บัญญัติ เจตนจันทร์ อภิปรายเห็นชอบหลักการร่าง พ.ร.บ.

รัฐสภา · ครั้งที่ ๔ · ๒๑ ธันวาคม ๒๕๖๔

บัญญัติ เจตนจันทร์ อภิปรายเห็นชอบหลักการร่าง พ.ร.บ. การปฏิบัติราชการอิเล็กทรอนิกส์ โดยเสนอให้ประยุกต์ใช้กับบริการสุขภาพเพื่อลดความแออัดและแก้ปัญหาการแพร่ระบาดของโรค พร้อมฝากข้อสังเกต ๓ ประเด็น ได้แก่ ความจำเป็นในการพัฒนารูปแบบการเข้าถึงกฎหมาย, ความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล และระบบรองรับการใช้งานในชนบท

นายบัญญัติ เจตนจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ สมาชิก สภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา กระผม ขออภิปรายเห็นชอบต่อหลักการและเหตุประกอบการรับร่าง พ.ร.บ. การปฏิบัติราชการ อิเล็กทรอนิกส์ ซึ่ง ครม. เป็นผู้นำเสนอ ท่านประธานที่เคารพครับ ด้วยรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย ปี ๒๕๖๐ ในมาตรา ๒๕๘ บัญญัติให้รัฐบาลนำเทคโนโลยีที่เหมาะสม มาประยุกต์ใช้กับการจัดทำบริการสาธารณะ ทั้งนี้เพื่ออำนวยความสะดวกแก่พี่น้องประชาชน ซึ่ง ครม. ก็ได้นำร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้มาให้รัฐสภาพิจารณาเห็นชอบในหลักการและเหตุผล ส่งเรื่องให้กรรมาธิการวิสามัญนำไปพิจารณาปรับปรุงให้ถูกใจกับสมาชิกรัฐสภา ท่านประธาน ที่เคารพครับ เท่าที่ผมได้ศึกษาในร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ก็ยังมองไม่ค่อยเห็นรูปธรรมสำหรับ แต่ละหน่วยงานรัฐบาล หรือแต่ละกระทรวงที่มีการจัดบริการสาธารณะหรือการบริหาร ราชการแผ่นดินมากนัก ผมอ่านกฎหมายอาจจะมองไม่เห็นภาพ ก็อยากที่จะฝากข้อสังเกตว่า การบริการสาธารณะในพื้นที่นี้กิจกรรมที่มีมากที่สุดในขณะนี้ก็คือเรื่องของการให้บริการ ผู้ป่วย ซึ่งเมื่อประมาณ ๔-๕ ปีที่แล้ว มีผู้ป่วยมารับบริการปีละ ๓๐๐ ล้านครั้งต่อปี มากมาย มหาศาลเหลือเกิน ซึ่งแต่ละคนที่มาก็ไม่ใช่มาเพราะป่วยอย่างเดียว บางทีมาขอใบรับรอง แพทย์ บางทีมาขอประวัติการรักษา บางทีมาเลื่อนนัด เลื่อนคิว มาจองคิวต่าง ๆ ก็ทำให้ โรงพยาบาล สถานบริการสุขภาพของรัฐบาลนั้นแออัด ที่จอดรถก็ไม่มี คิวก็ไม่มีหนาแน่น ไม่เป็นไปตามโซเชียล ดิสแทนซ์ (Social distance) หากกฎหมายนี้ได้เอื้อไปถึงการบริการ ในส่วนที่เกี่ยวกับสุขภาพ การบริการผู้ป่วยจะทำให้ลดความแออัดเป็นอย่างยิ่ง ลดการ แพร่ระบาดของโควิด (COVID) แล้วก็ลดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ลดภาระของแพทย์ อยากที่ จะให้เห็นรูปธรรมในส่วนนี้ ไม่ว่าจะเป็นการจองนัด เลื่อนนัด หรือเกี่ยวกับการที่จะนำประวัติ ผู้ป่วยไปรักษาต่อที่อื่น ซึ่งมีการพูดคุยกันมากในกระทรวงสาธารณสุข เพราะประวัติ การรักษาพยาบาล และเรื่องของผลแล็บ (Lab) ผลตรวจต่าง ๆ นั้นมีต้นทุนมหาศาล อย่างเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ หลาย ๆ พัน ถึงหลาย ๆ หมื่นบาท ถ้าโรงพยาบาลแต่ละแห่ง จะต้องไปทำใหม่ทุกครั้ง จะสิ้นเปลืองงบประมาณแผ่นดินของประเทศจำนวนมาก ถ้าประวัติ เหล่านี้ซึ่งเป็นข้อมูลของรัฐ แต่ผู้ป่วยจำเป็นต้องใช้ด่วน ๆ รัฐจะสามารถตอบโจทย์ด้วย กฎหมาย พ.ร.บ. การปฏิบัติราชการอิเล็กทรอนิกส์ได้หรือไม่ ผมฝากอย่างยิ่งว่าเรื่องนี้ขอให้ มีการประยุกต์ใช้ในส่วนนี้ จึงฝากข้อสังเกตว่า พ.ร.บ. นี้เมื่อเกิดขึ้นแล้ว นายกรัฐมนตรีเป็น ผู้รักษาการตามกฎหมายนี้ ผมคิดว่าแต่ละกระทรวงจำเป็นจะต้องไปทำรูปแบบวิธีการ ที่ประชาชนจะสามารถเข้าถึง พ.ร.บ. นี้ได้ จึงมีข้อสังเกตข้อที่ ๑ ว่าระบบแอปพลิเคชัน (Application) ที่จะให้พี่น้องประชาชนใช้นั้น มีความสะดวกหรือไม่ ปัจจุบันเขาเรียกว่า แอปพลิเคชัน (Application) มันเฟรนด์ลี (Friendly) หรือไม่ ต้องให้ใช้ง่าย ใช้ได้สะดวก แล้วก็นอกจากสะดวกแล้วต้องมีความปลอดภัย หมายความว่าข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่ควร รั่วไหลไปไหน ก็อย่าให้ได้รั่วไหลไปไหน ทำให้คนมีความมั่นใจในการใช้ระบบนี้ เรียกว่า มีการรักษาความลับที่ดี มีความปลอดภัยสูง หรือซีเคียวริตี (Security) ที่ดี มีความแม่นยำสูง หรือไม่ นาย ก นาย ข นาย ค ลายนิ้วมือต่าง ๆ ใบหน้าหรือเลข ๑๓ หลัก ไม่ใช่ว่าใครก็ไปขอได้ เกิดความลับรั่วไหลแล้วก็ไม่แม่นยำ ผลการนำไปข้อมูลไปใช้อาจจะเกิดความเสียหายได้ แล้วระบบรองรับหรือไม่ คนในชนบทกับคนในเมือง เขาอาจจะมีเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ เช่น มือถือหรือคอมพิวเตอร์ไม่เหมือนกัน อบต. ท้องถิ่นควรจะมีห้องสำหรับให้ พี่น้องประชาชนทุกคนไปเช่า ไปใช้ หรือไม่เช่าก็คือไปใช้ในการขอเข้าถึงข้อมูล ต้องมีกล้อง มีเครื่องมือ มีปริ้นเตอร์ (Printer) มีเครื่องพิมพ์ที่ทันสมัยให้พี่น้องประชาชนในเมือง ในชนบทนั้นลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงข้อมูลต่าง ๆ เหล่านี้ อันนี้เป็นข้อที่ ๑

ส่วนข้อที่ ๒ ก็คือว่า แล้วคนไทยที่ไม่มีเลข ๑๓ หลัก มีจำนวนมากมายจริง ๆ คนเกิดเมืองไทย หมอตำแยก็เสียชีวิตไปแล้ว พ่อแม่ก็เสียชีวิตไปแล้ว พี่น้องก็ไม่มีในการเจาะ ดีเอ็นเอ (DNA) เพื่อทำบัตรประชาชน ในส่วนนี้ถ้าคนไทยเหล่านั้นไม่สามารถเข้าถึงเลข ๑๓ หลักในการเข้าถึงข้อมูลพื้นฐาน ในการรับบริการในส่วนนี้จากรัฐบาล รัฐบาลจะต้องมีวิธี ในการที่จะทำให้เขามีสิทธิตามกฎหมาย พ.ร.บ. การปฏิบัติราชการอิเล็กทรอนิกส์นี้ด้วย

สุดท้ายข้อที่ ๓ การเข้าถึงสารสนเทศนี้ มันต้องเกี่ยวข้องกับสัญญาณโทรศัพท์ สัญญาณอินเทอร์เน็ต (Internet) ด้วย ในประเทศไทยมีความกว้างใหญ่ไพศาล ความที่ จากการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ บางทีก็มีความเหลื่อมล้ำกันในเชิง โครงสร้างอยู่แล้ว ก็อยากที่จะให้รัฐบาลนั้นได้ออกแบบให้สามารถรองรับได้ทุกที่ทุกเวลา ได้เข้าถึงตรงส่วนนี้ได้ไม่แตกต่างกัน ซึ่งมันเป็นในเรื่องของการลดความเหลื่อมล้ำของการ เข้าสู่ความเท่าเทียมกันทางกฎหมาย ในการที่จะได้รับบริการสาธารณะ ไม่เพียงแต่ เรื่องสุขภาพ เรื่องอื่น ๆ เช่น การแจ้งความก็ดี บัตรหาย สมุดธนาคารหาย ต่าง ๆ เหล่านี้ ปัจจุบันมีภาระที่จะต้องไปหน่วยงานอื่นนอกกระทรวงสาธารณสุขก็มี ไปสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ไปโรงพัก ไปขนส่ง แจ้งอะไรต่ออะไรหาย ก็เป็นธุรกรรม ที่กฎหมายนี้สามารถช่วยเหลือเขาได้ ก็ฝากท่านประธานถึงคณะกรรมาธิการวิสามัญ ได้นำ ข้อสังเกตของผมไปปรับปรุงในการร่างกฎหมายในครั้งนี้ด้วยครับ กราบขอบพระคุณครับ