เกียรติคุณไกรสิทธิ์ ชูแนวทางจัดการขยะทะเล-ผลักดันกฎหมายเดินเรือรองรับความยั่งยืน

รัฐสภา · ครั้งที่ ๔ · ๒๑ ธันวาคม ๒๕๖๔

เกียรติคุณไกรสิทธิ์ ตันติศิรินทร์ หารือประเด็นสิ่งแวดล้อมทางทะเล โดยเฉพาะการจัดการขยะจากเรือและปัญหาไมโครพลาสติกที่ส่งผลต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม พร้อมผลักดันให้ประเทศไทยดำเนินการตามพันธกรณีระหว่างประเทศ สนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนผ่านการเก็บข้อมูล การสร้างความร่วมมือทั้งในและต่างประเทศ การพัฒนาบุคลากรและนวัตกรรม รวมถึงการปรับปรุงกฎหมายการเดินเรือให้ทันสมัยและสอดคล้องกับการพัฒนาอย่างยั่งยืน

ศาสตราจารย์เกียรติคุณไกรสิทธิ์ ตันติศิรินทร์ สมาชิกวุฒิสภา แบบสรรหา

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม ศาสตราจารย์เกียรติคุณไกรสิทธิ์ ตันติศิรินทร์ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ก่อนอื่นผมต้องขอขอบพระคุณ เป็นอย่างสูงที่ให้โอกาสผมอภิปรายให้ข้อคิดเห็นเกี่ยวกับอนุสัญญาระหว่างประเทศ ว่าด้วยการป้องกันมลพิษจากเรือ ค.ศ. ๑๙๗๓ ที่แก้ไขปรับปรุงโดยพิธีสาร ค.ศ. ๑๙๗๘ โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาคผนวก ๕ ว่าด้วยกฎข้อบังคับสำหรับการป้องกันมลพิษจากขยะบนเรือ กระผมจะขออภิปรายประมาณ ๔ ประเด็นในเวลา ประเด็นแรกก็คือ ความสำคัญ ประเด็นที่ ๒ การดำเนินงานของไทย เมื่อให้ข้อคิดเห็น ประเด็นที่ ๓ พ.ร.บ. ที่กรมเจ้าท่า เสนอแก้ไขเพิ่มเติมร่าง พ.ร.บ. การเดินเรือในน่านน้ำไทย แล้วประเด็นสุดท้ายประเด็นที่ ๔ ก็คือสรุป

เรื่องความสำคัญ จริง ๆ เรื่องนี้มีความสำคัญระดับโลก บังเอิญตราสารนี้ เขียนปี ค.ศ. ๑๙๗๘ ขณะนี้เราอยู่ใน ค.ศ. ๒๐๒๑ จะเข้า ค.ศ. ๒๐๒๒ เรามีเป้าหมาย การพัฒนาที่ยั่งยืน นั่นก็คือเป้าหมายที่ ๑๔ ชีวิตใต้น้ำ ไลฟ์ บีโลว์ วอเตอร์ (Life Below Water) สิ่งที่มีชีวิตขณะนี้แวดล้อมด้วยขยะทางทะเล เรื่องนี้จึงมีความสำคัญระดับโลก ระดับประเทศ ระดับท้องถิ่นที่อยู่ชิดทะเล ทุกคนคงต้องมีบทบาทโดยการลด เลิกหรือใช้ หมุนเวียนขยะทะเล โดยเฉพาะอย่างยิ่งพลาสติก เหตุผลก็คือว่าพลาสติกเมื่อถูกย่อยสลาย ลงไปเล็ก ๆ มันจะกลายเป็นไมโคร พลาสติก (Micro plastic) ซึ่งมีผลเสียต่อชีวิต ทั้งพืช ทั้งสัตว์ ทั้งมนุษย์ พวกเราเองก็ห้ามประมาท ดีไม่ดีกินอาหารทะเลมีไมโครพลาสติก (Micro plastic) ระยะยาวมีผลอย่างไรเรายังไม่รู้ แต่เราคงจะต้องระวังขณะเดียวกันเรื่องนี้ก็มี ความสำคัญเกี่ยวกับเรื่องความเป็นอยู่ของมนุษย์ สัตว์และพืชด้วย ถ้าเราไม่ดูแลให้ดีก็จะมีผล ต่อการพัฒนาที่ยั่งยืน เพราะฉะนั้นเรื่องนี้จึงมีความสำคัญ

ประเด็นที่ ๒ เมื่อเราเห็นชอบ เราคงจะต้องมีการเตรียมการว่าเราจะทำอะไร สิ่งแรกที่ผมเห็นหลายท่านอภิปรายก็คือ ๑. ต้องมีข้อมูล ข้อมูลว่าขยะทะเลเรามันมาจาก ที่ไหน อย่างไร แล้วเราจะแก้ไขอย่างไร โดยเฉพาะอย่างยิ่งพลาสติก ในครั้งหนึ่งผมมีโอกาส ไปติมอร์เลสเต ติมอร์ตะวันออกไปพบขยะ มีหลักฐานเก็บมาว่าไปจากประเทศไทย เห็นไหมครับ ติมอร์เลสเต ก็แสดงว่าขยะไม่ได้อยู่เฉพาะจุดใดจุดหนึ่งมันกระจายไปทั่วโลก เพราะฉะนั้น เรื่องนี้จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งที่เราคงจะต้องดำเนินการ ทั้งระดับนานาชาติครับหลายท่าน อภิปรายแล้วว่าเราเข้าไปร่วมช้า แต่ไม่ช้าไป ถ้าเราอยากจะให้มีบทบาทนานาชาติมากขึ้น ต้องมีการศึกษาเตรียมความพร้อมทำงานกับประเทศอื่น ๆ มากขึ้น นั่นก็คือเอสดีจี (SDG) ข้อ ๑๗ พาร์ทเนอร์ชิพ ฟอร์ แอกชีพวิง เดอะ โกลส์ (Partnerships for achieving the Goals) ทำคนเดียวไม่ได้ แล้วขณะเดียวกันในประเทศไทยเองก็ต้องพาร์ทเนอร์ชิพ (Partnerships) กับทุกภาคี กรมเจ้าท่ากรมเดียวทำไม่ไหวหรอก เพราะเราต้องปลูกจิตสำนึก ให้ทุกคนลด เลิก หรือหมุนเวียนขยะทุกรูปแบบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพลาสติก เมื่อการ ดำเนินงานระดับนานาชาติก็ต้องทำ แล้วก็ต้องวางหน้าวางตาให้ดี ท่าทีของไทยจะได้เป็น ที่นับหน้าถือตาของคนนานาชาติ

สำหรับระดับชาติ ผมคิดว่ามีประเด็นที่จะต้องทำตั้งแต่ระดับชาติ ระดับ จังหวัด ระดับท้องถิ่น ทำอย่างไรเราจะมีข้อมูลอย่างที่เรียนแล้ว แล้วพยายามแก้ไข ปลูกจิตสำนึกให้ทุกคนลด เลิก หรือหมุนเวียนขยะให้ได้ทุกรูปแบบ แล้วก็ขณะเดียวกัน จริง ๆ มันก็อยู่ในแม่น้ำ ลำคลองของเราด้วย ไม่ใช่เฉพาะทะเล ซึ่งเรื่องนี้ก็เห็นด้วยว่า ควรจะต้องทำ แล้วที่สำคัญที่ผมเห็นในแอนเน็กซ์ (Annex) ในภาคผนวกก็คือว่า เราคง จะต้องมีการพัฒนากำลังคนเรื่องนี้ คาพาซิตี บิลดิง (Capacity building) แล้วก็มีโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็น แล้วขณะเดียวกัน ก็มีการวิจัยและพัฒนาด้วย และขณะเดียวกันการบริหารจัดการที่จะให้ภาคีต่าง ๆ ทำงาน ร่วมกัน ที่ผมอภิปรายนี่ผมพยายามเสริมเติมเต็มกับทุกท่านที่ได้อภิปรายมาแล้ว สิ่งเหล่านี้ ถ้าเผื่อเราทำได้มันก็จะเสริมเติมเต็ม แล้วที่สำคัญอย่างยิ่งก็คือการสื่อสารประชาสัมพันธ์ ให้ทุก ๆ คนมีจิตสำนึกครับ ไม่ใช่เฉพาะพูดอย่างเดียว ต้องทำให้ได้ แล้วเราได้ร่วมกันสร้าง สังคมและสิ่งแวดล้อมให้ดีขึ้น

สำหรับประเด็นถัดไปก็คือเรื่อง พ.ร.บ. ที่จะเกิดขึ้นใหม่ พ.ร.บ. การเดินเรือ ในน่านน้ำไทย ผมไม่ทราบว่าที่ได้พิจารณากัน ได้พยายามปรับปรุงนำแนวคิดเรื่องการพัฒนา ที่ยั่งยืนไปใส่ด้วยหรือเปล่า ปี ๑๙๗๘ มันโบราณแล้ว ผมก็หวังว่าที่ผ่านทางสภาผู้แทนราษฎร ได้พิจารณาเรื่องเหล่านี้ แน่นอนพอไปผ่านวุฒิสภาเราคงต้องพิจารณาเรื่องนี้ให้ชัดเจนขึ้น ให้มันสมบูรณ์ขึ้น

โดยสรุปท่านประธานครับ ผมคิดว่าเรามีความจำเป็นที่จะรับ พ.ร.บ. นี้ แล้วนำมาใช้ประโยชน์ให้มากขึ้น ในทุก ๆ ระดับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งปลูกจิตสำนึกครับ แล้วก็ ให้มีการทำงานเป็นภาคีเครือข่าย กรมใดกรมหนึ่งทำงานไม่สำเร็จหรอกครับ โดยสรุปก็คือ ผมสนับสนุนเต็มที่ แล้วให้ความเห็นชอบ แล้วคงจะต้องออกแรงทำงานให้ดียิ่งขึ้นสืบไปครับ เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนของโลกครับ ขอบคุณมากครับ