ภูริพัฒน์ ธีระกุลพิศุทธิ์ ชี้แจงความคืบหน้าและเหตุผลความจำเป็นในการเข้าเป็นภาคีอนุสัญญามาร์โพล 73/78 ภาคผนวก 5 เพื่อเสริมสร้างกรอบกฎหมายการควบคุมมลพิษจากเรือ รองรับการตรวจประเมินจากองค์การทางทะเลระหว่างประเทศ และเพิ่มประสิทธิภาพการกำกับดูแลทั้งเรือไทยและต่างประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ สมาชิกรัฐสภาผู้ทรงเกียรติทุกท่านครับ กระผม นายภูริพัฒน์ ธีระกุลพิศุทธิ์ รองอธิบดีกรมเจ้าท่าด้านปลอดภัย ต้องกราบเรียนสมาชิกผู้ทรงเกียรติ อย่างนี้ว่า ในส่วนของการดำเนินการเข้าเป็นภาคีมาร์โพล แอนเน็กซ์ ๕ (MARPOL Annex 5) ของ กรมเจ้าท่าเวลานี้ เพื่อเสนอรัฐสภาเห็นชอบในอนุสัญญาเพื่อเข้าเป็นภาคีต่อไป จริง ๆ แล้ว มาร์โพล (MARPOL) ทั้งหมด ๖ แอนเน็กซ์ (Annex) แอนเน็กซ์ ๑ (Annex 1) และ แอนเน็กซ์ ๒ (Annex 2) เป็นแอนเน็กซ์ (Annex) ที่เป็นภาคบังคับ ซึ่งกรมเจ้าท่าได้เข้าเป็น ภาคีแล้วตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๕๑ ส่วนแอนเน็กซ์ ๓ (Annex 3) ถึงแอนเน็กซ์ ๖ (Annex 6) เป็นภาคสมัครใจ ซึ่งกรมเจ้าท่าต้องเข้าเป็นภาคีภายใต้โครงการที่องค์การทางทะเลระหว่าง ประเทศได้มีโครงการร่วมกับทางประเทศนอรเวย์ หรือไอเอ็มโอ/นอราด (IMO/NORAD) ซึ่งมีอยู่ ๒ ระยะ ระยะแรกตั้งแต่ปี ๒๕๕๗-๒๕๖๐ ซึ่งเป้าหมายก็คือว่ากรมเจ้าท่าได้เสนอ การเข้าเป็นภาคี ๒ ตัว ก็คือลอนดอน โพรโตคอล ๙๖ (London Protocol 96) และ อนุสัญญามาร์โพล ๗๓/๗๘ แอนเน็กซ์ ๕ (MARPOL 73/78 Annex 5) ซึ่งเสนอรัฐสภา เห็นชอบในวันนี้ โดยในระยะแรกเราล่าช้าไปในเรื่องของการเข้าเป็นภาคี จึงได้มาสู่ระยะที่ ๒ ไอเอ็มโอ/นอร์ราด (IMO/NORAD) แมตช์ ๔ (Match 4) ซึ่งจะสิ้นสุดปี ๒๕๖๕ เหตุผลวันนี้ ถามว่ากรมเจ้าท่าเราก็มีการดำเนินการ เพื่อให้เป็นไปตามที่เราเป็นภาคีกับองค์การทางทะเล ระหว่างประเทศ ซึ่งมีอนุสัญญาทั้งหมดประมาณ ๕๙ ฉบับ วันนี้เราเข้าไปแล้ว ๑๔ ฉบับ ทั้งนี้ในการพิจารณาการเข้าเป็นภาคีของกรมเจ้าท่า เราต้องมีการพิจารณาหลายมิติ เพราะว่ามีการเกี่ยวข้องกับสเตกโฮลเดอร์ (Stakeholder) หลายส่วน ทั้งกระทบในส่วนของ เจ้าของเรือ ทั้งในมิติของเศรษฐกิจ มิติของความพร้อม วันนี้การเตรียมการเพื่อเข้าเป็นภาคี เราต้องยกร่างพระราชบัญญัติขึ้นมาให้พร้อมที่จะเข้าเป็นภาคี สิ่งสำคัญของการเข้าเป็นภาคี คือ ความพร้อมในการอิมพลีเมนต์ (Implement) หากการเข้าเป็นภาคีเรามีแค่กฎหมาย วันนี้ไม่เพียงพอ กฎหมายมิติใหม่ในการเสนอกฤษฎีกาวันนี้กรมเจ้าท่าจะต้องไปเตรียม กฎหมายลำดับรองเพื่อปฏิบัติตามกฎหมายหลักที่เรานำเสนอรัฐสภา เพื่อรองรับอนุสัญญา ที่เราเข้าเป็นภาคี อันนี้จึงเป็นที่มาว่าในการดำเนินการตามขั้นตอนมันมีระยะเวลาการปฏิบัติ แล้วอันนี้เป็นภาคสมัครใจที่เรานำเข้าเป็นภาคี วันนี้เรือไทยทั้งหมดเรามีเดินเรืออยู่ ต่างประเทศ อย่างที่สมาชิกผู้ทรงเกียรติได้ทราบว่า ถึงแม้เราไม่เข้าเป็นภาคีวันนี้เรือไทยเรา ก็มีความพร้อม เหตุผลเพราะว่า ๑๕๕ ประเทศเขาเข้าเป็นภาคีแล้วกับอนุสัญญามาร์โพล ๕ (MARPOL 5) เพราะฉะนั้นเรือไทยทั้งหมดที่ไปก็จะถูกกำกับและควบคุมโดยประเทศสมาชิก ที่เราเข้า อันนี้เป็นความพร้อม และถามว่าจึงไม่เกิดผลกระทบวันนี้ว่าเมื่อเราเข้าเป็นภาคี จะกระทบกับเรือไทยขนาดไหน
ประเด็นกลับมาก็คือว่าวันนี้เรามีเรื่องของการควบคุมด้านสิ่งแวดล้อมขยะ เรามี พ.ร.บ. การเดินเรือในน่านน้ำไทย เพียงมาตรา ๑๑๙ ซึ่งมีระยะในการควบคุมเพียงแค่ ทะเลภายในน่านน้ำไทย ๑๒ ไมล์ทะเล แต่ถ้าเรือต่างประเทศเข้ามาในประเทศไทย เราไม่มี กฎหมายอะไรไปกำกับเขาว่าหลังจากอีแซด โซน (EZ Zone) ออกไปเราจะต้องดำเนินการ อย่างไร เหตุผลในการเข้าเป็นภาคีส่วนหนึ่งก็คือว่าเราต้องกำกับเรือต่างประเทศที่เข้ามา ในลักษณะต้องมีการกำหนดโทษทั้งทางปกครองและทางอาญาที่เข้ามาและเรือไทยที่ไป ต่างประเทศในพื้นที่พิเศษ ถ้าเราไม่ได้เข้าเป็นภาคีวันนี้ เราก็ไปบังคับเรือไทยไม่ได้ เรือไทย ก็จะถูกบังคับโดยการเข้าเป็นภาคีวันนี้ และเรามีกฎหมายเอื้อมถึงในการที่จะกำหนดบังคับ ให้เรือไทยต้องปฏิบัติตามที่อนุสัญญากำหนด อันนี้เป็นเหตุผลว่าทำไมเราต้องเข้าเป็นภาคี และไม่ให้เกิดผลกระทบว่าตอนนี้เราเข้าแล้วทำไมไม่มีข้อเสีย ข้อดีเป็นอย่างไร นอกจากเราได้รับการยอมรับจากต่างประเทศ นอกจากเราเป็นการปฏิบัติ ตามกฎหมายอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยกฎหมายทะเล ๑๙๘๒ หรือว่าอันคลอส ๑๙๘๒ (UNCLOS 1982) ที่กำหนดให้รัฐชายฝั่งจะต้องมีการตรากฎหมายในการดูแล เรื่องสิ่งแวดล้อมเหล่านี้ อันนี้ก็เป็นประโยชน์ที่ประเทศไทยจะได้รับ ส่วนในการกำกับวันนี้ เรียนสมาชิกผู้ทรงเกียรติอย่างนี้ว่า ในน่านน้ำไทยปัจจุบันมีเรือไทยเข้าออกปีหนึ่ง ๖๐,๐๐๐ กว่าเที่ยว มีเรือต่างประเทศปีหนึ่ง ๓๐,๐๐๐ กว่าเที่ยว เรามีสถิติปี ๒๕๖๔ เรามีการเก็บขยะ จากเรือต่างประเทศที่เข้ามาในน่านน้ำไทย ขยะทั่วไปประมาณ ๘๐ ตัน ขยะที่เป็นสินค้า เป็นขยะอันตรายประมาณ ๓๖ ตัน อันนี้เป็นตัวเลขที่เรามีการปฏิบัติ เหตุผลที่ผมพูดอย่างนี้ เพราะว่าในการปฏิบัติวันนี้กรมเจ้าท่าเราก็จะได้มีการกำหนดให้ท่าเทียบเรือต่าง ๆ จะต้อง จัดให้มีสิ่งอำนวยความสะดวกในการรองรับขยะ ซึ่งก็เป็นเรื่องหนึ่งที่บัญญัติไว้ในอนุสัญญา ฉบับนี้ ความหมายก็คือว่าเราก็มีการปฏิบัติและดำเนินการอยู่แล้ว ท่าเทียบเรือวันนี้เรามี ๒๐๐ กว่าท่าที่อยู่ในเกณฑ์ที่จะต้องจัดให้มีพอร์ต รีเซปชัน ฟาซิลิตี (Port Reception Facilities) ทุกวันนี้ท่าเทียบเรือทุกท่าก็ต้องมีการจัด จัดแล้วถ้าเกิดว่าเรือต่างประเทศเข้ามา ร้องขอเพื่อเอาขยะขึ้นท่า ถ้าประเทศไทยไม่พร้อมเขาก็จะสามารถไปแจ้งไปร้องเรียนต่อ ไอเอ็มโอ (IMO) ซึ่งจะไปบันทึกในไอเอ็มโอ จิสิส (IMO GISIS) ก็เป็นการประจานประเทศ ไทยไปโดยปริยาย อันนี้เป็นสิ่งซึ่งกรมเจ้าท่ามีการปฏิบัติมาอย่างต่อเนื่อง และในอีกส่วนหนึ่ง ก็คือเรื่องของการจัดให้มีเรือในการรองรับสิ่งปฏิกูลเหล่านี้ อันนี้ก็เป็นอีกภาคหนึ่งที่เราต้อง จัดให้มี และวันนี้เราก็จัดให้มี โดยเราใช้อำนาจในฐานะเรกกูเลเตอร์ (Regulator) ในการที่ จะกำกับพวกท่าเทียบเรือหรือกำกับเรือ เพื่อที่จะสร้างเป็นเงื่อนไขให้เขาต้องปฏิบัติ แต่ถ้า วันนี้เรามีการเข้าเป็นภาคีอนุสัญญาและมีการร่างกฎหมายเพื่อรองรับกับมาร์โพล ๗๓/๗๘ แอนเนกซ์ ๕ (MARPOL 73/78 Annex 5) นี้แล้ว เราก็จะสามารถทำให้มีกฎหมายที่ สมบูรณ์แบบ ทำให้เรามีกฎหมายลำดับรองในการปฏิบัติที่สมบูรณ์ อิมพลีเมนต์ (Implement) ตามที่อนุสัญญากำหนดทุกประการ และท้ายที่สุดสิ่งสำคัญก็คือว่าเรามี ความจำเป็นที่จะต้องรับการตรวจประเมินจากองค์การทางทะเลระหว่างประเทศในปี ๒๕๖๖ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ในการตรวจประเมินขององค์การทางทะเลระหว่างประเทศ เขาจะต้องดูถึง เรื่องของภาคีอนุสัญญาที่เราเป็นภาคีทั้งหมดทั้งภาคบังคับ หรือภาคสมัครใจอะไรก็แล้วแต่ เขาจะดูว่าเรามีกฎหมายภายในที่รองรับที่สมบูรณ์แบบหรือไม่ คำว่า กฎหมายภายในรองรับ สมบูรณ์แบบ ก็หมายความว่าเราต้องมีกฎหมายรองในการที่จะปฏิบัติ ในการที่จะมีเอสโอพี (SOP) ในการปฏิบัติให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด และสุดท้ายคือส่งผลสัมฤทธิ์ต่อการ ปฏิบัติตามอนุสัญญาที่เราเข้าเป็นภาคี อันนี้ก็เป็นสิ่งซึ่งอยากกราบเรียนสมาชิกว่า กรมเจ้าท่า ในฐานะหน่วยปฏิบัติและรับผิดชอบในการบูรณาการในฐานะที่เป็นรัฐชายฝั่งก็แล้วแต่ ในฐานะที่เป็นรัฐเมืองท่าก็แล้วแต่ หรือในฐานะที่เป็นรัฐเจ้าของธง ซึ่งวันนี้เรามีเรือทั้งหมด จำนวน ๘๐,๐๐๐ กว่าลำ เป็นเรือประมง ๔๐,๐๐๐-๕๐,๐๐๐ ลำ เป็นเรือประมงขนาดเล็ก ๓๐,๐๐๐-๔๐,๐๐๐ ลำ เรือประมงพาณิชย์ก็ประมาณ ๑๐,๐๐๐ กว่าลำ พอสมาชิกท่าน ผู้ทรงเกียรติเห็นว่าตัวเลข ๕๐,๐๐๐ ลำ กรมเจ้าท่าจะจัดการอย่างไร จริง ๆ แล้วเรือซึ่งอยู่ ในเกณฑ์ที่เดินระหว่างประเทศ กรมเจ้าท่าวันนี้ที่จดทะเบียนเป็นเรือไทย เรามีประมาณ ๓๙๘ ลำเท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นในการจัดการเพื่อตรวจเรือหรือว่าดำเนินการเพื่อให้เป็นไป ตามอนุสัญญา เรามีเจ้าพนักงานตรวจเรือทั่วประเทศ ๖๒ คน เราสามารถที่จะดำเนินการ จัดการได้อยู่แล้วครับ ก็ขออนุญาต