สะถิระ เผือกประพันธุ์ หารือเรื่องการป้องกันมลพิษจากขยะบนเรือและชายฝั่ง โดยเรียกร้องการดำเนินการควบคุมและรณรงค์ให้ลดปริมาณขยะในประเทศไทย พร้อมเสนอแนวทางการจัดเตรียมขยะร่วมกันระหว่างรัฐและเอกชน และแนะนำให้เรือขนาด 12 เมตรขึ้นไปต้องมีป้ายกำกับด้วยภาษาต่างประเทศเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจภาคทะเล
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ผม สะถิระ เผือกประพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตสัตหีบ จังหวัดชลบุรี พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ก่อนอื่นต้องขอร่วมอภิปราย อนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการป้องกันมลพิษ ภาคผนวกที่ ๕ ว่าด้วยกฎข้อบังคับ สำหรับการป้องกันมลพิษจากขยะบนเรือ หรือมาร์โพล (MARPOL) ก็ยังดีที่มาครับ ท่านประธานครับ เพราะว่าถ้ามาช้าอาจจะเป็นเหมือนเปรียบเทียบแบบกรณีวาดา (WADA) หรือองค์กรต่อต้านสารต้องห้ามโลกที่ธงชาติเราไม่ได้ขึ้นในโพเดียม (Podium) ไม่แสดงให้ พี่น้องชาวโลกเห็นว่าเรามีความสามารถในด้านกีฬาเพียงใด แต่อย่างไรก็ตามผมเห็นด้วย เป็นอย่างยิ่ง ถึงแม้ว่าจะมาช้าเพียงใดเกี่ยวกับเรื่องของการจำกัดขยะทั้งบนเรือและชายฝั่ง แต่ทั้ง ๒ อย่างต้องควรควบคู่กันไป โดยเฉพาะในอนุสารนี้ก็คือเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาเรา ก็ได้มีการลงมติ พ.ร.บ. การเดินเรือในน่านน้ำไทยว่าด้วยการทิ้งขยะลงทะเลเช่นกัน แต่คำถามมีอยู่ว่าท่านจะนำไปใช้เมื่อไร เพราะว่าท่านต้องรอที่ พ.ร.บ. ผ่านทางรัฐสภา ให้ความเห็นชอบ ในเมื่อมีวาระสำเร็จแล้ว แต่วันนี้ท่านก็ต้องไปทำภาคยานุวัติต่อ ต่อองค์กร ทางทะเลต่อตรงนี้ ถามว่าท่านพร้อมใช้แล้วเมื่อไร อย่างไร ฝากท่านประธานผ่านไปยัง กรมเจ้าท่า เพราะว่าถ้าท่านพร้อมแล้วเรือทั้ง ๕๐,๐๐๐ ลำ นี่เฉพาะเรือประมง ถ้าเป็น เรือท่องเที่ยวด้วยซึ่งมีอยู่หลายหมื่นลำเช่นกันที่ประกอบกิจการในภาคทะเลของพื้นทะเลไทย ตรงนี้ผมก็อยากฝากท่านประธานผ่านไปยังกรมเจ้าท่าว่าแม้ท่านพร้อมแล้วกฎข้อบังคับ ต่าง ๆ หรือระเบียบต่าง ๆ ที่ทางเรือจะต้องรับผิดชอบ มีภาระหน้าที่ที่จะต้องร่วมกันรณรงค์ ให้ขยะในประเทศไทยของเราลดน้อยลง เพราะปัจจุบันมีหลายสถาบันครับ เราจะอยู่อันดับที่ เท่าไรก็แล้วแต่ แต่ผมมั่นใจว่าเราอยู่อันดับต้น ๆ ของโลกที่เราจะต้องลดปริมาณขยะให้ได้ แน่นอน เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของข้อยกเว้น ข้อยกเว้นที่ผมดูในเรกูเลชัน (Regulation) ที่ ๘ ส่วนใหญ่จะให้คำจำกัดความว่า เรือต้องใช้ความระมัดระวังตามสมควร ตรงนี้บทบัญญัติข้อบังคับใน พ.ร.บ. การเดินเรือในน่านน้ำไทยมีการปรับหลายแสนบาท เมื่อใช้ดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่ และใช้คำว่าความระมัดระวังตามสมควร ตรงนี้ผมฝาก ท่านประธานผ่านไปยังกรมเจ้าท่าว่าควรจะมีบทบัญญัติที่ชัดเจนว่าความระมัดระวังควร ระมัดระวังอย่างไร แล้วทำอย่างไรถึงจะเป็นที่ไม่ระมัดระวัง หรือมิได้เจตนา เพราะว่าไม่ว่า พี่น้องประมงก็ดี ทำเครื่องมือประมงตกหล่นหรือสูญหาย หรือเรือท่องเที่ยวก็ดี ไม่มี การกำจัดขยะโดยไม่ได้ระมัดระวัง ควรมีบทบัญญัติที่ชัดเจน เพราะว่าค่าปรับหลักแสนบาท และถ้าไม่ยอมจ่ายอีกปรับวันละ ๒๐๐,๐๐๐ บาท ตรงนี้ฝากท่านประธานผ่านไปยังทาง กรมเจ้าท่าด้วย
อีกเรื่องหนึ่งที่ผมดูในของเรกูเลชัน (Regulation) กฎข้อบังคับในเรื่องของ การให้ท่าเทียบเรือ หรือท่าเรือในการขนย้ายขยะ ท่านถามว่าท่าเทียบเรือท่านพร้อมแล้ว หรือยัง แล้วใครเป็นผู้รับผิดชอบในการจัดเตรียมขยะก่อนที่เรือจะออก หรือเรือเข้ามาใน ท่าเทียบเรือ ตรงนี้ฝากท่านประธานผ่านไปยังกรมเจ้าท่าด้วยว่าใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ รัฐหรือเอกชน หรือต้องรับผิดชอบร่วมกัน หรือต้องร่วมกัน ก็มีเพื่อนสมาชิกท่านหนึ่งที่บอก ว่าเรื่องนี้กรมเจ้าท่ารับผิดชอบคนเดียวไม่น่าไหว ควรที่จะต้องมีหน่วยงานของรัฐอีกหลาย หน่วยงาน อย่างเช่น กรมควบคุมโรค กรมควบคุมมลพิษ ตรงนี้เป็นสิ่งสำคัญ เพราะว่า เรื่องขยะไม่ใช่เรื่องเฉพาะในเรื่องของประเทศไทยเท่านั้น มันเป็นเรื่องของระดับโลกครับ ท่านประธานครับ
อีกเรื่องหนึ่งก็คือในเรื่องของความพร้อมของเรือครับท่านประธาน มันมีอยู่ ข้อหนึ่งที่ผมอยากฝากท่านประธานตั้งเป็นข้อสังเกตและข้อเสนอแนะผ่านไปยังกรมเจ้าท่า เรือ ๑๒ เมตรขึ้นไปต้องมีป้ายกำกับบอกว่าวิธีการกำจัดขยะทำอย่างไร ต้องมีภาษาอังกฤษ ภาษาฝรั่งเศส และสเปน เรือ ๕๐,๐๐๐ ลำ อาจจะเป็นเรือ ๑๒ เมตรหลักหมื่น เรือท่องเที่ยว อีกหลักหมื่น เขาพร้อมแล้วหรือยังสำหรับที่จะต้องมีภาษาอังกฤษ ภาษาอังกฤษผม ไม่ห่วงครับ แต่ภาษาฝรั่งเศสและภาษาสเปนท่านบอกว่าต้องมี ภาษาฝรั่งเศสและภาษาสเปน เมื่อจะออกนอกเรือในพื้นที่นั้น ๆ ตรงนี้ฝากท่านประธานผ่านไปยังกรมเจ้าท่าด้วยว่า มีหลักเกณฑ์อย่างไร ทั้งนี้ทั้งนั้นท่านประธานผมขออนุญาตใช้เวลาเพียงเท่านี้ครับ เพราะว่า มีเพื่อนสมาชิกอีกหลายท่าน แล้วก็วันนี้มีการลงมติอีกหลายพระราชบัญญัติ เพราะฉะนั้น การดูแลรณรงค์รักษาสิ่งแวดล้อมเพื่อเศรษฐกิจภาคทางทะเลเป็นสิ่งสำคัญครับ ไม่ว่าจะเป็นทางทะเลหรือทางชายฝั่ง หรือแม้กระทั่งทางบก สิ่งเหล่านี้ทำให้พี่น้องไทย มีรายได้จากการท่องเที่ยวก็ดี หรือได้จากการประมงก็ดี สำหรับ พ.ร.บ. นี้ผมเห็นด้วย เป็นอย่างยิ่ง กราบขอบพระคุณครับ