวครับ เรื่องของคุ้มครองผู้บริโภค นั่นก็คือสิทธิเสรีภาพในเรื่องของผู้บริโภคที่ถูก นำมาเสนอไว้ในข้อเสนออันนี้เป็นการเสนอแบบที่ผมไม่ได้ค่อยแน่ใจว่าท่านจะได้ติดตาม ในรายละเอียดของความคืบหน้า ความก้าวหน้าของการที่ประเทศเรามีตั้งแต่ พ.ร.บ. คุ้มครองผู้บริโภค วิธีพิจารณาคดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีผู้บริโภค พ.ร.บ. สภาองค์กรของ ผู้บริโภคซึ่งเพิ่งมีเมื่อปี ๒๕๖๒ แล้วก็ยังมีกฎหมายอื่น ๆ ที่เป็นกฎหมายเฉพาะ และแน่นอน ที่สุดทุกท่านคงทราบดีปัญหาของการมีกฎหมายเฉพาะมีกฎหมายอะไรต่ออะไรล้วนแล้วแต่ เป็นอุปสรรคและเป็นปัญหาในการแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน แต่วันนี้ครับ ท่านประธานครับ เรามีสภาองค์กรของผู้บริโภคตั้งกันเรียบร้อยแล้วครับ เป็นความสำเร็จของ ภาคประชาชน ของภาคประชาสังคมที่ได้มีการพยายามในการที่จะคิดมาตั้งแต่ปี ๒๕๔๐ ปี ๒๕๕๐ ปี ๒๕๕๒ ปี ๒๕๕๔ ปี ๒๕๕๕ ปี ๒๕๕๕ ตอนนั้น ส.ว. ผ่าน แต่ว่าไม่ผ่าน ส.ส. แล้วจนกระทั่งมาถึงรัฐประหารปี ๒๕๕๗ ก็ได้มีการตั้งไข่กันขึ้นมาใหม่เอาประเด็นอันนี้ มาขับเคลื่อนแล้วก็ทำให้มีการระบุถึงรัฐธรรมนูญ มีบัญญัติสิทธิเอาไว้ชัดเจน ซึ่งผมก็ยังสงสัย ว่าที่ท่านจะแก้ไขนี้ไปอ่านดูในรายละเอียดมันเป็นการแก้ไขในส่วนที่มันมีรายละเอียดลงลึก ไปเป็นประเด็นย่อย ๆ ซึ่งประเด็นเหล่านั้นมีอยู่ในพระราชบัญญัติอยู่แล้วทั้งหมด ไม่ใช่ว่า ไม่มีครับ ไม่ได้หมายความว่าจะต้องเอาประเด็นที่เป็นรายละเอียดกลัวจะลืม กลัวจะ ไม่ปฏิบัติตามนั้น หรืออะไรทำนองนั้น ซึ่งประเด็นนี้ครับ ๒๓ ปีแห่งการรอคอยของสภาองค์กรของผู้บริโภคก็ล้วนแต่เป็นประเด็นที่ ทำให้คณะอนุกรรมาธิการสิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพและการคุ้มครองผู้บริโภค ของวุฒิสภา ที่ทำทางด้านติดตาม เสนอแนะ และการเร่งรัดการปฏิรูปประเทศและการดำเนินงาน ตามยุทธศาสตร์ชาติก็ได้ไปตามรอย แล้วก็ไปดูสภาพปัญหา ไม่ว่าจะเป็นปัญหาด้านกฎหมาย ปัญหาด้านโครงสร้าง ปัญหากลไกการดำเนินงาน ปัญหาเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติ ปัญหา ผู้ประกอบการเอง และในที่สุดก็เป็นปัญหาของผู้บริโภคเอง จนกระทั่งถึงวันนี้ครับ ซื้อทุเรียน ก็กล่าวหาคนขายว่าส่งทุเรียนปลอมมาหรืออะไรทำนองนั้น ซึ่งก็เป็นเรื่องประเด็นปกติ ที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน แต่ประเด็นนั้นก็คือความตื่นรู้และความรู้เท่าทันของพี่น้อง ประชาชนที่จะนำเอามาใช้ และองค์กรเหล่านี้กำลังขยับขยายเครือข่ายไปสู่ต่างจังหวัด อย่างชัดเจน
ท่านประธานครับ พอเราถึงต่างจังหวัด ต่อไปนะครับ เราก็จะพบว่ากลไกของ การปฏิรูประบบการคุ้มครองผู้บริโภคกำลังดำเนินการคืบหน้าไป เราพบว่าอาจจะมีปัญหา ในเชิงกฎหมายที่ทางรัฐบาลอาจจะยังมีขั้นตอนล่าช้าในการที่จะให้ทุนในการจัดตั้ง มีปัญหา อื่น ๆ ในการที่จะดำเนินงาน แต่ว่าปัญหาเหล่านั้นเป็นปัญหาที่ท่านผู้เชี่ยวชาญในสาขา ต่าง ๆ ทั้งหมด ๘ สาขาด้วยกัน ที่อยู่ในกระบวนการของการปฏิรูประบบคุ้มครองผู้บริโภค แล้วก็กำลังเดินหน้าอยู่ ถ้าถามท่านเหล่านั้นว่าพอใจไหม ท่านก็บอกว่าท่านพอใจแล้วที่ได้ เดินมาจนถึงตรงนี้ แต่ส่วนที่เหลือท่าน ส.ว. ช่วยกระตุ้นหน่อยได้ไหม ช่วยติดตามได้ไหม ช่วยเสนอแนะได้ไหม และช่วยเร่งรัดได้ไหม ซึ่งตรงนี้ครับ ต-ส-ร จึงเป็นที่มาที่ไปของภารกิจ ในการทำงาน ไม่ใช่เฉพาะแค่ชุดนี้เท่านั้นนะครับ ยังมีชุดอื่น ๆ ชุดพลังงาน ชุดเรื่องท่องเที่ยว ชุดเรื่องของการศึกษา สารพัดชุด ดังนั้นในการศึกษาเหล่านี้เป็นภารกิจ แล้วเราเห็นประเด็น ชัดเจน ประเด็นเหล่านี้ล้วนแต่เป็นประเด็นที่ทำให้พวกเรานึกถึงว่าปัญหามันมีอยู่ กลไก มันซับซ้อน มีกฎหมายที่ใช้มานาน แล้วก็ยังมีปัญหาอยู่ ดังนั้นเราจะทำอย่างไรต่อไป ในรายละเอียดเหล่านี้นะครับ ในวันจันทร์และวันอังคารหน้าเราก็จะได้มีการรับฟัง การนำเสนอความคืบหน้าของการปฏิรูปประเทศและการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์ชาติ ให้เป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งเอาไว้ แล้วเราก็จะได้มีการวิเคราะห์วิจารณ์ในเรื่องเหล่านี้ อย่างลึกซึ้ง ให้เกิดกลไกในการที่จะทำให้ฝ่ายบริหารนั้นเขาสามารถนำเอาไปในการจัดการได้ อันนี้เป็นรายละเอียดทั้งหมดเลย พอมาถึงยุทธศาสตร์เป็นยุทธศาสตร์ที่ ๔ ในเรื่องของการ สร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม เราก็มองกันในรูปแบบของคานงัด มีกลไก ท่านที่ ทำงานภาคประชาสังคมคงจะเข้าใจเรื่องเหล่านี้ดี แล้วเราก็คิดว่าคานงัดเหล่านี้กำลังจะเริ่ม ทำงาน สามารถที่จะใช้ประโยชน์ให้เกิด แล้วก็ทำให้การมีส่วนร่วมของภาคส่วนประชาสังคมนั้น เกิดขึ้นได้อย่างแท้จริง เหลือแต่เพียงว่าการขยายเครือข่ายลงไปสู่ระดับในพื้นที่ในระดับ จังหวัด ซึ่งแน่นอนที่สุดในแง่ของคุ้มครองผู้บริโภคเป็นเชิงประเด็น แต่สำหรับในเรื่องของ พื้นที่นั้นเป็นเชิงพื้นที่ นั่นก็คือสภา องค์กร ชุมชน ตำบล ซึ่งทุกวันนี้มีอยู่แล้ว ๗,๐๐๐ กว่าแห่ง ในทั้งหมด ๗,๐๐๐ กว่าแห่งนี้ ท่านประธานครับ ๑,๔๐๐ กว่าแห่งเท่านั้นเองซึ่งเพิ่งจะเริ่มมี ส่วนร่วมในการจัดทำแผนท้องถิ่นของตัวเอง ซึ่งตรงนี้เราก็ได้เข้าไปดู แล้วเราก็พยายามที่จะ ติดตามดูว่ามันจะเวิร์ก (Work) ได้แค่ไหน มีอะไรติดขัด
ต่อไปเลยครับเนื่องจากเวลามีน้อย ดังนั้นในแง่ของยุทธศาสตร์ชาติที่ระบุว่า พรรคพลังประชารัฐเสนอให้รัฐสภาเป็นผู้ติดตามด้วย ผมยินดีเป็นอย่างยิ่งเลยนะครับ สนับสนุนเต็มที่ครับ เชิญชวนพี่น้องที่เป็นท่าน ส.ส. มาช่วยกัน มาทำ เพื่อที่จะทำให้เรา ได้เห็น ไปคลิก (Click) กันคนละคลิก (Click) แต่ในส่วนพรรคอื่น ๆ จะมีการแก้ไขจะไปโน่น นี่นั่น ผมเองผมก็คิดว่าแล้วจะมีการยกเลิกด้วยซ้ำไป ฉะนั้นยกเลิกยุทธศาสตร์ชาติใครยกเลิก ได้ประโยชน์อะไร ยกเลิกแล้วใครต้องทำอะไรต่อไป ดังนั้นผมขออีกนาทีเดียวนะครับ ท่านประธานครับ พอย้อนกลับมาพี่น้องประชาชนท่านก็ถามผมมาบอก อ้าว แล้วตกลง เขาจะแก้ระบบเลือกตั้งเป็นบัตร ๒ ใบ แบ่งเขต ๔๐๐ กับ ๑๐๐ ใช่ไหม เขาจะได้เปรียบกัน อย่างไรใช่ไหม แล้วตอนก่อนนั้นมันเป็นอย่างไร ทำไมครั้งนี้ที่ผ่านมามัน ๑๕๐ ๓๕๐ ผมก็พยายามจะอธิบายให้เขาเข้าใจ ซึ่งตรงนี้เป็นเรื่องที่จะต้องสามารถจะบอกได้ พูดง่าย ๆ ว่าเชิงพื้นที่กับเชิงประเด็นนะครับ พี่น้องที่ท่านเป็นผู้แทนที่มาจากปาร์ตีลิสต์ (Party list) หรืออะไรทำนองนั้นนะครับจะเป็น ส่วนผสม บัญชีรายชื่อก็แล้วแต่ ท่านก็จะมาด้วยความเชี่ยวชาญ มีขีดความสามารถสูง ดังนั้น ประชาชนล่ะครับจะชอบแบบไหน ประชาชนทราบไหมครับว่ารายละเอียดทั้งหมดเขาจะได้ อะไรจากแบบต่าง ๆ ทั้งหมดเลย ดังนั้นในส่วนของรายละเอียดทั้งหมดนี้ผมขออนุญาต นำเสนอต่อท่านประธาน แล้วก็ถามไปยังผู้เสนอในการทำหน้าที่ของกรรมาธิการช่วยกรุณา หาคำตอบเหล่านี้ให้กับกระผมด้วยครับ ขอบพระคุณครับ