ศรัณย์ ทิมสุวรรณ อภิปรายร่าง พ.ร.บ. ปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ โดยเห็นด้วยกับหลักการแต่เน้นย้ำความจำเป็นในการทำให้หน่วยงานรัฐสามารถรับเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ได้อย่างแท้จริง พร้อมเรียกร้องให้ยกระดับระบบยืนยันตัวตนของภาครัฐและตั้งข้อกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของข้อมูล รวมถึงตั้งคำถามถึงความพร้อมและความจริงใจของรัฐในการเปิดเผยข้อมูลและปฏิรูประบบราชการอย่างมีประสิทธิภาพในยุคดิจิทัล
ท่านประธาน ที่เคารพ ผม ศรัณย์ ทิมสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ในฐานะ สมาชิกรัฐสภา ขออภิปรายเกี่ยวกับร่าง พ.ร.บ. ปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ ผมมองว่า เป็นกฎหมายที่มีความจำเป็น และจริง ๆ น่าจะออกมาตั้งนานแล้ว เนื่องจากตอนนี้ไม่ว่า จะหน่วยงานไหนก็จะมีกฎของตัวเอง ซึ่งแต่ละหน่วยงานก็ไม่เหมือนกัน มันทำให้ประชาชน มีความยากลำบากในการไปติดต่อกับหน่วยงาน เพราะว่าไปหน่วยงานนี้แม้แต่หน่วยงาน เดียวกัน บางที่รับ บางที่ไม่รับ นี่คือปัญหาที่ประชาชนต้องเจอ เพราะฉะนั้นการที่เราจะออก พ.ร.บ. เพื่อกำหนดให้เป็นกฎหมายกลางว่า การดำเนินการทางอิเล็กทรอนิกส์เป็นสิ่งที่ สามารถทำได้ และหน่วยงานรัฐจะต้องรับอันนี้ผมเห็นด้วย เพียงแต่ใน พ.ร.บ. ฉบับนี้เท่าที่ ผมอ่าน ผมเข้าใจว่าเป็นการบอกกับหน่วยงานที่ไม่แน่ใจว่าเราสามารถรับหลักฐานทาง อิเล็กทรอนิกส์ได้หรือไม่ เพราะว่าจากที่ผมทราบมา หลายหน่วยงานจะมีปัญหากับ ข้อกำหนดบางอย่างในระเบียบว่าจะต้องเป็นหนังสือ จะต้องเป็นลายลักษณ์อักษร ซึ่งพอเป็น อิเล็กทรอนิกส์แล้วมันทำให้เขาไม่สามารถตัดสินใจได้ว่าเขาสามารถใช้ได้หรือไม่ได้ และกฎหมายนี้ผมเข้าใจว่าออกมาเพื่อที่จะแก้ความเข้าใจต่าง ๆ ให้หน่วยงานทุกหน่วยงาน สามารถเข้าใจว่าสามารถรับได้ เพียงแต่ครับท่านประธาน สามารถรับได้กับจำเป็นหรือว่า บอกว่าต้องให้ทำให้ได้มันต่างกัน เพราะฉะนั้นผมอยากจะเน้นตรงนี้ บอกว่ารับได้มันก็ ไม่จำเป็น หรือว่ามันไม่ได้บังคับเป็นข้อผูกมัดว่าหน่วยงานจะจำเป็นต้องรับ เพราะว่าผมเห็น ในหลายหน่วยงานที่เคยมาชี้แจงว่าหน่วยงานของเขานั้นสามารถใช้เอกสารทาง อิเล็กทรอนิกส์ได้ แต่พอประชาชนไปติดต่อจริง ๆ ก็ยังต้องใช้ฮาร์ดก๊อบปี้ (Hard copy) ยังต้องใช้สำเนาเหมือนเดิม เพราะฉะนั้นผมมองว่าถ้าเราจะทำเรื่องนี้ ถ้าเป้าหมายของท่าน เป้าหมายของการออก พ.ร.บ. คือการทำให้รัฐบาลกลายเป็นรัฐบาล ๔.๐ รัฐบาลสมาร์ต กัฟเวิร์นเมนต์ (Smart government) หรือจะใช้คำว่าอะไรก็ตาม ท่านจำเป็นต้องชัดเจนว่า เมื่อไร สมมติอาจจะอีก ๑ ปี หรือว่าครึ่งปี หน่วยงานทุกหน่วยงานของรัฐต้องสามารถ หรือว่าต้องรับเอกสาร หรือว่าต้องสามารถปฏิบัติงาน แล้วก็รับเอกสารราชการทาง อิเล็กทรอนิกส์ได้ทั้งหมด ผมว่านี่ถึงจะเป็นสิ่งที่ทำให้ท่านพัฒนาไปสู่เป้าหมายรัฐบาล อิเล็กทรอนิกส์ หรือว่ารัฐบาล ๔.๐ ที่ท่านต้องการได้ ถ้าท่านเขียนแค่ว่าโอเค (OK) ที่จะรับ บางหน่วยงานเขาก็ไม่รับเหมือนเดิม อันนี้คือสิ่งที่ผมเจอ ทีนี้ปัญหาที่ตามมา พอเราบอกว่า ให้รับเอกสารทางอิเล็กทรอนิกส์ ไม่ว่าจะเป็นทางอีเมล (Email) หรือทางอะไรก็ตาม ปัญหา ที่ตามมาคือการยืนยันตัวตนอย่างที่เพื่อนสมาชิกหลายคนก็พูดไปแล้ว ตอนนี้ระบบของ ประเทศไทยพร้อมมากน้อยขนาดไหน ผมไม่ค่อยห่วงเอกชนครับ เพราะว่าเขาต้องดูแลข้อมูล ของเขา แต่ว่าของภาครัฐเองเรามีดิจิทัล ไอดี (Digital ID) เรามีอิเล็กทรอนิกส์ ไอดี (Electronics ID) หรือว่าเรามีการยืนยันตัวตนที่รัฐสามารถตรวจสอบได้แน่นอนมากน้อย ขนาดไหน เพื่อที่จะรองรับการทำไม่ว่าจะเป็นธุรกรรม หรือการติดต่อกับภาครัฐต่าง ๆ อย่างที่ท่านเขียนไว้ในเอกสาร ไม่ว่าจะติดต่ออะไร ไม่ว่าจะสมัคร จะขอข้อมูลเป็นเกษตรกร หรือว่าจะเป็น อสม. หรือว่าจะเป็นอะไรก็ตาม ข้อมูลเหล่านี้ภาครัฐมีวิธีการตรวจสอบที่ดี มากน้อยขนาดไหน ถ้าท่านจะทำให้ระบบทั้งหมดเป็นอิเล็กทรอนิกส์ หรือว่าสามารถ รับรองได้ เพราะฉะนั้นนี่เป็นสิ่งสำคัญ ถ้าท่านยังไม่พร้อมแล้วทำไปมันจะเกิดปัญหามากกว่า ประโยชน์
อีกอย่างหนึ่งก็คือความปลอดภัยครับ ความปลอดภัยของข้อมูลที่ถ้าท่านจะ ทำให้ตัวเองเป็นรัฐบาลดิจิทัล (Digital) หรือว่ารัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ รัฐเองมีความปลอดภัย มากน้อยขนาดไหน เพราะผมต้องเรียนตามตรงว่าตอนที่ท่านให้ประชาชนเอาเอกสารไป ติดต่อ สำเนาบัตรประชาชนเอย สำเนาโน่น สำเนานี่ สำเนาทะเบียนบ้านเอย พอถึงจุดหนึ่ง เอกสารต่าง ๆ เหล่านี้ที่ควรจะเป็นความลับ กลายเป็นถุงกล้วยแขกครับแล้วแบบนี้ประชาชน จะยอมรับ หรือว่าจะเชื่อใจในความปลอดภัยของภาครัฐได้มากน้อยขนาดไหน อันนี้ก็เป็น อีกอย่างหนึ่งที่ผมตั้งข้อสงสัยไว้ ฝากว่าถ้าเข้าไปในกรรมาธิการเดี๋ยวเราคงจะต้องมีการคุย รายละเอียดกันมากกว่านี้ ผมเข้าใจว่าเหตุผลในการทำร่าง พ.ร.บ. นี้อาจจะยังไม่มองไปถึงขั้น นั้น เพียงแต่ว่าถ้าท่านต้องการที่จะเปลี่ยน หรือต้องการที่จะพัฒนาระบบรัฐบาล ระบบของ ราชการให้มันดีขึ้น ท่านต้องมองไปถึงขั้นนั้นให้ได้ แล้วก็ในรายงานนี้ยังพูดถึงสิ่งที่ต้องการที่ จะปรับเปลี่ยน อยากปรับเปลี่ยนภาครัฐไทยสู่การเป็นรัฐบาลดิจิทัล (Digital) โดยมีการ ปรับเปลี่ยนการทำงานภาครัฐ นำเทคโนโลยีต่าง ๆ เข้ามาใช้เพื่อเพิ่มธรรมาภิบาล แล้วก็เน้น การมีส่วนร่วมของประชาชน มีการผูกหน่วยงานของรัฐเข้าด้วยกันในการแชร์ (Share) ข้อมูล กัน ผมอยากให้มันเกิดขึ้นได้จริง ๆ มากเลยครับท่านประธาน สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ที่เขียนใน เอกสารนี้ ถ้าเป็นจริงประเทศไทยจะพัฒนาขึ้น และประชาชนก็จะได้รับประโยชน์อีกมาก แล้วก็ได้รับความสะดวกสบายอีกมาก เพียงแต่ผมก็ต้องตั้งข้อสงสัยครับว่าถ้าท่านจะเชื่อม ข้อมูลของหน่วยงานรัฐเข้าด้วยกัน พวกท่านหน่วยงานรัฐต่าง ๆ พร้อมมากน้อยขนาดไหน ยกตัวอย่างเช่นแค่เรื่องที่ดิน มีหน่วยไหนบ้างที่มีข้อมูลเหล่านี้ แล้วมีข้อมูลมากน้อย ขนาดไหนที่ทับซ้อนกัน แค่นี้ก็ยากแล้วนะครับ ไหนจะเป็นเรื่องการโอเพน ดาต้า (Open Data) โอเพน ดาต้า (Open Data) ของประชาชน โอเพน ดาต้า (Open Data) ของภาครัฐ โอเพน กัฟเวิร์นเมนต์ (Open Government) ขนาดบัญชีทรัพย์สินท่านยังไม่เปิดเลย ผมไม่เข้าใจจริง ๆ ว่าถ้าเราจะทำให้มันเป็นระบบเปิดเผยมากพอขนาดนั้น ท่านมีความจริงใจ ที่จะทำขนาดไหน อันนี้คือเป้าหมาย เพียงแต่เป้าหมายต่าง ๆ เหล่านี้แทบจะไม่ได้รับ หรือว่า แทบจะไม่ได้มีประโยชน์อะไรกับ พ.ร.บ. เลย เพราะ พ.ร.บ. ที่ท่านออกมานี้เพียงแค่บอกว่า เอกสารทางอิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ จะสามารถใช้ได้ ท่านยังไม่กำหนดด้วยซ้ำว่าภายในปีไหน รัฐบาลจะต้องรับเอกสารเป็นดิจิทัล (Digital) ได้ทั้งหมด โดยที่ประชาชนไม่ต้องถูกบังคับ ให้ใช้สำเนาอีกต่อไป เพราะฉะนั้นการที่ท่านเขียนเป้าหมาย การที่ท่านเขียนว่าท่านอยาก ปรับภาพลักษณ์รัฐบาลไทยสู่รัฐบาลดิจิทัล (Digital) มันดูไกลมากเลยครับท่านประธาน อันนี้ ก็เป็นสิ่งที่ผมต้องอภิปรายแล้วก็ตั้งข้อสงสัยไว้ ผมเห็นด้วยที่ท่านจะเริ่ม เพียงแต่อยากให้ท่าน เริ่มอย่างจริงจัง เพราะว่าจากเท่าที่เห็นมันเหมือนขอไปทีจากที่ท่านมีปัญหา อย่างไร ก็ขอบคุณครับท่านประธาน